Home สารบาญ Chapter 1 English Version ความตกลงพหุภาคีว่าด้วยสิทธิทางพาณิชย์เกี่ยวกับ
บริการเดินอากาศที่ไม่มีกำหนดประจำ
ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)1รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย มาเลเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และราชอาณาจักรไทย
โดยที่เป็นสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "อาเซียน") และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ไอ.ซี. เอ.โอ.")
มีความปรารถนาที่จะเร่งรัดและเพิ่มพูนการดำเนินการให้เป็นผลตามจุดมุ่งหมายและความมุ่งประสงค์ของอาเซียน ดังที่เป็นองครูปอยู่ในปฏิญญาอาเซียน
และพิจารณาเห็นว่า รัฐภาคีแห่งความตกลงนี้จะได้รับผลประโยชน์ในการที่อากาศยานซึ่งทำการบินพาณิชย์ ที่ไม่มีกำหนดประจำซึ่งมิได้ทำความเสียหายให้แก่บริการประจำมีกำหนด อาจได้รับการยอมรับให้เข้าไปได้โดยเสรี ในอาณาเขตของรัฐภาคีเพื่อความมุ่งประสงค์ที่จะรับหรือขนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า และที่จะนิยามสิทธิและเอกสิทธิ ของอากาศยานพาณิชย์ของรัฐภาคีแต่ละฝ่ายไว้ในความตกลงในอันที่จะรับผู้โดยสารและสินค้าเพื่อค่าจ้างหรือค่าเช่า นอกไปจากบริการระหว่างประเทศประจำมีกำหนด
จึงได้ทำความตกลงกันดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ความตกลงนี้ให้ใช้แก่อากาศยานพลเรือนใด ๆ
(ก) ที่จดทะเบียนในรัฐสมาชิกอาเซียนรัฐหนึ่งรัฐใด และ
(ข) ดำเนินการโดยคนชาติของรัฐสมาชิกรัฐหนึ่งรัฐใด หรือโดยห้างร้าน หรือบรรษัทที่คนชาติของรัฐสมาชิก รัฐหนึ่งรัฐใดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิจำนวนมากและมีส่วนควบคุมอย่างแท้จริง 2 ซึ่งได้รับอนุญาตโดยถูกต้อง จากเจ้าหน้าที่การบินผู้มีอำนาจของรัฐนั้น และ
(ค) ทำการบินระหว่างประเทศไม่มีกำหนดประจำเพื่อค่าจ้างหรือค่าเช่าในอาณาเขตต่าง ๆ ภายในภูมิภาคอาเซียน
ข้อ ๒
รัฐสมาชิกอาเซียนตกลงยอมให้อากาศยานที่อ้างถึงในข้อ ๑ แห่งความตกลงเข้าไปในอาณาเขตของแต่ละฝ่าย ได้โดยเสรี เพื่อความมุ่งประสงค์ที่จะรับหรือขนถ่ายตามเสรีภาพการจราจรที่สามและที่สี่เกี่ยวกับท่าอากาศยาน ซึ่งมีอยู่ในภาคผนวกแห่งความตกลงนี้ โดยมิต้องวางข้อบังคับ เงื่อนไขหรือข้อจำกัดดังที่บัญญัติไว้ในวรรค ๒ ข้อ ๕ แห่งอนุสัญญาชิคาโก เว้นแต่การควบคุมทางการจราจรในเมื่อเครื่องบินเช่นว่านั้น
(ก) ทำการบินเพื่อความมุ่งประสงค์ที่จะปฏิบัติการตามความจำเป็นอันเนื่องจากเหตุฉุกเฉินหรือที่เกี่ยวกับมนุษยธรรม
(ข) ทำการบินประเภทแท็กซี่รับส่งคนโดยสารมีลักษณะเป็น ครั้งคราวตามคำร้องขอ โดยมีเงื่อนไขว่าในเที่ยวบิน แต่ละเที่ยว อากาศยานจะไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าแปด (๘) คน และโดยมีเงื่อนไขว่าผู้เช่าหรือบรรดาผู้เช่า จะเป็นผู้เลือกปลายทาง และจะต้องไม่ขายต่อจำนวน ที่นั่งของอากาศยานส่วนใดแก่สาธารณชน
(ค) ทำการบินซึ่งได้มีการเช่าระวางที่โดยตลอดโดยบุคคลเอกชน ห้างร้าน บรรษัทหรือสถาบันเพื่อการบรรทุก เจ้าหน้าที่หรือสินค้าของตน โดยมีเงื่อนไขว่าในเที่ยวบินแต่ละเที่ยวจะไม่มีการขายต่อระวางที่ส่วนใด และจำนวนคนโดยสารทั้งหมดจะต้องไม่เกินสี่สิบ (๔๐) คน และน้ำหนักสินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์ทั้งหมดจะต้องไม่เกินสอง (๒) ตัน และโดยมีเงื่อนไขว่าจำนวนเที่ยวบินระหว่างรัฐสมาชิกใด ๆ สองรัฐจะต้องมีความถี่ทั้งหมดไม่เกินสอง (๒) เที่ยวต่อสัปดาห์
(ง) การบินซึ่งได้มีการเช่าระวางที่โดยตลอดเพื่อ การขนส่งสินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์โดยเฉพาะ โดยมีเงื่อนไขว่าในเที่ยวบินแต่ละเที่ยวน้ำหนักสินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์ ทั้งหมดจะต้องไม่เกินสี่ (๔) ตัน
ข้อ ๓
บรรดารัฐสมาชิกตกลงกันต่อไปว่า
เพื่อความมุ่งประสงค์ในการควบคุมการจราจรในกรณีการบินที่ไม่มีกำหนดประจำตามที่อ้างถึงในข้อ ๒ แห่งความตกลงจะต้องมีการเสนอข้อสนเทศดังต่อไปนี้ไปให้เจ้าหน้าที่การบินของประเทศอาเซียนที่เกี่ยวข้องทราบ โดยตรงโดยมิต้องผ่านวิถีทางการทูต คือ
(๑) ชื่อบริษัทการบินและนักบินผู้บังคับการ
(๒) แบบอากาศยานและเครื่องหมายที่จดทะเบียน
(๓) วันและเวลาที่ประมาณว่าจะมาถึงและจะออกไปจากอาณาเขตของรัฐสมาชิก
(๔) กำหนดการเดินทางของอากาศยาน
(๕) ความมุ่งประสงค์ของการบิน ชื่อผู้เช่า จำนวนผู้โดยสาร และสภาพกับจำนวนสินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์ ที่จะรับขึ้นหรือขนลง
(๖) การบินที่จะต้องได้รับความเห็นชอบได้เป็นไปตามข้อ (ก) (ข) (ค) และ(ง) ในข้อ ๒ แห่งความตกลงนี้ข้อหนึ่ง ข้อใด ตามแต่จะเหมาะสมหรือไม่ และคำร้องขอได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่การบินพลเรือนแห่งชาติ ของผู้ทำการบินหรือไม
ทั้งนี้จะต้องมีการตอบรับข้อสนเทศเช่นว่านั้นด้วย
ข้อ ๔
ถ้ามีข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างรัฐสมาชิกเกี่ยวกับการตีความหรือการใช้ความตกลงนี้ ในประการแรก รัฐสมาชิกจะต้องพยายามระงับข้อพิพาทนั้นโดยการเจรจาระหว่างกัน
ถ้าไม่สามารถระงับข้อพิพาทนั้นได้
ประการแรกรัฐสมาชิกอาจตกลงให้เสนอข้อพิพาทให้คณะกรรมการถาวร ของอาเซียน ว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ พลเรือนวินิจฉัย
ประการที่สอง เสนอให้คณะกรรมการประจำของอาเซียนวินิจฉัย และประการสุดท้ายเสนอให้ที่ประชุม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของอาเซียนวินิจฉัยเป็นที่สุด
รัฐสมาชิกอาเซียนรับผูกพันที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยอันเป็นที่สุดซึ่งได้ให้ไว้ตามวรรค ๒ ของข้อนี้
ถ้ารัฐสมาชิกอาเซียนรัฐใดไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยซึ่งได้ให้ไว้ตามวรรค ๒ ของข้อนี้ รัฐสมาชิกอื่นอาจจำกัด ยับยั้ง หรือถอนสิทธิใด ๆ ที่ได้ให้แก่รัฐนั้นโดยอาศัยความตกลงนี้ก็ได้
ข้อ ๕
ความตกลงนี้จะได้เปิดให้รัฐสมาชิกแห่งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลงนามกันต่อไป
ความตกลงนี้จะอยู่ในบังคับแห่งการสัตยาบันโดยรัฐ ผู้ลงนาม ให้มอบสัตยาบันสารไว้ ณ กระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศเจ้าภาพ
ข้อ ๖
ทันใดที่รัฐผู้ลงนามมากกว่าสองรัฐได้มอบสัตยาบันสารความตกลงนี้ไว้แล้ว ความตกลงจะเริ่มใช้บังคับระหว่างรัฐ นั้น ๆ เมื่อครบสามเดือนภายหลังวันที่มอบสัตยาบันสารฉบับที่สาม
ความตกลงจะเริ่มใช้บังคับสำหรับแต่ละรัฐซึ่งมอบสัตยาบันสารของตนเมื่อครบสามเดือนภายหลังวันที่ มอบสัตยาบันสารเช่นว่านั้น
ทันใดที่ความตกลงนี้เริ่มใช้บังคับ ให้จดทะเบียนความตกลงไว้กับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
ข้อ ๗
รัฐสมาชิกซึ่งเป็นผู้รับมอบสัตยาบันสารจะต้องแจ้งให้คณะกรรมการถาวรว่าด้วยการขนส่งทางอากาศพลเรือน และรัฐสมาชิกอื่น ๆ ทราบวันที่ความตกลงใช้บังคับตามวรรค ๑ ข้อ ๖ แห่งความตกลงนี้
ข้อ ๘
รัฐสมาชิกอาเซียนรัฐหนึ่งรัฐใดอาจบอกเลิกความตกลงนี้ได้โดยแจ้งการบอกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร ไปยังคณะกรรมการถาวรของอาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางอากาศพลเรือนซึ่งจะได้แจ้งให้รัฐสมาชิกอื่น ๆ ทราบถึงการบอกเลิกนั้น
การบอกเลิกจะมีผลเมื่อครบหนึ่งปีภายหลังวันที่คณะกรรมการถาวรของอาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ พลเรือนได้รับแจ้งการบอกเลิก
รัฐสมาชิกอาเซียนไม่น้อยกว่าสองรัฐ3 มีสิทธิที่จะเรียกประชุมระหว่างรัฐสมาชิกอาเซียนเพื่อพิจารณาการแก้ไขใด ๆ ซึ่งรัฐนั้น ๆ อาจเสนอให้กระทำต่อความตกลงนี้ โดยมีคำร้องขอไปยังคณะกรรมการถาวรของอาเซียน ว่าด้วยการขนส่งทางอากาศพลเรือน ในเวลาไม่ก่อนสิบสอง (๑๒) เดือนภายหลังวันที่ความตกลงนี้เริ่มใช้บังคับ
คณะกรรมการถาวรของอาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางอากาศพลเรือนจะเรียกประชุมเช่นว่านั้น โดยปรึกษาหารือกับคณะกรรมการประจำในเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนภายหลังจากที่ได้แจ้งให้รัฐสมาชิกอาเซียนทราบแล้ว
ข้อแก้ไขความตกลงที่ได้เสนอใด ๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์
ทันใดที่รัฐผู้ลงนามมากกว่าสองรัฐได้มอบสัตยาบันสารข้อแก้ไขนี้แล้ว ข้อแก้ไขจะเริ่มใช้บังคับระหว่างรัฐนั้น ๆ เมื่อครบสามเดือนภายหลังวันที่ได้มอบสัตยาบันสารฉบับ ที่สาม
ข้อแก้ไขจะเริ่มใช้บังคับสำหรับแต่ละรัฐซึ่งมอบสัตยาบันสารของตนเมื่อครบสามเดือนภายหลัง วันที่มอบสัตยาบันสารเช่นว่านั้น
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องจากรัฐบาลของตนแต่ละฝ่าย ได้ลงนามความตกลงนี้
ทำ ณ กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เป็นภาษาอังกฤษฉบับเดียว เมื่อวันที่ สิบสาม มีนาคม คริสตศักราชหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบเอ็ด
(ก) สำหรับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
อาดัม มาลิค(ข) สำหรับรัฐบาลแห่งสหพันธ์มาเลเซีย
อิสไมล์ อัล-ฮัจ บิน ดาโต๊ะ ฮัจจิ อับดุล ราห์มัน(ค) สำหรับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์
คาร์ลอส พี. โรมูโล(ง) สำหรับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์
เอส. ราชารัตนัม(จ) สำหรับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย
ถนัด คอมันตร์
ภาคผนวกต่อท้ายความตกลง เพื่อความมุ่งประสงค์ที่จะรับหรือขนถ่ายตามเสรีภาพการจราจรที่สามและที่สี่เกี่ยวกับข้อ ๒ แห่งความตกลงนี้ บรรดารัฐสมาชิกได้กำหนดท่าอากาศยานเป็นจุดในการเข้ามา คือ
อินโดนีเซีย จาการ์ตา เมดาน และเดนปาซาร์ มาเลเซีย กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง และโกตากินาบาลู ฟิลิปปินส์ มะนิลา มัคตัน คากายัน เด โอโร ดาเวาซิตีลาวัค และซัมบวงกาซิตี ประเทศไทย กรุงเทพฯ สิงคโปร์ สิงคโปร์อินเตอร์เนชั่นแนล และเซเลตาร์
รัฐ วันมอบสัตยาบันสาร สิงคโปร์ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ฟิลิปปินส์ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ อินโดนีเซีย ๒ เมษยน พ.ศ. ๒๕๑๖ มาเลเซีย4 ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๖ ไทย5 ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓
1 คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ ความตกลงนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ได้จดทะเบียนความตกลงนี้กับองค์การสหประชาชาติเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ประเทศไทยได้มอบสัตยาบันสารเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ดังนั้น ตามข้อ ๖ ความตกลงฉบับนี้ มีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ อนึ่ง ผู้จัดพิมพ์ต้องขออภัยที่เลขที่ของเชิงอรรถภาษาไทยกับภาษาอังกฤษไม่ตรงกัน Back2 คำแปลอย่างเป็นทางการของความตกลงว่าด้วยการเดินอากาศระหว่างประเทศผ่านแดน แปล "substantial ownership and effective control" ว่า "กรรมสิทธิส่วนสาระสำคัญและการควบคุมอันแท้จริง" ซึ่งน่าจะตรงกับความหมายในภาษาอังกฤษมากกว่า เพราะ "กรรมสิทธิส่วนสาระสำคัญ" อาจจะไม่ใช่ "กรรมสิทธิจำนวนมาก" เสมอไป เช่น การถือกรรมสิทธิเพียงร้อยละ ๒๐ แต่มีสิทธิพิเศษในการควบคุมสายการบินหลายประการเหนือกว่ากรรมสิทธิอีกร้อยละ ๘๐ ที่เหลือ หรือกรรมสิทธิร้อยละ ๘๐ ที่เหลือนั้นกระจายอยู่กับชาวต่างชาติอย่างหลากหลายไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพียงพอที่จะคานอำนาจผู้ถือกรรมสิทธิร้อยละ ๒๐ ได้ กรณีเช่นนี้การมีกรรมสิทธิเพียงร้อยละ ๒๐ ก็อาจถือเป็น "กรรมสิทธิส่วนสาระสำคัญ" ได้ แต่ไม่น่าจะใช่ "กรรมสิทธิจำนวนมาก" Back
3 ต้นฉบับคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ ใช้คำว่า "ประเทศสมาชิกอาเซียนไม่น้อยกว่าสองประเทศ" Back
4 พร้อมด้วยข้อสงวนดังต่อไปนี้
"๑. ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ ๒ วรรค (ค) จำนวนเที่ยวบินทั้งหมดระหว่างมาเลเซียกับประเทศสมาชิกอื่นจะต้องไม่เกิน สองเที่ยวต่อเดือน
"๒. ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ ๒ วรรค (ง) การบินซึ่งได้มีการเช่าระวางที่ทั้งหมดเพื่อการขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ ระหว่างมาเลเซียกับรัฐสมาชิกอื่นใด จะต้องไม่เกินสองตัน" Back5 พร้อมด้วยข้อสงวนซึ่งมีผลดังนี้
"๑. เพื่อที่จะบันเทิงสิทธิภายใต้ความตกลงนี้ อากาศยานขนาดเล็กซึ่งได้จดทะเบียนในประเทศสมาชิกใด ๆ ของอาเซียน และซึ่งมีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดไม่เกิน ๕,๗๐๐ กิโลกรัม จะต้องดำเนินการบินด้วยระบบเครื่องวัดประกอบการบินและติดตั้งอุปกรณ์แสดงตน
"๒. ความตกลงนี้จะไม่ใช้บังคับกับเฮลิคอปเตอร์ซึ่งยังคงต้องได้รับการอนุญาตล่วงหน้าจากเจ้าหน้าที่ ผู้มีอำนาจของไทย โดยสอดคล้องกับกฎและข้อบังคับที่ใช้บังคับในราชอาณาจักรไทย หากจะเข้าสู่หรือออกจากอาณาเขตของไทย"
หนังสือสถานทูตไทย ที่ ๑๕๗๖/๒๕๓๒ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๒ ถึงกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ Back
| Home | สารบาญ | Chapter 1 | English Version |