อากาศยานที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร สามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้ได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. อากาศยานส่วนบุคคล หมายความว่า อากาศยานซึ่งใช้ หรือมุ่งหมายสำหรับใช้เพื่อประโยชน์ใน กิจการอันมิใช่เพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าขั้นตอนการเตรียมการก่อนนำเข้าอากาศยาน2. อากาศยานขนส่ง หมายความว่า อากาศยานซึ่งใช้ หรือ มุ่งหมายสำหรับใช้ขนส่งของ หรือคนโดยสาร เพื่อบำเหน็จเป็นทางค้า
ผู้จะนำเข้าอากาศยาน จะต้องทราบรายละเอียดทั่วไปของอากาศยาน ดังนี้การขออนุญาตต่าง ๆ1. แบบของอากาศยาน เครื่องยนต์ ใบพัด อุปกรณ์วิทยุสื่อสารต่าง ๆ ที่ติดตั้งบนอากาศยาน และจำนวนที่นั่ง เป็นต้น2. สมรรถนะ เช่น น้ำหนักสูงสุด เมื่อบินขึ้น / บินลง ความเร็ว
3. กำหนดการนำเข้าอากาศยาน (โดยประมาณ)
ผู้นำเข้าอากาศยาน จะต้องขออนุญาตต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์การใช้อากาศยาน ดังนี้จะเริ่มต้นขออนุญาตอย่างไร1. กรณีนำมาใช้เป็นอากาศยานส่วนบุคคล
1.1 ใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล2. กรณีนำมาใช้เป็นอากาศยานขนส่ง
1.2 ใบสำคัญการจดทะเบียน
1.3 ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
1.4 ใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม ใบอนุญาตให้ใช้ เครื่องวิทยุคมนาคม และใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม2.1 ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ
2.2 ใบสำคัญการจดทะเบียน
2.3 ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
2.4 ใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม ใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยคมนาคม และใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมเมื่อทราบรายละเอียดต่าง ๆ ของอากาศยานที่จะนำเข้าให้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้เมื่อนำอากาศยานเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว1. ติดต่อขอใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล หรือใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ แล้วแต่กรณี ได้ที่สำนักกำกับกิจการขนส่งทางอากาศ กรมการขนส่งทางอากาศ โทร 0-2286-81572. ติดต่อขอใบสำคัญการจดทะเบียน ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ และใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศได้ที่ สำนักมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินอากาศ กรมการขนส่งทางอากาศ โทร 0-2286-2917, 0-2286-0530
3. เมื่อได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนอากาศยาน ตามข้อ 2 ข้างต้น ให้นำสำเนาคำร้องขอจดทะเบียนที่ได้ลงรับแล้ว ไปยื่นขอใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมที่ กรมไปรษณีย์โทรเลข กองใบอนุญาตวิทยุคมนาคม ฝ่ายกิจการทางน้ำและอากาศยาน โทร 0-2271-0151-60 ต่อ 710 หรือ 711
1. ติดต่อด่านศุลกากรที่รับผิดชอบ พร้อมแสดงใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เพื่อดำเนินการพิธีการศุลกากร ซึ่งโดยปกติแล้ว การนำเข้าอากาศยานทั้งลำ จะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร แต่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)2. ภายหลังจากผ่านพิธีการศุลกากรแล้ว ให้นัดหมายเจ้าหน้าที่จาก
2.1 สำนักมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินอากาศ กรมการขนส่งทางอากาศ เพื่อทำการตรวจสภาพอากาศยาน และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะออกใบสำคัญการจดทะเบียน และใบสำคัญสมควรเดินอากาศอนึ่ง การนัดหมายเจ้าหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น ควรดำเนินการ เมื่อทราบกำหนดการนำเข้าของอากาศยานที่แน่นอนล่วงหน้าประมาณไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ (ไม่จำเป็นต้องรอให้ผ่านพิธีการศุลกากรแล้วเสร็จ จึงค่อยนัดหมาย)2.2 กองใบอนุญาตวิทยุคมนาคม กรมไปรษณีย์โทรเลข เพื่อทำการตรวจเครื่องวิทยุคมนาคม ก่อนที่จะออกใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม
เมื่อได้รับใบอนุญาตต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้ที่จะนำอากาศยานขึ้นทำการบิน ต้องมีสิ่งเหล่านี้อยู่กับอากาศยานส่วนทะเบียนและใบอนุญาต/กุมภาพันธ์ 25461. ใบสำคัญการจดทะเบียน
2. เครื่องหมายสัญชาติ และทะเบียน
3. ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
4. สมุดปูมเดินทาง
5. ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่แต่ละคน
6. ใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม
7. ใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล (เฉพาะกรณีใช้เป็นอากาศยานส่วนบุคคล)สำหรับบริษัท/สายการบิน ที่จะใช้อากาศยานขนส่ง รับ ส่งของหรือคนโดยสารนั้น จะต้องมีใบอนุญาตเพิ่มเติมดังนี้
1. ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ
2. ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนทะเบียนและใบอนุญาต สำนักมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินอากาศ กรมการขนส่งทางอากาศ โทร 0-2287-0320-9 ต่อ 1153 หรือ 0-2286-0530 หรือส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการออกใบอนุญาตแต่ละประเภท