Home สารบาญ Chapter 1 English Version ความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ
ระหว่าง
รัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา
และรัฐบาลแห่ง [ชื่อภาคีอีกฝ่าย] 1รัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกากับรัฐบาลแห่ง [ชื่อภาคีอีกฝ่าย] (ต่อไปนี้เรียกว่า "ภาคี")
ปรารถนาที่จะส่งเสริมระบบการบินระหว่างประเทศบนพื้นฐานของการแข่งขันระหว่างสายการบินต่าง ๆ ในตลาดด้วยการควบคุมและการแทรกแซงจากรัฐบาลน้อยที่สุด
ปรารถนาที่จะอำนวยการขยายโอกาสของการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ
ปรารถนาที่จะให้สายการบินสามารถเสนอบริการหลากหลายรูปแบบแก่คนโดยสารและผู้ส่งสินค้า ในราคาที่ต่ำที่สุดเท่าที่ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ และไม่เป็นการแสดงออกถึงการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ และปราถนาที่จะส่งเสริมให้แต่ละสายการบินพัฒนาและใช้การกำหนดราคาเชิงแข่งขันและเป็นรูปแบบใหม่
ปรารถนาที่จะประกันความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ในระดับสูงที่สุดและยืนยันอีกครั้งถึงความห่วงใยอย่างยิ่งของตนเกี่ยวกับการกระทำหรือการคุกคามการรักษาความปลอดภัย ของอากาศยาน ซึ่งเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของบุคคลหรือทรัพย์สิน เป็นผลร้ายต่อการดำเนินการขนส่งทางอากาศ และทำลายความเชื่อมั่นที่มหาชนมีต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน และต่างเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วย การบินพลเรือน ระหว่างประเทศ ซึ่งได้เปิดให้ลงนาม ณ เมือง ชิคาโก เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗
ได้ตกลงกัน ดังต่อไปนี้ข้อ ๑
คำจำกัดความเพื่อความมุ่งประสงค์แห่งความตกลงนี้ เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่น คำว่า
๑. "เจ้าหน้าที่การเดินอากาศ" ในกรณีของสหรัฐอเมริกาหมายถึง กรมการขนส่งหรือผู้สืบสิทธิ และในกรณีของ [ชื่อภาคีอีกฝ่าย] หมายถึง [เจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม] และบุคคลหรือองค์คณะใด ๆ ที่ได้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่ง [เจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม] ดังกล่าวดำเนินการอยู่
๒. "ความตกลง" หมายถึง ความตกลงฉบับนี้ ภาคผนวก และข้อแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ
๓. "การขนส่งทางอากาศ" หมายถึง การรับขนสาธารณะโดยอากาศยาน ซึ่งคนโดยสาร สัมภาระ สินค้า และไปรษณียภัณท์ ที่แยกกันหรือรวมกัน โดยมีค่าตอบแทนหรือค่าจ้าง
๔. "อนุสัญญา" หมายถึง อนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งได้เปิดให้ลงนาม ณ เมืองชิคาโก เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ และรวมถึง
ก. ข้อแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ที่เริ่มใช้บังคับแล้ว ตามข้อ ๙๔(ก) ของอนุสัญญา และภาคีทั้งสองฝ่ายได้ให้สัตยาบันแล้ว และ
ข. ภาคผนวกหรือข้อแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ที่ได้ตกลงรับตามข้อ ๙๐ แห่งอนุสัญญาตราบเท่าที่ภาคผนวกหรือ ข้อแก้ไขดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับแก่ภาคีทั้งสองฝ่ายในเวลานั้น ๆ
๕. "สายการบินที่กำหนด" หมายถึง สายการบินที่ได้รับการกำหนดและอนุญาตตามข้อ ๓ แห่งความตกลงนี้
๖. "ค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน" หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่สมควรสำหรับการบริหารงาน
๗. "การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ" หมายถึง การขนส่งทางอากาศที่ผ่านเข้าไปในห้วงอากาศ เหนืออาณาเขตของรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ
๘. "ราคา" หมายถึง ค่าโดยสาร ค่าระวาง หรือเงินเรียกเก็บใด ๆ จากการรับขนคนโดยสาร (และสัมภาระของคนโดยสาร) และ/หรือ สินค้า (ไม่รวมถึงไปรษณียภัณท์) ในการขนส่งทางอากาศที่สายการบิน รวมถึงตัวแทนของสายการบินเรียกเก็บ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ใช้กับค่าโดยสาร ค่าระวาง หรือเงินเรียกเก็บเหล่านี้
๙. "แวะลงมิใช่เพื่อการค้า" หมายถึง การลงเพื่อความมุ่งประสงค์ใด ๆ นอกจากการรับคนโดยสาร สินค้า และ/หรือ ไปรษณียภัณฑ์ ขึ้นหรือถ่ายลงในการขนส่งทางอากาศ
๑๐. "อาณาเขต" หมายถึง พื้นดินภายใต้อธิปไตย เขตอำนาจ อารักขา หรือภาวะทรัสตีของภาคีฝ่ายหนึ่ง และทะเลอาณาเขตที่ติดต่อกับพื้นดินนั้น และ
๑๑. "ค่าภาระ" หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสายการบินสำหรับการจัดให้มีท่าอากาศยาน เครื่องช่วยการเดินอากาศ หรือเครื่องอำนวยความสะดวกหรือบริการสำหรับความปลอดภัยด้านการบิน รวมถึงบริการและการอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๒
การให้สิทธิ๑. ภาคีแต่ละฝ่ายให้สิทธิดังต่อไปนี้แก่ภาคีอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อให้สายการบินของภาคีอีกฝ่ายนั้นดำเนิน การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ
ก. สิทธิบินผ่านอาณาเขตของตนโดยไม่แวะลง
ข. สิทธิแวะลงในอาณาเขตของตนโดยมิใช่เพื่อการค้า และ
ค. สิทธิอื่นใดที่ระบุไว้ในความตกลงนี้
๒. ไม่มีความใดในข้อนี้จะถือเป็นการให้สิทธิแก่สายการบินสายหนึ่งหรือหลายสายของภาคีฝ่ายหนึ่ง ที่จะรับคนโดยสาร สัมภาระของคนโดยสาร สินค้า หรือไปรษณียภัณฑ์ เพื่อค่าตอบแทน ในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย ไปยังอีกจุดหนึ่งในอาณาเขตของภาคีฝ่ายนั้น
ข้อ ๓
การกำหนดสายการบินและการอนุญาตดำเนินการ๑. ภาคีแต่ละฝ่ายมีสิทธิกำหนดสายการบินได้มากสายเท่าที่ตนต้องการ เพื่อดำเนินการขนส่งทางอากาศ ระหว่างประเทศตามความตกลงนี้ และมีสิทธิเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงการกำหนดสายการบินดังกล่าว การกำหนดสายการบินเช่นว่านั้น ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านพิธีทางการทูตไปยังภาคีอีกฝ่าย และต้องระบุว่า สายการบินนั้นได้รับอนุญาตให้ดำเนินการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศในประเภทที่ระบุไว้ในภาคผนวก ๑ หรือภาคผนวก ๒ หรือทั้งสองกรณี
๒. เมื่อได้รับแจ้งการกำหนดสายการบินเช่นว่า และได้รับคำขอจากสายการบินที่กำหนดนั้น ตามแบบและวิธีการ ที่กำหนดไว้สำหรับการอนุญาตดำเนินการและการอนุญาตทางเทคนิค ภาคีอีกฝ่ายจะต้องออกใบอนุญาตดำเนินการ และการอนุญาตที่เหมาะสม ตามขั้นตอนที่ล่าช้าน้อยที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่า
ก. กรรมสิทธิ์ส่วนสาระสำคัญและการควบคุมอันแท้จริงของสายการบินนั้น ตกอยู่กับภาคีที่กำหนดสายการบิน คนชาติของภาคีนั้น หรือทั้งสองกรณี
ข. สายการบินนั้นมีคุณสมบัติเต็มตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับ ซึ่งภาคีฝ่ายที่พิจารณาคำขอนั้นได้ใช้อยู่เป็นปกติแก่การดำเนินการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ และ
ค. ภาคีผู้กำหนดสายการบินนั้นได้ดูแลรักษาและบริหารงานตามมาตรฐานตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ (ความปลอดภัย) และข้อ ๗ (การรักษาความปลอดภัยด้านการบิน)
ข้อ ๔
การเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินการ๑. ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจเพิกถอน พักใช้ หรือจำกัดใบอนุญาตดำเนินการหรือใบอนุญาตทางเทคนิค ของสายการบินที่กำหนดโดยภาคีอีกฝ่าย เมื่อ
ก. กรรมสิทธิ์ส่วนสาระสำคัญและการควบคุมอันแท้จริงของสายการบินนั้น มิได้ตกอยู่กับภาคีอีกฝ่าย คนชาติของภาคีนั้น หรือทั้งสองกรณี
ข. สายการบินนั้นไม่ดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับที่อ้างถึงในข้อ ๕ (การใช้กฎหมาย) ของความตกลงนี้ หรือ
ค. ภาคีอีกฝ่ายหนึ่งไม่ดูแลรักษาและบริหารงานตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ (ความปลอดภัย)
๒. เว้นแต่การกระทำโดยพลันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อมิให้มีการฝ่าฝืนอนุวรรค ๑ข และ ๑ค ของข้อนี้ดำเนินอยู่ต่อไป สิทธิที่ก่อตั้งขึ้นตามข้อนี้จะใช้ได้หลังจากที่มีการปรึกษาหารือกับภาคีอีกฝ่ายแล้วเท่านั้น
๓. ข้อบทนี้ไม่จำกัดสิทธิของภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่จะเพิกถอน พักใช้ จำกัด หรือกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตดำเนินการหรือใบอนุญาตทางเทคนิคของสายการบินสายหนึ่งหรือหลายสายของภาคีอีกฝ่าย ตามความในข้อ ๗ (การรักษาความปลอดภัยการบิน)
ข้อ ๕
การใช้กฎหมาย๑. ขณะเข้ามา อยู่ใน หรือออกจากอาณาเขตของภาคีฝ่ายหนึ่ง สายการบินของภาคีอีกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับของภาคีฝ่ายแรกที่เกี่ยวกับการดำเนินบริการและการเดินอากาศของอากาศยาน
๒. ขณะเข้ามา อยู่ใน หรือออกจากอาณาเขตของภาคีฝ่ายหนึ่ง คนโดยสาร ลูกเรือและสินค้าบนอากาศยาน ของสายการบิน ของภาคีอีกฝ่าย หรือตัวแทน จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของภาคีฝ่ายแรกที่เกี่ยวกับ การเข้ามาหรือการออกจากอาณาเขตของคนโดยสาร ลูกเรือ หรือสินค้าบนอากาศยาน (รวมถึงข้อบังคับเกี่ยวกับการนำเข้า การตรวจปล่อย การรักษาความปลอดภัยด้านการบิน การเข้าเมือง หนังสือเดินทาง การศุลกากร และการกักกันโรค หรือข้อบังคับด้านไปรษณีย์ ในกรณีไปรษณียภัณฑ์)
ข้อ ๖
ความปลอดภัย๑. เพื่อความมุ่งประสงค์ในการดำเนินการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศตามที่ระบุไว้ในความตกลงนี้ ภาคีแต่ละฝ่ายต้องยอมรับนับถือความสมบูรณ์ของใบสำคัญสมควรเดินอากาศ ใบสำคัญความสามารถ และใบอนุญาตที่ภาคีอีกฝ่ายออกให้หรือกระทำให้สมบูรณ์และยังอยู่ในระหว่างระยะเวลาที่มีผลใช้ได้ โดยมีเงื่อนไขว่า ข้อกำหนดสำหรับใบสำคัญหรือใบอนุญาตเช่นว่านั้นอย่างน้อยต้องเท่าเทียมกับมาตรฐานขั้นต่ำซึ่งอาจกำหนดขึ้นตามอนุสัญญา อย่างไรก็ตาม ภาคีแต่ละฝ่ายอาจปฏิเสธที่จะยอมรับนับถือความสมบูรณ์ของใบสำคัญความสามารถและใบอนุญาต ที่ภาคีอีกฝ่ายออกให้หรือกระทำให้สมบูรณ์แก่คนชาติของตนในการบินเหนืออาณาเขตของตน
๒. ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจร้องขอให้มีการปรึกษาหารือเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยซึ่งภาคีอีกฝ่าย เป็นผู้ดูแลรักษาเกี่ยวกับเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ลูกเรือ อากาศยาน และการดำเนินบริการของ สายการบินที่กำหนด ถ้าหลังจากการหารือดังกล่าวภาคีฝ่ายหนึ่งพบว่าภาคีอีกฝ่ายมิได้ดูแลรักษาและบริหารงาน ตามมาตรฐาน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในเรื่องดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผล อย่างน้อยเท่าเทียมกับ มาตรฐานขั้นต่ำซึ่งกำหนดขึ้นตามอนุสัญญา ภาคีฝ่ายหลังนี้จะได้รับแจ้งถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวและขั้นตอนต่าง ๆ ที่พิจารณาเห็นว่าจำเป็นในการปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำเหล่านี้ และจะต้องดำเนินมาตรการแก้ไขที่เหมาะสม ภาคีแต่ละฝ่ายสงวนสิทธิที่จะพักใช้ เพิกถอน หรือจำกัดใบอนุญาตดำเนินบริการหรือใบอนุญาตทางเทคนิคของสายการบิน สายหนึ่งหรือหลายสายที่กำหนดโดยภาคีอีกฝ่าย ในกรณีที่ภาคีฝ่ายหลังนี้มิได้ดำเนินมาตรการแก้ไขที่เหมาะสมเช่นว่า ภายในระยะเวลาอันควร
ข้อ ๗
การรักษาความปลอดภัยการบิน๑. โดยสอดคล้องกับสิทธิและหน้าที่ของตนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ภาคียืนยันอีกครั้งว่าพันธกรณีของตน ที่มีต่อกัน ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของการบินพลเรือนจากการกระทำการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นส่วนหนึ่งของความตกลงนี้ โดยไม่เป็นการจำกัดบททั่วไปแห่งสิทธิและพันธกรณีของตน ภายใต้ กฎหมายระหว่างประเทศ ภาคีจะต้องกระทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งอนุสัญญา ว่าด้วยความผิดและการกระทำอื่นบางประการที่กระทำบนอากาศยาน ลงนาม ณ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๖ อนุสัญญาเพื่อการปราบปรามการยึดอากาศยานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ลงนาม ณ กรุงเฮก เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ และอนุสัญญาเพื่อการปราบปรามการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน ลงนาม ณ เมืองมอนตริออล เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๔ และพิธีสารเพื่อการปราบปรามการกระทำรุนแรง อันมิชอบ ด้วยกฎหมาย ณ ท่าอากาศยาน ซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ทำ ณ เมืองมอนตริออล เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑
๒. เมื่อมีการร้องขอ ภาคีพึงให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นทั้งปวงแก่กันและกัน เพื่อป้องกันการกระทำการยึดอากาศยาน พลเรือนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการกระทำอื่นอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อความปลอดภัยของอากาศยานเช่นว่านั้น ต่อคนโดยสารและลูกเรือของอากาศยานนั้น และต่อท่าอากาศยานและเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ และเพื่อประเมินการคุกคามอื่นใดต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน
๓. ในความสัมพันธ์ระหว่างกัน ภาคีจะดำเนินการตามมาตรฐานและวิธีปฏิบัติที่แนะนำอันเหมาะสม ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยการบิน ซึ่งจัดทำโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และได้รับการ กำหนดให้เป็นภาคผนวกของอนุสัญญา ภาคีจะกำหนดให้ผู้ประกอบการอากาศยานในทะเบียนของตน ผู้ประกอบการอากาศยานซึ่งมีถิ่นที่ในทางธุรกิจสำคัญหรือถิ่นที่อยู่ถาวรในอาณาเขตของตน และผู้ประกอบการ ท่าอากาศยานในอาณาเขตของตน ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยการบินเช่นว่านั้น
๔. ภาคีแต่ละฝ่ายตกลงจะปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยซึ่งภาคีอีกฝ่าย ได้กำหนดไว้ สำหรับการเข้าไปยัง การออกจาก และขณะอยู่ภายในอาณาเขตของตน และจะดำเนินมาตรการอันเพียงพอ ที่จะปกป้องอากาศยานและตรวจตราคนโดยสาร ลูกเรือ สัมภาระ สิ่งของถือติดตัว รวมถึงสินค้าและพัสดุอากาศยาน ก่อนและระหว่างการขึ้นหรือการขนขึ้นเครื่อง ภาคีแต่ละฝ่ายจะพิจารณาด้วยดีต่อคำขอใด ๆ จากภาคีอีกฝ่าย สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยพิเศษเพื่อรับมือการคุกคามเฉพาะกรณี
๕. เมื่อมีอุบัติการ หรือการคุกคามว่าจะมีอุบัติการยึดอากาศยานพลเรือนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายอื่นใดต่อความปลอดภัยของคนโดยสาร ลูกเรือ อากาศยาน ท่าอากาศยาน หรือเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ภาคีจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยการอำนวยความสะดวกในการสื่อสาร และมาตรการอันสมควรอื่น ๆ ซึ่งมุ่งจะขจัดอุบัติการหรือการคุกคามเช่นว่านั้นอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
๖. เมื่อภาคีฝ่ายหนึ่งมีเหตุผลที่สมควรเชื่อได้ว่า ภาคีอีกฝ่ายได้ปฏิบัติแตกต่างไปจากบทบัญญัติ ว่าด้วย การรักษาความปลอดภัยด้านการบินตามข้อนี้ เจ้าหน้าที่การเดินอากาศของภาคีฝ่ายแรกอาจร้องขอให้มีการหารือ กับเจ้าหน้าที่การเดินอากาศของภาคีฝ่ายหลังโดยพลัน การไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่น่าพอใจกันได้ภายใน ๑๕ วัน นับจากวันที่มีการร้องขอ จะเป็นเหตุผลที่จะพักใช้ เพิกถอน จำกัด หรือกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตดำเนินบริการ และใบอนุญาตทางเทคนิคของสายการบินหนึ่งหรือหลายสายของภาคีฝ่ายนั้น เมื่อมีความจำเป็นด้วยเหตุฉุกเฉิน ภาคีฝ่ายหนึ่งอาจจะใช้มาตรการชั่วคราวได้ก่อนครบกำหนด ๑๕ วัน
ข้อ ๘
โอกาสทางพาณิชย์๑. สายการบินของภาคีแต่ละฝ่าย มีสิทธิจัดตั้งสำนักงานในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่ายเพื่อการส่งเสริม และการขายการขนส่งทางอากาศ
๒. สายการบินที่กำหนดของภาคีแต่ละฝ่าย เมื่อได้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของภาคีอีกฝ่าย เกี่ยวกับการเข้ามา การพำนักอาศัย และการจ้างงาน ย่อมมีสิทธินำบุคลากรด้านการจัดการ การขาย เทคนิค ปฏิบัติการ และผู้ชำนาญพิเศษอื่น ซึ่งจำเป็นสำหรับการให้บริการขนส่งทางอากาศ เข้ามาและให้อยู่ในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่ายนั้น
๓. สายการบินที่กำหนดแต่ละสายมีสิทธิดำเนินบริการลานจอดของตนเองในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง (การให้บริการลานจอดด้วยตนเอง) หรือด้วยดุลยพินิจของตนเอง เลือกใช้บริการทั้งหมดหรือแต่บางส่วน จากบริษัทผู้แข่งขัน สำหรับบริการเช่นว่านี้ สิทธิดังกล่าวจะอยู่ภายใต้ก็แต่เฉพาะข้อจำกัดทางกายภาพอันเกิดจาก ข้อพิจารณาเกี่ยวกับความปลอดภัยของท่าอากาศยาน เมื่อข้อพิจารณาเช่นว่าทำให้มิอาจดำเนินบริการลานจอด ได้ด้วยตนเอง บริการลานจอดจะต้องมีให้บริการด้วยความเท่าเทียมกันแก่ทุกสายการบิน ค่าบริการจะต้องอยู่บนพื้นฐานของต้นทุนการให้บริการ และบริการเช่นว่านั้นทั้งประเภทและคุณภาพ จะต้องเทียบเท่ากับกรณีที่มีบริการลานจอดด้วยตนเองได้
๔. สายการบินใด ๆ ของภาคีฝ่ายหนึ่งอาจดำเนินการขายบริการขนส่งทางอากาศในอาณาเขต ของภาคีอีกฝ่ายได้โดยตรง และโดยผ่านตัวแทนของสายการบิน ด้วยดุลพินิจของสายการบินเอง เว้นแต่จะกำหนดไว้โดยเฉพาะโดยข้อบังคับว่าด้วยการเช่าเหมาของประเทศต้นทางของการเช่าเหมานั้น ซึ่งเกี่ยวกับการคุ้มครองกองทุนของคนโดยสาร และสิทธิยกเลิกและได้รับเงินคืนของคนโดยสาร สายการบินแต่ละสายจะมีสิทธิขายบริการขนส่งเช่นว่านั้น และบุคคลใด ๆ มีเสรีภาพที่จะซื้อบริการขนส่ง นั้นด้วยเงินสกุลที่ใช้อยู่ในอาณาเขตนั้นหรือเงินสกุลอื่นที่แลกเปลี่ยนได้โดยเสรี
๕. สายการบินแต่ละสายมีสิทธิแลกเปลี่ยนและโอนเงินรายได้ท้องถิ่นในส่วนที่เหลือจากการใช้จ่าย ในท้องถิ่นกลับไปประเทศของตนได้ตามความต้องการ การแลกเปลี่ยนและการโอนเงินรายได้จะได้รับอนุญาต ให้กระทำได้ทันที โดยปราศจากข้อกำกัดหรือภาษีใด ๆ ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนและ การโอนเงินรายได้นั้นในวันแรกที่สายการบินได้ยื่นคำขอส่งเงินรายได้กลับ
๖. สายการบินของภาคีแต่ละฝ่ายจะได้รับอนุญาตให้ชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น รวมถึงการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย ด้วยเงินสกุลท้องถิ่น สายการบินของภาคีแต่ละฝ่ายอาจใช้ดุลพินิจของตนชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านั้นในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย ด้วยเงินสกุลที่แลกเปลี่ยนได้โดยเสรี ตามข้อบังคับเกี่ยวกับเงินตราของท้องถิ่นนั้น
๗. ในการดำเนินบริการ หรือเสนอบริการที่ได้รับอนุญาตตามเส้นทางที่ได้ตกลงกัน สายการบินที่กำหนดใด ๆ ของภาคีฝ่ายหนึ่งอาจจะเข้าร่วมข้อตกลงร่วมมือด้านการตลาด เช่น ข้อตกลงเกี่ยวกับการกันจำนวนที่นั่ง การทำการบินโดยใช้เที่ยวบินร่วมกัน หรือการเช่า กับ
ก. สายการบินสายหนึ่งหรือหลายสายของภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และ
ข. สายการบินสายหนึ่งหรือหลายสายของประเทศที่สาม โดยมีเงื่อนไขว่า ประเทศที่สามนั้นจะต้องให้อนุญาต หรือยอมให้สายการบินของภาคีอีกฝ่ายกับสายการบินอื่น ๆ จัดทำข้อตกลงที่ทัดเทียมกันในบริการไปยัง มาจาก และผ่านประเทศที่สามนั้นได้ โดยมีเงื่อนไขว่า สายการบินทุกสายในข้อตกลงดังกล่าวต้อง (๑) มีใบอนุญาตที่เหมาะสม และ (๒) มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ปกติใช้บังคับแก่ข้อตกลงเช่นว่านั้น
๘. ไม่ว่าบทบัญญัติอื่นใดในความตกลงนี้จะกำหนดเป็นประการใดก็ตาม สายการบินและตัวแทนจัดการขนส่งสินค้า ของภาคีทั้งสองฝ่ายย่อมได้รับอนุญาตโดยปราศจากข้อกำกัด ให้ใช้การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศต่อเนื่อง กับการขนส่งภาคพื้นใด ๆ สำหรับสินค้าไปยัง หรือมาจากจุดใด ๆ ในอาณาเขตของภาคีหรือประเทศที่สาม รวมถึงการขนส่งไปยังและมาจากท่าอากาศยานทั้งปวงที่พร้อมด้วยการอำนวยความสะดวกทางศุลกากร และหากกระทำได้ให้รวมถึง สิทธิขนส่งสินค้าทัณฑ์บนภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่มีผลใช้บังคับ สินค้าเช่นว่านั้น ไม่ว่าด้วยการขนส่งภาคพื้นหรือทางอากาศ ย่อมมีสิทธิเข้าสู่การศุลกากร ขั้นตอน และการอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยาน สายการบินอาจเลือกประกอบการขนส่งภาคพื้นเช่นว่านั้นด้วยตนเอง หรือดำเนินการผ่านข้อตกลง กับผู้รับขนภาคพื้นอื่น ๆ รวมถึงการขนส่งภาคพื้นที่ดำเนินการโดยสายการบินอื่น และตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ การบริการขนส่งสินค้าต่อเนื่องระหว่างรูปแบบเช่นว่านี้ อาจเสนอค่าระวางเดียวตลอดเส้นทาง สำหรับการขนส่งทางอากาศ และทางภาคพื้นรวมกัน โดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่ทำให้ผู้ใช้บริการสำคัญผิดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขนส่งเช่นว่านี้
ข้อ ๙
ภาษีศุลกากรและค่าธรรมเนียม๑. บนพื้นฐานของการถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ อากาศยานซึ่งใช้ดำเนินการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ โดยสายการบินที่กำหนดของภาคีอีกฝ่าย เครื่องบริภัณฑ์ประจำอากาศยาน เครื่องบริภัณฑ์ภาคพื้นดิน เชื้อเพลิง น้ำมันลื่น วัสดุทางเทคนิคที่ใช้สิ้นเปลือง เครื่องอะไหล่ (รวมทั้งเครื่องยนต์) พัสดุอากาศยาน (รวมทั้ง แต่ไม่จำกัดเฉพาะสิ่งต่าง ๆ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสุรา ยาสูบ และสิ่งอื่นในปริมาณจำกัด เพื่อขายหรือใช้สำหรับคนโดยสารระหว่างเที่ยวบิน) และสิ่งต่าง ๆ ซึ่งมุ่งหมายเพื่อ หรือใช้โดยเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินการหรือการให้บริการอากาศยานที่ใช้ในการขนส่งทางอากาศ ระหว่างประเทศ เมื่อเข้ามาในอาณาเขตของภาคีฝ่ายหนึ่ง จะได้รับการยกเว้นจากข้อกำกัดการนำเข้า ภาษีทรัพย์สินและ ค่าภาระเงินลงทุน ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต และค่าธรรมเนียมและเงินเรียกเก็บที่คล้ายคลึงกันที่ (๑) เจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บ และ (๒) ไม่อยู่บนพื้นฐานของต้นทุนการให้บริการ โดยมีเงื่อนไขว่า เครื่องบริภัณฑ์และวัสดุดังกล่าว จะต้องคงอยู่บนอากาศยานนั้น
๒. บนพื้นฐานแห่งการถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ ให้ยกเว้นภาษี ค่าภาระ ค่าอากร ค่าธรรมเนียม และเงินเรียกเก็บต่าง ๆ ที่อ้างถึงในวรรค ๑ แห่งข้อนี้ แต่ไม่รวมถึงเงินเรียกเก็บที่เรียกเก็บโดยอาศัยพื้นฐานของต้นทุนการให้บริการ แก่
ก. พัสดุอากาศยานที่เข้ามา หรือจัดหาจากอาณาเขตของภาคีหนึ่ง และนำขึ้นบนอากาศยานจำนวนพอสมควร เพื่อใช้ในอากาศยานเที่ยวขาออกของสายการบินของภาคีอีกฝ่าย ซึ่งประกอบการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่าพัสดุเหล่านี้จะได้ถูกใช้ไปในการเดินทางช่วงหนึ่ง ซึ่งอยู่เหนืออาณาเขตของภาคีที่มีการนำพัสดุนั้น ขึ้นบนอากาศยาน
ข. เครื่องบริภัณฑ์ภาคพื้นและเครื่องอะไหล่ (รวมทั้งเครื่องยนต์) ซึ่งนำเข้ามาในอาณาเขตของภาคีหนึ่ง เพื่อให้บริการ ซ่อมบำรุง หรือซ่อมแซมอากาศยานของสายการบินของภาคีอีกฝ่าย ซึ่งใช้ในการขนส่งทางอากาศ ระหว่างประเทศ
ค. เชื้อเพลิง น้ำมันลื่น และวัสดุทางเทคนิคที่ใช้สิ้นเปลือง ซึ่งนำเข้ามาหรือจัดหาในอาณาเขตของภาคีหนึ่ง เพื่อให้ใช้สำหรับอากาศยานของสายการบินของภาคีอีกฝ่าย ซึ่งประกอบการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่าวัสดุเหล่านี้จะได้ใช้ไปในการเดินทางช่วงหนึ่ง ซึ่งอยู่เหนืออาณาเขตของภาคีที่มีการนำวัสดุนั้น ขึ้นบนอากาศยานก็ตาม
ง. วัตถุที่ใช้เพื่อโฆษณาหรือส่งเสริมการขาย ซึ่งนำเข้ามาหรือจัดหาในอาณาเขตของภาคีฝ่ายหนึ่ง และนำขึ้นบนอากาศยานในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อใช้ในอากาศยานเที่ยวขาออกของสายการบินของภาคีอีกฝ่าย ซึ่งประกอบการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่าวัสดุเหล่านี้จะได้ใช้ไปในการเดินทางช่วงหนึ่ง ซึ่งอยู่เหนืออาณาเขตของภาคีที่มีการนำวัสดุนั้นขึ้นบนอากาศยานก็ตาม
๓. เครื่องบริภัณฑ์และวัสดุที่อ้างถึงในวรรค ๑ และ ๒ แห่งข้อนี้ อาจกำหนดให้เก็บรักษาไว้ภายใต้การดูแล หรือการควบคุมของเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม
๔. ข้อยกเว้นต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในข้อนี้ ให้ใช้ได้ด้วยแก่กรณีที่สายการบินที่กำหนดของภาคีฝ่ายหนึ่งมีสัญญา กับสายการบินอีกสายหนึ่ง ซึ่งได้รับการยกเว้นเช่นเดียวกันจากภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง สำหรับการให้ยืมหรือโอนสิ่งของต่าง ๆ ที่ระบุในวรรค ๑ และ ๒ แห่งข้อนี้ในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่ายนั้น
ข้อ ๑๐
ค่าภาระ๑. ค่าภาระซึ่งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจในการเรียกเก็บของภาคีแต่ละฝ่ายอาจเรียกเก็บจากสายการบิน ของภาคีอีกฝ่ายนั้น จะต้องเป็นธรรม สมเหตุสมผล ไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และเป็นการแบ่งส่วน ที่เป็นธรรมระหว่างกลุ่มของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าในกรณีใดให้เรียกเก็บค่าภาระดังกล่าวจากสายการบินของภาคีอีกฝ่าย ในเงื่อนไขที่ให้ความอนุเคราะห์ไม่น้อยไปกว่าที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ยิ่งแก่สายการบินอื่นใด ณ เวลาที่มีการเรียกเก็บ ค่าภาระดังกล่าว
๒. ค่าภาระที่เรียกเก็บจากสายการบินของภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง อาจคลุมถึง แต่ต้องไม่เกิน ค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนที่เกิดขึ้น กับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจเรียกเก็บในการจัดให้มีเครื่องอำนวยความสะดวกและบริการที่เหมาะสมเกี่ยวกับสนามบิน สภาพแวดล้อมสนามบิน การเดินอากาศ และการรักษาความปลอดภัยการบิน ณ ท่าอากาศยานหรือภายในระบบ ท่าอากาศยาน ค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนดังกล่าวอาจรวมถึงค่าตอบแทนตามควรจากทรัพย์สินภายหลังหักค่าเสื่อมราคา ค่าภาระที่เก็บจากเครื่องอำนวยความสะดวกและบริการดังกล่าวจะต้องเรียกเก็บตามหลักประสิทธิภาพและหลักเศรษฐศาสตร์
๓. ภาคีแต่ละฝ่ายจะสนับสนุนให้มีการปรึกษาหารือระหว่างเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจ ในการเรียกเก็บ ในอาณาเขตของตนกับสายการบินซึ่งใช้บริการและเครื่องอำนวยความสะดวก และจะสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงาน ผู้มีอำนาจในการเรียกเก็บ และสายการบินแลกเปลี่ยนข้อมูลที่อาจจำเป็นเพื่อที่จะได้มีการทบทวนที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ความเหมาะสมของค่าภาระนั้น ตามหลักการของบทบัญญัติในวรรค ๑ และ ๒ แห่งข้อนี้ ภาคีแต่ละฝ่ายจะสนับสนุน ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการเรียกเก็บ จัดส่งคำบอกกล่าวตามควรซึ่งข้อเสนอใด ๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงค่าภาระ ให้แก่ผู้ใช้บริการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถแสดงความคิดเห็นของตนได้ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
๔. ในการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทตามข้อ ๑๔ มิให้ถือว่าภาคีฝ่ายใดละเมิดบทบัญญัติแห่งข้อนี้ เว้นแต่ (๑) ภาคีฝ่ายนั้นมิได้ดำเนินการทบทวนค่าภาระหรือทางปฏิบัติ ที่ภาคีอีกฝ่ายได้ร้องเรียนมา ภายในระยะเวลาอันควรหรือ (๒) ภายหลังจากการทบทวนดังกล่าวแล้ว ภาคีฝ่ายนั้นมิได้ดำเนินการทั้งปวงภายในขอบอำนาจของตนที่จะเยียวยา แก้ไขค่าภาระหรือทางปฏิบัติใดที่ไม่สอดคล้องกับข้อนี้
ข้อ ๑๑
การแข่งขันที่เป็นธรรม๑. ภาคีแต่ละฝ่ายจะให้โอกาสที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกันแก่สายการบินที่กำหนดของภาคีทั้งสองฝ่าย ในการแข่งขันให้บริการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศตามความตกลงนี้
๒. ภาคีแต่ละฝ่ายจะให้สายการบินที่กำหนดแต่ละสายกำหนดความจุและความถี่ที่เสนอสำหรับการขนส่งทางอากาศ ระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อพิจารณาทางพาณิชย์ตามสภาวะตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับสิทธินี้ ห้ามมิให้ภาคีฝ่ายใด กระทำการโดยฝ่ายเดียว จำกัดปริมาณการจราจร ความถี่ หรือความสม่ำเสมอของบริการ หรือแบบอากาศยาน ที่ดำเนินการ โดยสายการบินที่กำหนดของภาคีอีกฝ่าย เว้นแต่จำเป็นเพื่อเหตุผลทางศุลกากร เทคนิค ปฏิบัติการ หรือสิ่งแวดล้อม ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันซึ่งสอดคล้องกับข้อ ๑๕ ของอนุสัญญา
๓. ห้ามมิให้ภาคีฝ่ายใดออกข้อกำหนดบังคับสายการบินที่กำหนดของภาคีอีกฝ่ายในเรื่องการเลือกปฏิบัติ ในการอนุญาตการบิน สัดส่วนการขนส่ง ค่าธรรมเนียมตอบไม่ขัดข้อง หรือข้อกำหนดอื่นใดเกี่ยวกับ ความจุ ความถี่ หรือ การจราจร ซึ่งจะไม่สอดคล้องกับความมุ่งประสงค์ของความตกลงนี้
๔. ห้ามมิให้ภาคีฝ่ายใดกำหนดให้สายการบินของภาคีอีกฝ่ายต้องยื่นขออนุญาตใช้ตารางการบิน กำหนดการบิน สำหรับเที่ยวบินเช่าเหมา หรือแผนดำเนินบริการ เว้นแต่เป็นการกำหนดบนพื้นฐานการไม่เลือกปฏิบัติเพื่อบังคับใช้ เงื่อนไขรูปแบบเดียวกันตามที่ระบุในวรรค ๒ ของข้อนี้ หรือตามอำนาจที่ระบุไว้โดยเฉพาะในภาคผนวกของความตกลงนี้ หากภาคีฝ่ายหนึ่งกำหนดให้ยื่นตารางการบินเพื่อความมุ่งประสงค์ด้านข้อมูล ภาคีฝ่ายนั้นจะต้องลดความยุ่งยาก ภาคราชการในข้อบังคับและขั้งตอนการยื่นตารางการบินดังกล่าวให้น้อยที่สุดสำหรับตัวแทนการขนส่งทางอากาศ และสายการบินที่กำหนดของภาคีอีกฝ่าย
ข้อ ๑๒
การกำหนดราคา๑. ภาคีแต่ละฝ่ายจะยินยอมให้สายการบินที่กำหนดแต่ละสายกำหนดราคาค่าขนส่งทางอากาศบนพื้นฐานของ ข้อพิจารณาทางพาณิชย์ตามสภาวะตลาด ภาคีจะทำการแทรกแซงได้ต่อเมื่อเป็น
ก. การป้องกันการกำหนดราคาหรือทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติเกินสมควร
ข. การคุ้มครองผู้ใช้บริการจากราคาที่สูงหรือถูกจำกัดเกินสมควรอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจเหนือตลาด โดยมิชอบ และ
ค. การคุ้มครองสายการบินจากราคาที่ต่ำเกินจริงอันเนื่องมาจากการอุดหนุนหรือการสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
๒ ภาคีแต่ละฝ่ายอาจกำหนดให้มีการยื่นคำบอกกล่าวหรือคำขอต่อเจ้าหน้าที่การเดินอากาศของตน ซึ่งเกี่ยวกับราคา ไปยังหรือออกจากอาณาเขตของตน ที่สายการบินของภาคีอีกฝ่ายจะเรียกเก็บ การยื่นคำบอกกล่าวหรือคำขอของ สายการบินของภาคีทั้งสองฝ่ายอาจจะต้องกระทำไม่เกินกว่า ๓๐ วันก่อนวันที่เสนอให้ราคานั้นมีผล ในแต่ละกรณี การยื่นคำบอกกล่าวหรือคำขออาจได้รับอนุญาตให้กระทำภายในระยะเวลาที่สั้นกว่าปกติ ห้ามมิให้ภาคีฝ่ายใดกำหนดให้ สายการบินของภาคีอีกฝ่ายต้องยื่นคำบอกกล่าวหรือคำขอเกี่ยวกับราคาผู้เช่าเหมาเรียกเก็บจากสาธารณชน เว้นแต่อาจกำหนดโดยอยู่บนพื้นฐานการไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อความมุ่งประสงค์ด้านข้อมูล
๓. ห้ามมิให้ภาคีฝ่ายใดกระทำการโดยฝ่ายเดียวเพื่อกีดกันการเริ่มใช้หรือการใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งราคาที่เสนอให้เรียกเก็บ หรือที่เรียกเก็บแล้วโดย (๑) สายการบินของภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำหรับการขนส่ง ทางอากาศระหว่างประเทศ ระหว่างอาณาเขตของภาคีทั้งสอง หรือ (๒) สายการบินของภาคีฝ่ายหนึ่งสำหรับ การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ระหว่างอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย และประเทศอื่นใด รวมทั้งในทั้งสองกรณี การขนส่งบนพื้นฐานการส่งต่อการจราจรระหว่างประเทศและภายในประเทศ หากภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเชื่อว่าราคาเช่นว่านั้น ไม่สอดคล้องกับข้อพิจารณาที่กำหนดไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้ ให้ร้องขอให้มีการปรึกษาหารือ และแจ้งไปยัง ภาคีอีกฝ่ายในทันทีที่อาจทำได้ ถึงเหตุที่ตนไม่พอใจ ให้จัดการปรึกษาหารือเหล่านี้ไม่ช้ากว่า ๓๐ วันหลังจากได้รับ การร้องขอดังกล่าว และภาคีทั้งสองฝ่ายต้องร่วมมือกันเก็บรักษาข้อมูลอันจำเป็นสำหรับการไตร่ตรองหาทางออกของปัญหา หากภาคีบรรลุความตกลงเกี่ยวกับราคา ซึ่งเป็นมูลเหตุของการแสดงความไม่พอใจ ให้ภาคีแต่ละฝ่ายใช้ความพยายาม อย่างที่สุดที่จะทำให้ความตกลงนั้นมีผล หากไม่อาจตกลงเช่นว่านี้ได้ ให้ราคานั้นมีผลใช้ได้ หรือคงมีผลต่อไป
ข้อ ๑๓
การปรึกษาหารือภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจร้องขอให้มีการปรึกษาหารือเกี่ยวกับความตกลงนี้ ณ เวลาใดก็ได้ การปรึกษาหารือเช่นว่านี้ จะต้องมีขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ไม่ช้ากว่า ๖๐ วันนับจากวันที่ภาคีอีกฝ่ายได้รับคำร้องขอ เว้นแต่จะได้ตกลง เป็นอย่างอื่น
ข้อ ๑๔
การระงับข้อพิพาท๑. เว้นแต่ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นภายใต้วรรค ๓ แห่งข้อ ๑๒ (การกำหนดราคา) ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้ ความตกลงนี้ ซึ่งไม่อาจหาข้อยุติได้ในการหารือกันอย่างเป็นทางการรอบแรก ภาคีทั้งสองฝ่ายอาจตกลงกันเสนอข้อพิพาท ให้แก่บุคคลหรือองค์คณะใดเพื่อวินิจฉัย หากภาคีทั้งสองฝ่ายไม่อาจตกลงให้ดำเนินการเช่นว่านั้น ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อาจเสนอข้อพิพาทนั้นไปยังคณะอนุญาโตตุลาการ ตามขั้นตอนที่จะกล่าวต่อไปนี้
๒. อนุญาโตตุลาการต้องประกอบด้วยองค์คณะสามคน โดยการจัดตั้งดังต่อไปนี้
ก. ภายใน ๓๐ วันหลังจากได้รับการร้องขอให้มีอนุญาโตตุลาการ ให้ภาคีแต่ละฝ่ายเสนอชื่ออนุญาโตตุลาการ ฝ่ายละหนึ่งคน และภายใน ๖๐ วันหลังจากที่มีการเสนอชื่อนอนุญาโตตุลาการสองคนแล้ว ให้อนุญาโตตุลาการทั้งสอง ตกลงเลือกอนุญาโตตุลาการคนที่สาม ผู้ชึ่งจะทำหน้าที่ประธานคณะอนุญาโตตุลาการ
ข. ในกรณีที่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถเสนอชื่ออนุญาโตตุลาการ หรือไม่สามารถแต่งตั้ง อนุญาโตตุลาการคนที่สามได้ ตามอนุวรรค ก. ของวรรคนี้ ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจร้องขอให้นายกมนตรีของคณะมนตรี องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศเป็นผู้เลือกอนุญาโตตุลาการคนหนึ่งหรือหลายคนเท่าที่จำเป็นภายในเวลา ๓๐ วัน ในกรณีที่นายกมนตรีของคณะมนตรีเป็นผู้มีสัญชาติเดียวกับภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้รองนายกมนตรีอาวุโสสูงสุด ผู้ซึ่งไม่ขาดคุณสมบัติที่ว่านี้เป็นผู้ทำการแต่งตั้ง
๓. เว้นแต่จะตกลงเป็นอย่างอื่น คณะอนุญาโตตุลาการจะพิจารณากำหนดเขตอำนาจของตนตามความตกลงนี้ และกำหนดกระบวนพิจารณาของตนเอง คณะอนุญาโตตุลาการที่จัดตั้งขึ้นแล้วอาจกำหนดมาตรการชั่วคราว ระหว่างรอคำวินิจฉัยถึงที่สุด คณะอนุญาโตตุลาการอาจกำหนด หรือภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจร้องขอให้มีการประชุมภายใน ๑๕ วัน หลังจากที่แต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการแล้วเสร็จ เพื่อกำหนดประเด็นที่จะพิจารณาและกระบวนพิจารณาเฉพาะ
๔. เว้นแต่ภาคีทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น หรือคณะอนุญาโตตุลาการจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องยื่นสำนวนความภายใน ๔๕ วันหลังจากการแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการแล้วเสร็จ ให้ยื่นคำให้การแก้ฟ้องภายใน ๖๐ วันถัดจากนั้น คณะอนุญาโตตุลาการจะเปิดการพิจารณาเมื่อภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ร้องขอหรือด้วยดุลพินิจของคณะอนุญาโตตุลาการเอง ภายใน ๑๕ วันหลังจากครบกำหนดเวลาให้ยื่นคำให้การแก้ฟ้อง
๕. คณะอนุญาโตตุลาการต้องพยายามทำคำวินิจฉัยเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน ๓๐ วันนับจากวันสิ้นสุดการพิจารณา หรือในกรณีที่ไม่มีการฟังคำให้การ ให้นับจากวันที่ได้รับคำให้การแก้ฟ้องจากทั้งสองฝ่าย คำวินิจฉัยให้ใช้คะแนนเสียง ข้างมาก
๖. ภาคีทั้งสองฝ่ายสามารถยื่นคำร้องขอคำอธิบายคำวินิจฉัยได้ภายใน ๑๕ วันหลังจากวันที่มีคำวินิจฉัย และให้แจ้งคำอธิบายเช่นว่านี้ภายใน ๑๕ วันนับจากการร้องขอดังกล่าว
๗. ภาคีแต่ละฝ่ายจะปฏิบัติให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยหรือคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการอย่างเต็มบริบูรณ์ ทั้งนี้ในระดับที่สอดคล้องกับกฎหมายภายในของตน
๘. ให้ภาคีแต่ละฝ่ายรับผิดชอบอย่างเท่า ๆ กันในค่าใช้จ่ายของ คณะอนุญาโตตุลาการ รวมถึงค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่าย ของอนุญาโตตุลาการด้วย ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยนายกมนตรีของคณะมนตรี องค์การการบิน พลเรือนระหว่างประเทศที่ดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุในวรรค ๒ข ของข้อนี้ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่าย ของคณะอนุญาโตตุลาการ
ข้อ ๑๕
การเลิกความตกลงภาคีแต่ละฝ่ายอาจให้คำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ภาคีอีกฝ่าย ณ เวลาใดก็ได้ ถึงการตัดสินใจของตน ที่จะเลิกความตกลงฉบับนี้ พร้อมกันนี้ให้แจ้งคำบอกกล่าวเช่นว่านั้นไปยังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศด้วย ความตกลงฉบับนี้จะเป็นอันสิ้นสุดโดยทันทีในเวลาเที่ยงคืน (ณ สถานที่ซึ่งคำบอกกล่าวไปถึงภาคีอีกฝ่าย) ของวันก่อน วันครบรอบหนึ่งปี นับจากวันที่ภาคีอีกฝ่ายได้รับคำบอกกล่าวนั้น เว้นแต่จะมีความตกลงร่วมกันให้ถอนคำบอกกล่าว เลิกความตกลงก่อนสิ้นกำหนดเวลานั้น
ข้อ ๑๖
การจดทะเบียนกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศความตกลงฉบับนี้ และข้อแก้ไขเพิ่มเติมทั้งปวงของความตกลงฉบับนี้ ต้องจดทะเบียนไว้กับ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
ข้อ ๑๗
การมีผลใช้บังคับความตกลงฉบับนี้ และภาคผนวกของความตกลงนี้ จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ลงนาม ให้ความตกลงนี้แทนที่ ความตกลงว่าด้วยการบินพลเรือนฉบับก่อน ๆ ที่ได้ตกลงกับภาคีอีกฝ่าย
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงนามท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยควรจากรรัฐบาลของตนได้ลงนามความตกลงฉบับนี้
ทำที่ [เมือง] เมื่อวันที่ [วัน] [เดือน] [ปี] เป็นคู่ฉบับ เป็นภาษาอังกฤษและภาษา [ประเทศเจ้าบ้าน] ตัวบททั้งสองภาษาใช้ตีความได้เท่ากัน
แทนรัฐบาล แห่งสหรัฐอเมริกา แทนรัฐบาลแห่ง [ชื่อภาคีอีกฝ่าย]
1 คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ Back
ภาคผนวก ๑
การขนส่งทางอากาศประจำมีกำหนด
ตอน ๑
เส้นทางบินสายการบินของภาคีแต่ละฝ่ายที่กำหนดภายใต้ภาคผนวกนี้ มีสิทธิประกอบการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ประจำมีกำหนด ระหว่างจุดในเส้นทางดังต่อไปนี้ โดยสอดคล้องกับเงื่อนไขที่ตนได้รับการแต่งตั้ง
ก. เส้นทางสำหรับสายการบินสายหนึ่งหรือหลายสายที่กำหนดโดยรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา
๑. จากจุดหลังสหรัฐอเมริกา ผ่านสหรัฐอเมริกา และจุดระหว่างทาง มายังจุดหนึ่งหรือหลายจุดใน [ชื่อภาคีอีกฝ่าย] และพ้นไป
๒. สำหรับบริการขนส่งเฉพาะสินค้าระหว่าง [ชื่อภาคีอีกฝ่าย] และจุดหนึ่งหรือหลายจุดใด ๆ
ข. เส้นทางสำหรับสายการบินสายหนึ่งหรือหลายสายที่กำหนดโดยรัฐบาล [ชื่อภาคีอีกฝ่าย]
๑. จากจุดหลัง [ชื่อภาคีอีกฝ่าย] ผ่าน [ชื่อภาคีอีกฝ่าย] และจุดระหว่างทาง มายังจุดหนึ่งหรือหลายจุด ในสหรัฐอเมริกา และพ้นไป
๒. สำหรับบริการขนส่งเฉพาะสินค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจุดหนึ่งหรือหลายจุดใด ๆ
ตอน ๒
ความยืดหยุ่นในการดำเนินบริการในเที่ยวบินใด ๆ หรือทุกเที่ยวบิน และตามแต่ตนจะเลือก สายการบินที่กำหนดแต่ละสายอาจ
๑. ดำเนินการบินในทิศทางเดียวหรือทั้งสองทิศทาง
๒. รวมหมายเลขเที่ยวบินที่ต่างกันเข้าเป็นการดำเนินการของอากาศยานเพียงครั้งเดียว
๓. ให้บริการจุดหลัง จุดระหว่างทาง และจุดพ้น และจุดในอาณาเขตของภาคีทั้งสองฝ่ายในเส้นทางดังกล่าว ด้วยการรวมประเภทบริการใด ๆ และด้วยการจัดลำดับบริการใด ๆ
๔. ละเว้นไม่แวะลง ณ จุดหนึ่งหรือหลายจุดใด ๆ
๕. เปลี่ยนถ่ายการจราจรจากอากาศยานใด ๆ ของตนไปยังอากาศยานอื่นใดของตน ณ จุดใด ๆ ในเส้นทางดังกล่าว และ
๖. ให้บริการหลายจุด หลังจุดใด ๆ ในอาณาเขตของตน ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนอากาศยานหรือหมายเลขเที่ยวบินหรือไม่ และอาจเสนอและโฆษณาบริการเช่นว่าแก่สาธารณชนว่าเป็นบริการตลอดเส้นทาง โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องทิศทางหรือ สภาพภูมิศาสตร์ และไม่เสียสิทธิที่จะรับขนการจราจรอื่นใดที่อนุญาตให้กระทำได้ ภายใต้ความตกลงนี้ โดยมีเงื่อนไขว่า นอกจากบริการขนส่งเฉพาะสินค้าแล้ว บริการนั้นต้องมีจุดแวะลงในอาณาเขตของภาคีฝ่ายที่กำหนดสายการบิน
ตอน ๓
การเปลี่ยนอากาศยานในช่วงหนึ่งหรือหลายช่วงของเส้นทางข้างต้น สายการบินที่กำหนดใด ๆ อาจประกอบการขนส่งทางอากาศ ระหว่างประเทศ โดยปราศจากข้อจำกัดใด ๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแบบหรือจำนวนอากาศยานที่ใช้ดำเนินการ ณ จุดใด ๆ ในเส้นทางดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขว่า นอกจากบริการขนส่งเฉพาะสินค้าแล้ว ในทิศทางขาออกการขนส่งที่บินพ้นจุด เช่นว่านั้น ต้องเป็นการขนส่งต่อเนื่องจากอาณาเขตของภาคีผู้กำหนดสายการบินดังกล่าว และในทิศทางขาเข้า การขนส่งไปยังอาณาเขตของภาคีผู้กำหนดสายการบินต้องเป็นการขนส่งต่อเนื่องมาจากจุดพ้นเช่นว่านั้น
ตอน ๔
บริการขนส่งหลายรูปแบบแม้ว่าบทบัญญัติอื่นใดในความตกลงนี้จะกล่าวเป็นประการใดก็ตาม สายการบินและตัวแทนจัดการขนส่งสินค้า ของภาคีทั้งสอง ย่อมได้รับอนุญาตโดยปราศจากข้อกำกัดให้ใช้การขนส่งทางบกต่อเนื่องกับการขนส่งทางอากาศ ระหว่างประเทศ สำหรับการขนส่งสินค้าไปยังหรือมาจากจุดใด ๆ ในอาณาเขตของภาคีทั้งสองฝ่ายหรือในประเทศที่สาม รวมถึงการขนส่งไปยังหรือมาจากท่าอากาศยานทั้งปวงที่พร้อมด้วยการอำนวยความสะดวกทางศุลกากร และหากกระทำได้ให้รวมถึงสิทธิขนส่งสินค้าทัณฑ์บนภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่มีผลใชับังคับ สินค้าเช่นว่านั้น ไม่ว่าจะเคลื่อนย้ายโดยทางบกหรือทางอากาศ ย่อมมีสิทธิเข้าสู่การอำนวยความสะดวกและพิธีการศุลกากร ณ ท่าอากาศยาน สายการบินอาจเลือกดำเนินการขนส่งทางบกด้วยตนเองหรือดำเนินการโดยผ่านข้อตกลงกับผู้ขนส่งทางบกอื่น ๆ รวมทั้งการขนส่งทางบกซึ่งดำเนินบริการโดยสายการบินอื่น หรือตัวแทนจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ บริการขนส่งสินค้าหลายรูปแบบเช่นว่านั้นอาจเสนอค่าระวางตลอดเส้นทางเพียงราคาเดียวสำหรับการขนส่งทางอากาศ และทางบกรวมกัน โดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่ทำให้ผู้ส่งสินค้าสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขนส่งเช่นว่านั้น
ภาคผนวก ๒
การขนส่งทางอากาศแบบเช่าเหมา
ตอน ๑
สายการบินของภาคีแต่ละฝ่ายที่กำหนดภายใต้ภาคผนวกนี้มีสิทธิรับขนการจราจรเที่ยวบินเช่าเหมาระหว่างประเทศซึ่งคนโดยสาร (และสัมภาระของคนโดยสาร) และ/หรือ สินค้า (รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง การเช่าเหมาของตัวแทนจัดการขนส่งสินค้า และการเช่าเหมารับขน (คนโดยสารและสินค้า) ทั้งโดยรวมกันและแยกกัน) โดยสอดคล้องกับเงื่อนไขที่ตนได้รับการแต่งตั้ง
ระหว่างจุดหนึ่งหรือหลายจุดใด ๆ ในอาณาเขตของภาคีฝ่ายที่กำหนดสายการบินดังกล่าว กับจุดหนึ่งหรือหลายจุดใด ๆ ในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย และระหว่างจุดหนึ่งหรือหลายจุดใด ๆ ในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย กับจุดหนึ่งหรือหลายจุดใด ๆ ในประเทศที่สาม ประเทศหนึ่งหรือหลายประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่า นอกจากการเช่าเหมาขนส่งสินค้าแล้ว บริการเช่นว่านั้นต้องเป็นส่วนหนึ่ง ของบริการอันต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงบริการไปยังอาณาเขตของภาคีที่ กำหนดสายการบินเพื่อความมุ่งประสงค์ ในการรับขนการจราจรท้องถิ่นระหว่างอาณาเขตของภาคีผู้กำหนด สายการบิน กับอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนอากาศยานหรือไม่ก็ตาม
ในการดำเนินบริการภายใต้ภาคผนวกนี้ สายการบินแต่ละสายที่กำหนดภายใต้ภาคผนวกนี้ มีสิทธิ (๑) รับขนการจราจรพักค้าง ณ จุดใด ๆ ไม่ว่าภายในหรือภายนอกอาณาเขตของภาคีทั้งสองฝ่าย (๒) รับขนการจราจรผ่านอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย (๓) รวมการจราจรที่เริ่มต้นในอาณาเขตของภาคีฝ่ายหนึ่ง การจราจรที่เริ่มต้นในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย และการจราจรที่เริ่มต้นในอาณาเขตของประเทศที่สาม ในอากาศยานเดียวกัน และ (๔) ประกอบการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องการเปลี่ยนแบบ และจำนวนอากาศยานที่ใช้ดำเนินการ ณ จุดใด ๆ ในเส้นทางนั้น โดยมีเงื่อนไขว่า นอกจากการเช่าเหมาขนส่งสินค้าแล้ว ในทิศทางขาออก การขนส่งที่บินพ้นจุดเช่นว่านั้นต้องเป็นการขนส่งต่อเนื่องจากอาณาเขตของภาคีผู้กำหนด สายการบินดังกล่าว และในทิศทางขาเข้า การขนส่งไปยังอาณาเขตของภาคีผู้กำหนดสายการบินต้องเป็น การขนส่งต่อเนื่องมาจากจุดพ้นเช่นว่านั้นภาคีแต่ละฝ่ายจะขยายการพิจารณาด้วยความอนุเคราะห์ตามหลักความสัมพันธ์อันดีและหลักการปฏิบัติต่างตอบแทน แก่คำขอของสายการบินของภาคีอีกฝ่ายที่จะขนส่งการจราจรซึ่งไม่ตกอยู่ภายใต้ภาคผนวกนี้
ตอน ๒
สายการบินใด ๆ ที่กำหนดโดยภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ในการประกอบการขนส่งทางอากาศแบบเช่าเหมาระหว่างประเทศ ซึ่งเริ่มต้นในอาณาเขตของภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ว่าจะอยู่บนพื้นฐานการเดินทางขาเดียวหรือไป-กลับ ย่อมมีทางเลือก ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือกฎเกณฑ์ว่าด้วยการเช่าเหมาของภาคีที่กำหนดตนหรือของภาคีอีกฝ่ายก็ได้ หากภาคีฝ่ายหนึ่งใช้กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ บทบัญญัติ เงื่อนไข หรือข้อจำกัดอันแตกต่าง แก่สายการบินของตนสายหนึ่ง หรือหลายสาย หรือแก่สายการบินของประเทศต่าง ๆ สายการบินที่กำหนดแต่ละสายย่อมตกอยู่ภายใต้มาตรการ ที่มีข้อกำกัดน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม ไม่มีความใดในวรรคข้างต้นจะจำกัดสิทธิของภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่จะบังคับสายการบิน ที่กำหนดภายใต้ภาคผนวกนี้โดยภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองกองทุนคนโดยสาร และสิทธิบอกเลิกสัญญาและได้รับเงินคืน
ตอน ๓
เว้นแต่จะเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคที่อ้างถึงในวรรคข้างต้นในส่วนที่เกี่ยวกับการรับขนการจราจร จากอาณาเขตของภาคีอีกฝ่ายหรือของประเทศที่สามบนพื้นฐานการเดินทางขาเดียวหรือไป-กลับ ห้ามมิให้ภาคีบังคับสายการบินที่กำหนดภายใต้ภาคผนวกนี้โดยภาคีอีกฝ่าย ให้กระทำการมากไปกว่าการแสดงเจตจำนง จะปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และกฎเกณฑ์ที่มีผลใช้บังคับ ดังที่อ้างถึงในตอน ๒ ของภาคผนวกนี้ หรือการแสดง เจตจำนงจะสละสิทธิตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือกฎเกณฑ์เหล่านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เดินอากาศผู้มีอำนาจได้มอบให้
ภาคผนวก ๓
หลักการไม่เลือกปฏิบัติภายใน
และการแข่งขันระหว่างระบบสำรองที่นั่งด้วยคอมพิวเตอร์ยอมรับนับถือว่าข้อ ๑๑ (การแข่งขันอย่างเป็นธรรม) ของความตกลงนี้ ให้หลักประกันแก่สายการบินของ ภาคีทั้งสองถึง "โอกาสที่เท่าเทียมกันและเป็นธรรมในการแข่งขัน"
พิจารณาเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดของความสามารถในการแข่งขันของสายการบิน คือ ความสามารถ ที่จะแจ้งให้สาธารณชนทราบถึงการบริการของตน อย่างเป็นกลางและเป็นธรรม และด้วยเหตุนี้ คุณภาพข้อมูลเกี่ยวกับ การบริการ ของสายการบินที่มีไปยังตัวแทนท่องเที่ยว ผู้ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเช่นว่านั้นโดยตรงแก่สาธารณชนผู้เดินทาง และความสามารถของสายการบินที่จะเสนอระบบสำรองที่นั่งด้วยคอมพิวเตอร์ (ระบบสำรองที่นั่ง) ที่ศักยภาพในการแข่งขัน แก่ตัวแทนเหล่านั้น จึงแสดงถึงหลักการขั้นมูลฐานสำหรับโอกาสในการแข่งขันของสายการบิน และ
พิจารณาเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นเช่นกันที่จะประกันว่าผลประโยชน์ของผู้บริโภคในผลิตผลด้าน การขนส่งทางอากาศจะได้รับความคุ้มครองให้พ้นจากการบิดเบือนข้อมูลเช่นว่านั้น และการแสดงข้อมูลให้เข้าใจผิด และประกันว่าสายการบินและตัวแทนท่องเที่ยวมีสิทธิเข้าสู่ระบบสำรองที่นั่งด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน อย่างมีประสิทธิผล
๑. ภาคีตกลงกันว่า ระบบสำรองที่นั่งจะมีหน้าจอหลักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่ง
ก. ข้อมูลเกี่ยวกับบริการเดินอากาศระหว่างประเทศ รวมถึงการสร้างเครือข่ายการให้บริการเหล่านั้น ต้องเรียบเรียงและปรากฏบนหน้าจอ ด้วยมาตรฐานที่เป็นกลางและไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งจะไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทั้งโดยตรง และโดยอ้อมของสายการบินหรือลักษณะเฉพาะของตลาด มาตรฐานเช่นว่านั้นต้องใช้เป็นรูปแบบเดียวกัน กับสายการบินผู้ร่วมระบบทั้งปวง
ข. ฐานข้อมูลของระบบสำรองที่นั่ง ต้องมีความครอบคลุมเท่าที่จะเป็นไปได้
ค. เจ้าของระบบสำรองที่นั่งต้องไม่ลบข้อมูลที่สายการบินผู้ร่วมระบบแจ้งเข้ามา ข้อมูลเช่นว่านั้นต้องถูกต้อง และเปิดเผย ตัวอย่างเช่น เที่ยวบินที่ใช้ชื่อเที่ยวบินร่วมกัน เที่ยวบินที่มีการเปลี่ยนอากาศยาน และเที่ยวบินที่มีการหยุดพัก ควรระบุไว้อย่างชัดเจนถึงลักษณะเหล่านั้น
ง. ระบบสำรองที่นั่งทั้งปวงที่เปิดบริการแก่ตัวแทนท่องเที่ยวผู้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับบริการของสายการบิน โดยตรงแก่สาธารณชนผู้เดินทาง ในอาณาเขตของภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จะมีทั้งหน้าที่และสิทธิที่จะดำเนินการ โดยสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ว่าด้วยระบบสำรองที่นั่ง ซึ่งใช้บังคับในอาณาเขตที่มีการให้บริการระบบสำรองที่นั่ง ดังกล่าว
จ. ตัวแทนท่องเที่ยวย่อมได้รับอนุญาตให้ใช้การแสดงหน้าจอรองที่มีอยู่ผ่านระบบสำรองที่นั่ง ตราบเท่าที่ตัวแทนท่องเที่ยวดังกล่าวทำคำขอโดยเฉพาะเพื่อหน้าจอนั้น
๒. ภาคีต้องกำหนดให้เจ้าของระบบสำรองที่นั่งแต่ละราย ซึ่งดำเนินบริการในอาณาเขตของตน อนุญาตให้สายการบิน ทั้งปวงที่เต็มใจชำระค่าธรรมเนียมใด ๆ ที่เรียกเก็บอย่างไม่เลือกปฏิบัติ เข้าร่วมในระบบสำรองที่นั่งของตน ภาคีต้อง กำหนดให้ เจ้าของระบบซึ่งได้จัดเครื่องอำนวยความสะดวกในการแพร่ข้อมูลทั้งปวง เสนอบริการบนพื้นฐานการไม่เลือก ปฏิบัติแก่สายการบินผู้ร่วมระบบ ภาคีต้องกำหนดให้เจ้าของระบบสำรองที่นั่งแสดงบริการเดินอากาศระหว่างประเทศ ของสายการบินผู้ร่วมระบบในทุกตลาดที่สายการบินปรารถนาจะขายบริการเหล่านั้น ทั้งนี้ให้กระทำบนพื้นฐานของการ ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นภาวะวิสัย เป็นกลางต่อตลาด และเป็นกลางต่อผู้รับขน เมื่อมีการร้องขอ เจ้าของระบบสำรองที่นั่งต้อง เปิดเผยรายละเอียดของกระบวนการจัดเก็บและปรับปรุงฐานข้อมูล มาตรฐานการเรียบเรียงและการจัดลำดับข้อมูล การให้ความสำคัญแก่มาตรฐานเช่นว่านั้น และมาตรฐานที่ใช้ในการเลือกจุดเปลี่ยนเที่ยวบิน และการระบุเที่ยวบินต่อเนื่อง
๓. เจ้าของระบบสำรองที่นั่งที่ดำเนินบริการในอาณาเขตของภาคีหนึ่ง ย่อมมีสิทธินำเข้า คงไว้ และทำให้แพร่หลาย อย่างเสรี ซึ่งระบบสำรองที่นั่งของตนแก่ตัวแทนท่องเที่ยวหรือบริษัทท่องเที่ยวซึ่งประกอบธุรกิจหลัก ในการกระจาย สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย หากระบบสำรองที่นั่งได้ปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้
๔. ในอาณาเขตของตน ภาคีแต่ละฝ่ายไม่อาจกำหนดหรืออนุญาตให้มีการกำหนดให้เจ้าของระบบสำรองที่นั่ง ของภาคีอีกฝ่าย ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการเข้าสู่และการใช้อุปกรณ์การสื่อสาร การเลือกและการใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ ทางเทคนิคของระบบสำรองที่นั่ง และการติดตั้งทางเทคนิคของฮาร์ดแวร์ของระบบสำรองที่นั่ง ซึ่งมีความเข้มงวดมากกว่าข้อบังคับที่ให้เจ้าของระบบสำรองที่นั่งของตนต้องปฏิบัติตาม
๕. ในอาณาเขตของตน ภาคีแต่ละฝ่ายไม่อาจกำหนดหรืออนุญาตให้มีการกำหนดให้เจ้าของระบบสำรองที่นั่ง ของภาคีอีกฝ่าย ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับหน้าจอของระบบสำรองที่นั่ง (รวมถึงข้อจำกัดด้านการเรียบเรียง และการแพร่ข้อมูล) การดำเนินบริการ หรือการขาย ซึ่งมีความเข้มงวดมากกว่าข้อบังคับที่ให้เจ้าของระบบสำรองที่นั่ง ของตนต้องปฏิบัติตาม
๖. ระบบสำรองที่นั่งที่ใช้ในอาณาเขตของภาคีฝ่ายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ และมาตรฐานเกี่ยวกับ การไม่เลือกปฏิบัติ การควบคุม เรื่องทางเทคนิค และความมั่นคงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ย่อมมีสิทธิเข้าสู่อาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย อย่างมีประสิทธิผลและไม่ถูกขัดขวางในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย ตัวอย่างเช่น สายการบินที่กำหนดต้องเข้าร่วมในระบบ เช่นว่านั้นได้อย่างเต็มที่ในอาณาเขตของตนได้เช่นเดียวกับที่กระทำได้ในระบบใด ๆ ที่เสนอต่อตัวแทนท่องเที่ยว ในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย เจ้าของ/ผู้ดำเนินการระบบสำรองที่นั่งของภาคีฝ่ายหนึ่งย่อมมีโอกาสเช่นเดียวกัน ที่จะเป็นเจ้าของหรือดำเนินบริการระบบสำรองที่นั่ง ที่ปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ภายในอาณาเขตของภาคีอีกฝ่าย เช่นเดียวกับที่เจ้าของหรือผู้ดำเนินบริการของภาคีนั้นปฏิบัติ ภาคีแต่ละฝ่ายต้องให้ความเชื่อมั่นว่า สายการบินและเจ้าของระบบสำรองที่นั่งของตนจะไม่เลือกปฏิบัติต่อตัวแทนท่องเที่ยวในอาณาเขตประเทศของตน ด้วยสาเหตุว่า การใช้และการครอบครองระบบสำรองที่นั่งของบุคคลเหล่านั้นได้ดำเนินบริการในอาณาเขตองภาคีอีกฝ่าย
| Home | สารบาญ | Chapter 1 | English Version |