Home สารบาญ Chapter 1 English Version
อนุสัญญา
ว่าด้วยการยอมรับนับถือระหว่างประเทศ
ซึ่งสิทธิในอากาศยาน

            โดยที่ ที่ประชุมการบินพลเรือนระหว่างประเทศซึ่งได้มีขึ้น ณ เมืองชิคาโก เมื่อเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ ได้มีข้อแนะนำให้ทำการรับเอาโดยเร็วซึ่งอนุสัญญา เกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ในอากาศยาน

            โดยที่ เป็นที่ปรารถนากันอย่างยิ่งว่า เพื่อประโยชน์แก่การขยายการบินพลเรือนระหว่างประเทศในอนาคต สิทธิในอากาศยานพึงยอมรับนับถือระหว่างประเทศ

            ผู้ลงนามข้างท้าย  ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้อง  จึงได้ทำความตกลงกัน ในนามของรัฐบาลตนแต่ละฝ่าย ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

            (๑) รัฐผู้ทำสัญญารับที่จะยอมรับนับถือ

                    (ก) สิทธิแห่งทรัพย์สินในอากาศยาน

                    (ข) สิทธิในการได้มาซึ่งอากาศยานโดยการซื้อพร้อมกับการครอบครองอากาศยาน

                    (ค) สิทธิในการครอบครองอากาศยานภายใต้การเช่าเป็นเวลาหกเดือนหรือมากกว่า

                    (ง) การจำนองสิทธิในทรัพย์สินและสิทธิอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันในอากาศยาน ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญา เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้หากว่าสิทธินั้น

                            ๑) ได้ก่อให้เกิดขึ้นตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งอากาศยานได้จดทะเบียนในเรื่องสัญชาติ ในขณะที่มีการกำหนดสิทธิ และ

                            ๒) ได้รับการบันทึกไว้โดยสม่ำเสมอในทะเบียนของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งอากาศยานได้จดทะเบียน ในเรื่องสัญชาติความสม่ำเสมอของการบันทึกสืบต่อกันในรัฐผู้ทำสัญญาต่าง ๆ จะกำหนดตามกฎหมายของรัฐ ที่อากาศยานได้จดทะเบียนในเรื่องสัญชาติในขณะที่มีการบันทึกแต่ละครั้ง

            (๒) ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้ที่จะขัดขวางการยอมรับนับถือสิทธิใด ๆ ในอากาศยานตามกฎหมายของ รัฐผู้ทำสัญญาใด แต่รัฐผู้ทำสัญญาจะไม่ยอมรับหรือยอมรับนับถือสิทธิใดว่าจะได้รับการปฏิบัติก่อนสิทธิที่ระบุไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้

ข้อ ๒

            (๑) การบันทึกทั้งปวงเกี่ยวกับอากาศยานลำหนึ่งลำใดต้องปรากฏอยู่ในทะเบียนเดียวกัน

            (๒) เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในอนุสัญญานี้ ผลของการบันทึกสิทธิใดที่ระบุไว้ในข้อ ๑ วรรค (๑) เกี่ยวกับภาคีที่สามจะกำหนดตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาที่มีการบันทึกสิทธินั้นไว้

            (๓) รัฐผู้ทำสัญญาอาจห้ามการบันทึกสิทธิใดซึ่งไม่อาจกำหนดขึ้นได้โดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแห่งชาติของรัฐ

ข้อ ๓

            (๑) ตำบลที่อยู่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบในการรักษาทะเบียนต้องแสดงไว้ในใบสำคัญการจดทะเบียน ในเรื่องสัญชาติของอากาศยานทุกลำ

            (๒) บุคคลใด ๆ จะมีสิทธิได้รับจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งสำเนาที่รับรองโดยถูกต้อง หรือข้อความตัดตอนของรายการ ที่บันทึกไว้ สำเนาหรือข้อความตัดตอนนั้นจะประกอบเป็นหลักฐานในชั้นต้นของข้อความในทะเบียน

            (๓) ถ้ากฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาบัญญัติว่า การยื่นเอกสารเพื่อขอให้บันทึกในทะเบียนจะมีผลอย่างเดียวกับ การบันทึกในทะเบียนแล้ว การยื่นเอกสารนั้นจะมีผลเช่นเดียวกันตามความมุ่งประสงค์แห่งอนุสัญญานี้ ในกรณีนั้น จะต้องมีการจัดการอย่างเพียงพอเพื่อเป็นประกันว่าเอกสารนั้นจะเป็นที่เปิดเผยแก่ประชาชน

            (๔) อาจมีการเก็บค่าภาระได้ตามสมควรสำหรับบริการที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งรักษาทะเบียน

ข้อ ๔

            (๑) ในกรณีที่คำเรียกร้องใด ๆ เกี่ยวกับ

                    (ก) ค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชำระสำหรับการช่วยกู้อากาศยาน หรือ

                    (ข) ค่าใช้จ่ายวิสามัญซึ่งขาดเสียมิได้สำหรับการรักษาอากาศยาน ซึ่งตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญา ที่การดำเนินงานช่วยกู้หรือรักษาได้สิ้นสุดลง ก่อให้เกิดสิทธิให้เรียกค่าภาระจากอากาศยานสิทธินั้น จะยอมรับนับถือโดยรัฐผู้ทำสัญญาและจะได้รับการปฏิบัติก่อนสิทธิอื่นทั้งปวงในอากาศยาน

            (๒) สิทธิที่ระบุไว้ในวรรค (๑) จะได้รับการปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงไปตามลำดับกลับกันของวันที่มีเหตุอุบัติ อันเป็นเหตุให้เกิดสิทธิดังกล่าว

            (๓) สิทธิดังกล่าวใด ๆ อาจบันทึกไว้ในทะเบียนภายในสามเดือนนับตั้งแต่วันที่การช่วยกู้ หรือการดำเนินงาน รักษาได้สิ้นสุดลง

            (๔) สิทธิดังกล่าวจะไม่เป็นที่ยอมรับนับถือในรัฐผู้ทำสัญญาอื่น ๆ หลังจากครบกำหนดสามเดือนที่ระบุไว้ในวรรค (๓) เว้นแต่ภายในระยะเวลานี้

                    (ก) สิทธินั้นได้รับการบันทึกไว้ในทะเบียนตามวรรค (๓) และ

                    (ข) จำนวนเงินได้เป็นที่ตกลงกันแล้ว หรือการดำเนินคดีทางศาลในเรื่องสิทธิได้เริ่มต้นแล้ว เท่าที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีทางศาลนั้น กฎหมายที่ศาลใช้พิจารณาคดีจะกำหนดเหตุการณ์อันอาจอุบัติขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้ระยะเวลาสามเดือนอาจสะดุดหยุดลง หรืองดได้

            (๕) ข้อนี้จะใช้บังคับแม้จะมีบทบัญญัติแห่งข้อ ๑ วรรค (๒)

ข้อ ๕

            การให้การปฏิบัติก่อนแก่สิทธิซึ่งระบุไว้ในข้อ ๑ วรรค (๑) (ง) ขยายคลุมไปถึงเงินทั้งปวง ซึ่งได้มาโดยการนั้น อย่างไรก็ดี จำนวนดอกเบี้ยที่รวมด้วยจะต้องไม่เกินดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในระหว่างสามปีก่อนการดำเนินการบังคับคดี รวมทั้งดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการบังคับคดี

ข้อ ๖

            ในกรณีที่มีการอายัดหรือขายอากาศยานในการบังคับคดี หรือในกรณีที่เกี่ยวกับสิทธิใดในการนั้น รัฐผู้ทำสัญญา จะไม่จำต้องยอมรับนับถือต่อเจ้าหนี้ผู้ขออายัดหรือขอบังคับคดี หรือต่อผู้ซื้อซึ่งสิทธิใดดังได้ระบุไว้ในข้อ ๑ วรรค (๑) หรือการโอนสิทธินั้นก่อให้เกิดขึ้นหรือทำให้มีผลโดยบุคคลซึ่งถูกดำเนินการบังคับคดีโดยบุคคลผู้นั้นรู้อยู่แล้วว่ามีการขาย หรือการดำเนินการบังคับคดี

ข้อ ๗

            (๑) วิธีปฏิบัติในการดำเนินการขายอากาศยานในการบังคับคดีจะกำหนดโดยกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญา ที่การขายเกิดขึ้น

            (๒) อย่างไรก็ดีจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติต่อไปนี้

                    (ก) วัน และสถานที่ขาย จะต้องกำหนดล่วงหน้าอย่างน้อยหกสัปดาห์

                    (ข) เจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดี,จะต้องจัดข้อความตัดตอนซึ่งรับรองแล้วของการบันทึกในทะเบียนเกี่ยวกับอากาศยาน ให้แก่ศาลหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอื่น เจ้าหนี้จะทำการประกาศสาธารณะเรื่องการขาย ณ สถานที่ที่อากาศยานจดทะเบียน ในเรื่องสัญชาติตามกฎหมายซึ่งพึงใช้ ณ ที่นั้น อย่างน้อยที่สุดหนึ่งเดือนก่อนวันที่ กำหนด และในเวลาเดียวกันจะบอกกล่าว โดยทางจดหมายลงทะเบียนและถ้าเป็นไปได้โดยทางไปรษณีย์อากาศแก่เจ้าของที่ปรากฏในทะเบียนและผู้ทรงสิทธิใน อากาศยานที่ปรากฏในทะเบียน และผู้ทรงสิทธิอื่น ๆ ที่บันทึกไว้ในทะเบียน ตามข้อ ๔ วรรค (๓) ตามตำบล ที่อยู่ที่แสดง ไว้ในทะเบียน

            (๓) ผลของการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของวรรค (๒) จะเป็นไปตามที่บัญญัติไว้โดยกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญา ที่การขายเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี การขายใดที่เกิดขึ้นโดย ฝ่าฝืนข้อกำหนดของวรรคนั้นอาจยกเลิก เมื่อมีการเรียกร้อง ภายในหกเดือนนับจากวันขายโดยบุคคลใดซึ่งได้รับความเสียหายอันเป็นผลของการฝ่าฝืนนั้น

            (๔) การขายในการบังคับคดีจะกระทำไม่ได้ นอกจากเงินรายได้จากการขายจะคุ้มกับสิทธิทั้งปวงซึ่งจะได้รับการปฏิบัติ ก่อนข้อเรียกร้องของเจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีตามอนุสัญญานี้และซึ่งได้จัดทำขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหรือผู้ซื้อเข้ารับเอา สิทธินั้นแล้ว

            (๕) เมื่อความเสียหายหรือความบุบสลายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินบนพื้นดินของรัฐผู้ทำสัญญาที่การขายในการ บังคับคดีเกิดขึ้น ได้กระทำโดยอากาศยานใดภายในบังคับแห่งสิทธิใดที่อ้างถึงในข้อ ๑ ซึ่งถือเป็นประกันสำหรับการเป็นหนี้ นอกจากจะมีการประกันภัยที่พอเพียงและมีประสิทธิผลโดยรัฐหรือมีการประกันภัยในรัฐใดที่จัดขึ้นโดยหรือในนามของ ผู้ดำเนินงานให้คลุมถึงความเสียหายหรือความบุบสลายนั้นแล้ว กฎหมายแห่งชาติของรัฐผู้ทำสัญญานั้นอาจบัญญัติในกรณี ที่มีการยึดอากาศยานนั้นหรืออากาศยานอื่นใดที่บุคคลเดียวกันเป็นเจ้าของและติดพันโดยสิทธิที่คล้ายคลึงกันใด ๆ ซึ่งเจ้าหนี้รายเดียวกันเป็นผู้ทรงสิทธิ

                    (ก) ว่าบทบัญญัติของวรรค (๔) ข้างต้นจะไม่มีผลในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลที่ได้รับความเสียหาย หรือความบุบสลาย หรือผู้แทน ของผู้นั้นถ้าผู้นั้นเป็นเจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดี

                    (ข) ว่าสิทธิใดที่อ้างถึงในข้อ ๑ โดยถือเป็นประกันสำหรับการเป็นหนี้ซึ่งติดพันอากาศยาน ไม่อาจยกขึ้นเป็น ข้อต่อสู้กับบุคคลใดซึ่งได้รับความเสียหายหรือความบุบสลายหรือผู้แทนของผู้นั้นเกินกว่าจำนวนเท่ากับร้อยละ ๘๐ ของราคาขาย ในกรณีที่ไม่มีข้อจำกัดอย่างอื่นกำหนดขึ้นโดยกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาที่การขาย ในการบังคับคดีเกิดขึ้น การประกันภัยจะถือว่าพอเพียงตามความหมายของวรรคปัจจุบันถ้าจำนวนของการประกันภัยตรงตามราคาขณะที่ยังใหม่อยู่ ของอากาศยานที่ถูกยึดในการบังคับคดี

            (๖) ค่างวดที่พึงเรียกเก็บได้โดยชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาที่การขายเกิดขึ้น ซึ่งมีเพื่อประโยชน์ร่วมกันของเจ้าหนี้ในการดำเนินการบังคับคดีอันนำไปสู่การขาย จะจ่ายจากเงินรายได้ของการขาย ก่อนข้อเรียกร้องใด ๆ รวมทั้งข้อเรียกร้องที่ได้รับบุริมนิยมโดยข้อ ๔

ข้อ ๘

            การขายอากาศยานในการบังคับคดีตามบทบัญญัติของข้อ ๗ จะมีผลเป็นการโอนทรัพย์สินในอากาศยานเช่นนั้น โดยปลอดจากสิทธิทั้งปวง,ซึ่งผู้ซื้อไม่เข้ารับเอา

ข้อ ๙

            เว้นแต่ในกรณีของการขายในการบังคดีตามบทบัญญัติแห่งข้อ ๗ แล้วการโอนอากาศยานจากทะเบียนเรื่องสัญชาติ หรือทะเบียนบันทึกของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งไปยังทะเบียนของอีกรัฐหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่ผู้ทรงสิทธิที่บันทึกไว้ ในทะเบียนทั้งปวงจะพอใจหรือยินยอมในการโอน

ข้อ ๑๐

            (๑) ถ้าสิทธิในอากาศยานที่บันทึกไว้ในทะเบียนซึ่ง อยู่ในลักษณะที่ระบุไว้ในข้อ ๑ และถือเป็นประกันการชำระหนี้ ซึ่งตาม กฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาที่อากาศยานได้จดทะเบียนไว้ขยายคลุมไปถึงเครื่องอะไหล่ที่เก็บไว้ในที่ที่ระบุไว้ แห่งเดียวหรือหลายแห่ง สิทธินั้นจะได้รับการยอมรับนับถือจากรัฐผู้ทำสัญญาทั้งปวงตราบใดที่เครื่องอะไหล่ ยังคงอยู่ในที่ที่ระบุไว้แห่งเดียวหรือหลายแห่งตามเดิม แต่ว่าจะต้องแสดงประกาศสาธารณะที่เหมาะสม ณ สถานที่ที่มี เครื่องอะไหล่โดยระบุลักษณะของสิทธิ ชื่อและตำบลที่อยู่ของผู้ทรงสิทธินี้ และทะเบียนซึ่งได้บันทึกสิทธินั้น เพื่อให้การบอกกล่าวตามสมควรแก่ภาคีที่สามว่าเครื่องอะไหล่นั้นมีภาระติดพันอยู่

            (๒) จะต้องมีคำแถลงแสดงลักษณะภาพและจำนวนโดยประมาณของเครื่องอะไหล่นั้นผนวกหรือรวมเข้าไว้ กับเอกสารที่บันทึกไว้ในทะเบียน เครื่องอะไหล่ที่คล้ายคลึงกันอาจใช้แทนเครื่องอะไหล่เดิมได้โดยไม่กระทบสิทธิของเจ้าหนี้

            (๓) บทบัญญัติของข้อ ๗ วรรค (๑) และ (๔) และของข้อ ๘ จะใช้แก่การขายเครื่องอะไหล่ในการบังคับคดี อย่างไรก็ดี ในที่ซึ่งเจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีเป็นเจ้าหนี้ที่ไม่มีประกัน วรรค (๔) ของข้อ ๗ เมื่อใช้กับการขายนั้นจะถือว่าเป็นการอนุญาต ให้มีการขายขึ้นได้ ถ้าได้รับคำสู้ราคาในจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของราคาของเครื่องอะไหล่ตามที่กำหนดโดย ผู้เชี่ยวชาญซึ่งแต่งตั้งโดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบสำหรับการขาย อนึ่ง ในการแบ่งสรรเงินรายได้จากการขาย เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอาจจำกัดจำนวนที่จะต้องจ่ายให้แก่ผู้ทรงสิทธิก่อนให้เหลือเพียงสองในสามของเงินรายได้จากการขาย นั้นหลังจากการชำระค่างวดที่อ้างถึงในข้อ ๗ วรรค (๖) แล้วก็ได้ เพื่อจัดไว้ให้สำหรับข้อเรียกร้องของเจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดี

            (๔) เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ คำว่า "เครื่องอะไหล่" หมายความว่า ส่วนของอากาศยาน กลจักร ใบพัด เครื่องวิทยุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ เครื่องตกแต่ง ส่วนต่าง ๆ ของสิ่งที่กล่าวมาแล้วใด ๆ และโดยทั่วไปสิ่งของอื่นใดที่มีลักษณะ อย่างใดก็ดี ที่รักษาไว้เพื่อการติดตั้งในอากาศยานแทนส่วนหรือสิ่งของที่เอาออกไป

ข้อ ๑๑

            (๑) บทบัญญัติแห่งอนุสัญญานี้จะใช้ในรัฐผู้ทำสัญญาแต่ละรัฐแก่อากาศยานทั้งปวงที่จดทะเบียนในเรื่องสัญชาติ ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง

            (๒) รัฐผู้ทำสัญญาแต่ละรัฐจะใช้แก่อากาศยานที่จดทะเบียนในเรื่องสัญชาติ ณ ที่นั้นด้วยซึ่ง

                    (ก) บทบัญญัติของข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๙ และ

                    (ข) บทบัญญัติของข้อ ๔  นอกจากการช่วยกู้หรือการปฏิบัติงานรักษาจะได้สิ้นสุดลงภายในอาณาเขตของตนเอง

ข้อ ๑๒

          ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้จะทำให้เสื่อมเสียสิทธิของรัฐผู้ทำสัญญาใดในการที่จะบังคับใช้กฎหมายแห่งชาติ ของตนเกี่ยวกับการเข้าเมือง การศุลกากร หรือการเดินอากาศแก่อากาศยาน

ข้อ ๑๓

            อนุสัญญานี้,จะไม่ใช้แก่อากาศยานที่ใช้ในการทหาร ศุลกากร หรือตำรวจ

ข้อ ๑๔

            เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญานี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการและฝ่ายปกครองผู้มีอำนาจของรัฐผู้ทำสัญญา อาจติดต่อโดยตรงซึ่งกันและกันได้ เว้นแต่กฎหมายแห่งชาติของตนจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อ ๑๕

            รัฐผู้ทำสัญญาจะใช้มาตรการเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติภาระให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งอนุสัญญานี้ และจะแจ้งให้เลขาธิการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศทราบถึงมาตรการเหล่านี้โดยพลัน

ข้อ ๑๖

            เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งอนุสัญญานี้คำว่า "อากาศยาน" จะรวมทั้งโครงเครื่องบิน กลจักร ใบพัด เครื่องวิทยุ และสิ่งของอื่น ๆ ทั้งปวงที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในอากาศยานไม่ว่าจะติดตั้งในนั้นหรือแยกจากที่นั้นชั่วคราว

ข้อ ๑๗

           ถ้ามีการรักษาทะเบียนอากาศยานแยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากเพื่อความมุ่งประสงค์ในเรื่องสัญชาติในอาณาเขตใด ที่รัฐผู้ทำสัญญาเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การอ้างอิงในอนุสัญญานี้ถึงกฎหมายแห่งรัฐ ผู้ทำสัญญาจะถือว่าเป็นการอ้างอิงถึงกฎหมายของ อาณาเขตนั้น

ข้อ ๑๘

            อนุสัญญานี้จะคงเปิดให้ลงนามจนกว่าจะมีผลใช้บังคับตามบทบัญญัติของข้อ ๒๐

ข้อ ๑๙

            (๑) อนุสัญญานี้จะต้องได้รับสัตยาบันจากรัฐผู้ลงนาม

            (๒) สัตยาบันสารจะต้องมอบเก็บรักษาไว้ ณ สถานบรรณสารขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องแจ้งวันที่รับมอบเก็บรักษาไว้ไปยังรัฐที่ลงนามและรัฐที่ภาคยานุวัติแต่ละรัฐ

ข้อ ๒๐

            (๑) เมื่อรัฐสองรัฐในบรรดารัฐที่ลงนามได้มอบเก็บรักษาสัตยาบันสารของอนุสัญญานี้แล้ว อนุสัญญานี้จะเริ่มใช้บังคับ ระหว่างรัฐทั้งสองนั้นเมื่อครบเก้าสิบวันหลังจากวันมอบสัตยาบันสารฉบับที่สอง อนุสัญญานี้จะเริ่มใช้บังคับแก่แต่ละรัฐ ซึ่งมอบสัตยาบันสารของตนหลังจากวันนั้นเมื่อครบเก้าสิบวันหลังจากวันมอบสัตยาบันสารของตน

            (๒) องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศจะแจ้งให้รัฐที่ลงนามแต่ละรัฐทราบถึงวันที่อนุสัญญานี้จะเริ่มใช้บังคับ

            (๓) เมื่ออนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับแล้ว เลขาธิการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศจะจดทะเบียนอนุสัญญา นี้ต่อสหประชาชาติ

ข้อ ๒๑

            (๑) อนุสัญญานี้จะเปิดให้รัฐที่มิได้ลงนามได้ทำการภาคยานุวัติหลังจากอนุสัญญานี้ได้เริ่มใช้บังคับแล้ว

            (๒) การภาคยานุวัติจะกระทำได้โดยการมอบภาคยานุวัติสารไว้ในสถานบรรณสารของ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งจะได้แจ้งวันที่รับมอบแก่รัฐที่ลงนามและรัฐที่ภาคยานุวัติแต่ละรัฐ

            (๓) การภาคยานุวัติจะมีผลตั้งแต่วันครบเก้าสิบวันหลังจากวันมอบภาคยานุวัติสารไว้ในสถานบรรณสาร ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ

ข้อ ๒๒

            (๑) รัฐผู้ทำสัญญาใดอาจบอกเลิกอนุสัญญานี้โดยการแจ้งการบอกเลิกไปยังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งจะได้แจ้งวันที่ได้รับการบอกเลิกนั้นแก่รัฐที่ลงนามและรัฐที่ภาคยานุวัติ

            (๒) การบอกเลิกจะมีผลเมื่อครบเวลาหกเดือนหลังจากวันที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศได้รับ การแจ้งการบอกเลิก

ข้อ ๒๓

            (๑) รัฐใดอาจแถลงในเวลาที่มอบสัตยาบันสารหรือภาคยานุวัติสารของตนว่า การที่ตนยอมรับอนุสัญญานี้นั้น จะไม่ใช้แก่อาณาเขตเดียวหรือมากกว่าใด ๆ ซึ่งรัฐนั้นเป็นผู้รับผิดชอบสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

            (๒) องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศจะได้แจ้งการแถลงเช่นนั้นใด ๆ แก่รัฐที่ลงนามและรัฐที่ ภาคยานุวัติแต่ละรัฐ

            (๓) อนุสัญญานี้จะใช้แก่อาณาเขตทั้งปวงซึ่งรัฐผู้ทำสัญญาเป็นผู้รับผิดชอบสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับอาณาเขตซึ่งได้มีการแถลงตามวรรค (๑) ของข้อนี้

            (๔) รัฐใดอาจภาคยานุวัติอนุสัญญานี้แยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากในนามของอาณาเขตทั้งปวง หรืออาณาเขตแห่งใด ซึ่งตนได้ทำการแถลงตามวรรค (๑) ของข้อนี้และบทบัญญัติแห่งวรรค (๒) และ (๓) ของข้อ ๒๑ จะใช้แก่การภาคยานุวัติ นั้น

            (๕) รัฐผู้ทำสัญญาใดอาจบอกเลิกอนุสัญญานี้ได้ตามบทบัญญัติแห่งข้อ ๒๒ แยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากสำหรับ อาณาเขตทั้งปวงหรืออาณาเขตแห่งใดซึ่งรัฐนั้นเป็นผู้รับผิดชอบสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

            เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้มีอำนาจเต็มซึ่งมีนามข้างท้ายนี้และซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องได้ลงนามในอนุสัญญานี้
ทำ ที่เมืองเจนีวา ณ วันที่สิบเก้า เดือนมิถุนายน พุทธศักราชสองพันสี่ร้อยเก้าสิบเอ็ด เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาสเปน แต่ละตัวบทใช้เป็นหลักฐานได้เท่าเทียมกัน

            อนุสัญญานี้จะได้มอบเก็บรักษาไว้ในสถานบรรณสารขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ โดยจะคงเปิดไว้เพื่อลงนามตามข้อ ๑๘


คำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดยกระทรวงการต่างประเทศ  อนุสัญญาฉบับนี้เริ่มใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๖ และ ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ มีภาคีทั้งหมด ๘๔ รัฐ  ประเทศไทยได้มอบภาคยานุวัติสารเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ดังนั้น ตามข้อ ๒๑ (๓) อนุสัญญาฉบับนี้จึงเริ่มใช้บังคับสำหรับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๑   Back
Home สารบาญ Chapter 1 English Version