Home สารบาญ Chapter 3 English Version
อนุสัญญาเจนีวา
เพื่อให้ผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ในกองทัพในสนามรบมีสภาวะดีขึ้น
ลงวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๒

. . .

ส่วนที่ ๒
ผู้บาดเจ็บและป่วยไข้

ข้อ ๑๒

            ผู้สังกัดในกองทัพและบุคคลอื่นที่จะได้กล่าวถึงในข้อต่อไปนี้ ซึ่งบาดเจ็บหรือป่วยไข้ จะต้องได้รับความเคารพ และความคุ้มครองในทุกพฤติการณ์

            บุคคลเหล่านี้ จะต้องได้รับการปฏิบัติและรักษาพยาบาลด้วยมนุษยธรรมโดยคู่พิพาทซึ่งตนตกอยู่ในอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงลักษณะความแตกต่างอันเป็นผลเสื่อมเสียเนื่องมาแต่เพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง หรือเหตุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ห้ามประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลเหล่านี้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามฆาตกรรมหรือกำจัดพันธุ์ ทรมาน หรือใช้ทดลองทางชีววิทยา ห้ามมิให้เจตนาละทิ้งบุคคลเหล่านี้ไว้โดยปราศจาก ความช่วยเหลือทางแพทย์ หรือโดยปราศจากการรักษาพยาบาล หรือปล่อยไว้ให้ตกอยู่ในสภาพอันเสี่ยงต่อภัยแห่งโรคติดต่อ

            สิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลก่อนผู้อื่นนั้น จะเป็นอันอนุมัติให้มีขึ้นได้ก็โดยเหตุผลทางแพทย์ที่มีลักษณะด่วน เท่านั้น

            สตรีจะต้องได้รับการปฏิบัติโดยได้รับการพิจารณาทุกประการอันสมควรแก่เพศของตน

            ภาคีคู่พิพาท ซึ่งมีความจำเป็นต้องละทิ้งผู้บาดเจ็บหรือป่วยไข้ไว้แก่ฝ่ายศัตรู จะต้องจัดให้มีพนักงานแพทย์และ เวชภัณฑ์ส่วนหนึ่งไว้เท่าที่ความจำเป็นทางทหารจะอำนวยให้ เพื่อช่วยเหลือรักษาพยาบาลบุคคลเหล่านั้น

ข้อ ๑๓

            อนุสัญญาฉบับนี้ให้ใช้แก่บรรดาผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ซึ่งอยู่ในประเภทดังต่อไปนี้ คือ

            ๑) ผู้สังกัดในกองทัพของภาคีคู่พิพาท รวมทั้งผู้สังกัดในมิลิเซีย หรือหน่วยอาสาสมัครซึ่งเป็นส่วนของกองทัพเหล่านี้

            ๒) ผู้สังกัดในมิลิเซียและผู้สังกัดหน่วยอาสาสมัครอื่นใด รวมทั้งผู้สังกัดในขบวนต่อต้านที่ได้จัดตั้งขึ้นโดยมีระเบียบ ซึ่งเป็นของภาคีคู่พิพาท และปฏิบัติการอยู่ภายในหรือภายนอกอาณาเขตของตนเอง  แม้ว่าอาณาเขตนั้นจะถูกยึดครองอยู่ หากว่ามิลิเซียหรือหน่วยอาสาสมัคร รวมทั้งขบวนต่อต้านที่ได้จัดตั้งโดยมีระเบียบเช่นว่านี้ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ คือ

                    (ก) มีผู้บัญชาสั่งการอันเป็นบุคคลที่รับผิดชอบสำหรับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

                    (ข) มีเครื่องหมายที่กำหนดไว้เด่นชัด สามารถจะเห็นได้ในระยะไกล

                    (ค) ถืออาวุธโดยเปิดเผย

                    (ง) ปฏิบัติการรบตามกฎและประเพณีการสงคราม

            ๓) ผู้สังกัดในกองทัพประจำซึ่งมีความสวามิภักดิ์ต่อรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่ที่มิได้รับการรับรองจากประเทศที่กักคุม

            ๔) บุคคลที่ร่วมอยู่แต่มิได้สังกัดอยู่ในกองทัพนั้นโดยตรง เช่น,พนักงานพลเรือนที่สังกัดอยู่ในพวก คนประจำอากาศยานทหาร ผู้สื่อข่าวสงคราม ผู้รับเหมาส่งเสบียง ผู้สังกัดในหน่วยกรรมกร หรือในบริการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบต่อสวัสดิภาพของทหาร หากว่าบุคคลเหล่านี้ได้รับอนุมัติจากกองทัพที่ตนได้ร่วมอยู่

            ๕) บรรดาบุคคลประจำเรือ รวมทั้งนายเรือ คนนำร่องและผู้ฝึกหัดงานของเรือพาณิชย์และ คนประจำอากาศยานพลเรือน ของภาคีคู่พิพาท ซึ่งไม่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติที่อนุเคราะห์ดีกว่านี้ ตามบทบัญญัติอื่นใดแห่งกฎหมายระหว่างประเทศ

            ๖) พลเมืองในอาณาเขตที่มิได้ถูกยึดครอง ซึ่งเมื่อศัตรูประชิดเข้ามา ได้สมัครใจเข้าจับอาวุธต่อต้านกองทหาร ที่บุกเข้ามานั้นโดยไม่มีเวลาจัดรวมกันเข้าเป็นหน่วยกองทหารประจำ หากบุคคลเหล่านี้ถืออาวุธโดยเปิดเผย และเคารพต่อกฎและประเพณีการสงคราม

. . .

ส่วนที่ ๖
การขนส่งทางการแพทย์

ข้อ ๓๕

            การขนส่งผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ หรือบริภัณฑ์ทางการแพทย์จะต้องได้รับความเคารพและคุ้มครอง อย่างเดียวกับหน่วยเคลื่อนที่ทางการแพทย์ เมื่อตกไปอยู่ในอำนาจของภาคีฝ่ายปฏิปักษ์แล้ว การขนส่งหรือยวดยานเช่นว่านี้จะต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการสงครามโดยมีเงื่อนไขว่า ภาคีคู่พิพาทฝ่ายที่ยึดไว้จะรับจัดการในเรื่องการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ซึ่งบรรทุกมาในทุกกรณี
พนักงานพลเรือนและพาหนะสำหรับขนส่งต่าง ๆ ซึ่งได้มาด้วยการเรียกเกณฑ์ จะต้องอยู่ภายใต้กฎทั่วไปแห่งกฎหมายระหว่างประเทศ

ข้อ ๓๖

            อากาศยานทางการแพทย์ กล่าวคืออากาศยานที่ใช้โดยเฉพาะในการขนย้ายผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ และในการขนส่งพนักงานแพทย์ และบริภัณฑ์ทางการแพทย์นั้น จะต้องไม่ถูกโจมตี แต่จะต้องได้รับความเคารพ จากผู้เป็นฝ่ายในการสงครามในขณะที่ทำการบินอยู่ในระดับความสูง ในเวลาและตามเส้นทางที่ได้ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ที่เป็นฝ่ายในการสงครามที่เกี่ยวข้องแล้ว อากาศยานเหล่านี้จะต้องมีเครื่องหมายพิเศษ อันเด่นชัดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๘ พร้อมด้วยธงชาติของตนที่ด้านใต้ ด้านบน และด้านข้างทั้งสอง และจะต้องมีเครื่องหมายหรือเครื่องแสดงลักษณะอย่างอื่น ซึ่งอาจเป็นที่ตกลงกันระหว่างผู้เป็นฝ่ายในการสงคราม เมื่อเริ่มต้นหรือในระหว่างสู้รบก็ได้

            เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ทำการบินเหนืออาณาเขตของฝ่ายศัตรู หรือที่ฝ่ายศัตรูยึดครอง อากาศยานทางการแพทย์จะต้องเชื่อฟังคำสั่งให้ร่อนลงสู่พื้นดิน  เมื่อได้มีการร่อนลงตามคำสั่งดังกล่าวนี้ อากาศยานพร้อมด้วยผู้ที่อยู่ในอากาศยานนั้น  อาจทำการบินต่อไปได้หลังจากได้มีการตรวจสอบแล้ว หากมีการตรวจสอบเช่นว่านั้น

            ในกรณีที่ต้องร่อนลงโดยไม่สมัครใจบนพื้นดิน ในอาณาเขตของฝ่ายศัตรูหรือที่ฝ่ายศัตรูยึดครองอยู่ ผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ตลอดจนพนักงานประจำอากาศยานจะต้องเป็นเชลยศึก พนักงานแพทย์จะต้องได้รับการปฏิบัติตามข้อ ๒๔ และข้อต่อ ๆ ไป

ข้อ ๓๗

            ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในวรรคสอง อากาศยานทางการแพทย์ของภาคีคู่พิพาท อาจทำการบินเหนือ อาณาเขตของประเทศที่เป็นกลาง ร่อนลงสู่อาณาเขตนั้นในกรณีที่จำเป็น หรือใช้อาณาเขตนั้นเป็นท่าแวะก็ได้ อากาศยานนั้นๆ จะต้องแจ้งให้ประเทศที่เป็นกลางทราบล่วงหน้าถึงการบินผ่านเหนืออาณาเขตที่ว่านั้น และจะต้องเชื่อฟังคำสั่งให้ร่อนลงสู่พื้นดินหรือพื้นน้ำ อากาศยานเช่น ว่านี้จะต้องไม่ถูกโจมตี เฉพาะในเมื่อทำการบิน ตามเส้นทางในระดับความสูง และตามเวลาที่ได้ตกลงไว้โดยเฉพาะในระหว่างภาคีคู่พิพาท และประเทศที่เป็นกลาง ที่เกี่ยวข้อง

            อย่างไรก็ดี ประเทศที่เป็นกลางอาจวางเงื่อนไขหรือ ข้อกำกัดในการบินผ่าน หรือร่อนลงสู่อาณาเขตของตน สำหรับอากาศยานทางการแพทย์ เงื่อนไขหรือข้อกำกัดซึ่งอาจวางไว้ดังกล่าวแล้วนี้ จะต้องใช้บังคับโดยเท่าเทียมกัน แก่ภาคีคู่พิพาททุกฝ่าย นอกจากจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นระหว่างประเทศที่เป็นกลางและภาคีคู่พิพาท ผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ซึ่งลงจากอากาศยานทางการแพทย์ด้วยความเห็นชอบของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอาณาเขตที่เป็นกลาง จะต้องถูกกักคุมไว้โดยประเทศที่เป็นกลาง ในลักษณะที่บุคคลเหล่านั้นจะกลับเข้าไปมีส่วนในการปฏิบัติการ สงครามอีกไม่ได้ ในเมื่อกฎหมายระหว่างประเทศกำหนดไว้เช่นนั้น ค่าใช้จ่ายในเรื่องที่อยู่และการกักกันบุคคลเหล่านี้ ให้ประเทศที่บุคคลดังกล่าวนั้นสังกัดอยู่เป็นผู้จ่าย

ส่วนที่ ๗
เครื่องหมายพิเศษอันเด่นชัด

ข้อ ๓๘

            เพื่อเป็นอภินันทนาการแด่ประเทศสวิส ตราเครื่องหมายกาชาดบนพื้นสีขาว ซึ่งประกอบขึ้น โดยผันกลับสีธงชาติ ของสหพันธรัฐนั้น ให้คงถือเป็นเครื่องหมายและเครื่องสัญญาณพิเศษอันเด่นชัดแห่งบริการทางการแพทย์ของกองทัพ

            อย่างไรก็ดี สำหรับประเทศที่ใช้เครื่องหมายซีกวงเดือนแดงหรือสิงโตแดงและดวงอาทิตย์บนพื้นสีขาว เป็นเครื่องหมายอยู่แล้วก็ให้เครื่องหมายเหล่านั้นเป็นอันได้รับการรับรองตามความแห่งอนุสัญญาฉบับนี้ด้วย


ราชกิจจานุเบกษา ล.๗๒ ต.๕๗ ฉ.พิเศษ, ๔ ส.ค. ๒๔๙๘  อนุสัญญานี้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ประเทศไทยได้แจ้งการภาคยานุวัติไปยังรัฐบาลสหพันธ์สวิส เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งตาม ข้อ ๖๑ อนุสัญญาฉบับนี้จึงมีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นต้นไป Back
Home สารบาญ Chapter 3 English Version