Home สารบาญ Chapter 1 English Version พิธีสาร ต่อท้ายอนุสัญญา
ว่าด้วยส่วนได้เสียระหว่างประเทศ ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ว่าด้วย
เรื่องเฉพาะอุปกรณ์อากาศยาน ๑รัฐภาคีพิธีสารนี้
พิจารณาว่า จำเป็นที่จะบังคับใช้อนุสัญญาว่าด้วยส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอุปกรณ์เคลื่อนที่ (ต่อไปนี้เรียกว่า "อนุสัญญา") ตามที่เกี่ยวกับอุปกรณ์อากาศยาน โดยสอดคล้องกับความมุ่งประสงค์ที่กำหนดไว้ในอารัมบทของอนุสัญญาคำนึงถึง
ความจำเป็นที่จะปรับเปลี่ยนอนุสัญญาให้เป็นไปตามความต้องการเฉพาะของการเงินด้านอากาศยาน และขยายขอบเขตการใช้อนุสัญญาให้รวมถึงสัญญาซื้อขายอุปกรณ์อากาศยานด้วยคำนึงถึง
หลักการและวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ลงนาม ณ เมืองชิคาโก เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ได้ตกลงกัน
ในบทบัญญัติดังต่อไปนี้ เกี่ยวกับอุปกรณ์อากาศยาน๑. ถ้อยคำที่ใช้ในพิธีสารนี้มีความหมายตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญา เว้นแต่เมื่อบริบทจำเป็นต้องหมายความเป็นอย่างอื่น หมวด ๑
ขอบข่ายการใช้บังคับและบทบัญญัติทั่วไป
ข้อ หนึ่ง - ถ้อยคำที่นิยาม
๒. ในพิธีสารนี้ ถ้อยคำดังต่อไปนี้ให้ใช้ตามความหมายที่กำหนดข้างล่างนี้
(ก) "อากาศยาน" หมายถึง อากาศยานตามที่นิยามไว้ เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญาชิคาโก กล่าวคือเป็นลำตัวอากาศยานที่มีเครื่องยนต์อากาศยานติดตั้งอยู่ด้วย หรือเฮลิคอปเตอร์ ก็ได้
(ข) "เครื่องยนต์อากาศยาน" หมายถึง เครื่องยนต์อากาศยาน (นอกเหนือจากที่ใช้ในราชการทหาร ศุลกากร หรือตำรวจ) โดยมีกำลังจากเทคโนโลยีไอพ่นหรือกังหันก็าซหรือลูกสูบ และ
(๑) มีแรงขับอย่างน้อย ๑,๗๕๐ ปอนด์หรือเทียบเท่า ในกรณีเครื่องยนต์อากาศยานแบบไอพ่น และ
(๒) มีกำลังขับเพลาอย่างน้อย ๕๕๐ แรงม้าในการบินขึ้นหรือเทียบเท่า ในกรณีเครื่องยนต์อากาศยานแบบกังหันก็าซหรือลูกสูบ พร้อมกับมีบรรดาโมดุล และบริภัณฑ์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์อื่น ๆ ติดตั้งอยู่ด้วย รวมอยู่ด้วย หรือติดอยู่ด้วย และบรรดาข้อมูล คู่มือ และบันทึกที่เกี่ยวข้อง(ค) "วัตถุอากาศยาน" หมายถึง ลำตัวอากาศยาน เครื่องยนต์อากาศยาน และเฮลิคอปเตอร์
(ง) "ทะเบียนอากาศยาน" หมายถึง ทะเบียนที่เก็บรักษาโดยรัฐหรือหน่วยงานจดทะเบียนเครื่องหมายร่วม เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญาชิคาโก
(จ) "ลำตัวอากาศยาน" หมายถึง ลำตัวอากาศยาน (นอกเหนือจากที่ใช้ในราชการทหาร ศุลกากร หรือตำรวจ) ซึ่ง เมื่อเครื่องยนต์อากาศยานที่เหมาะสมติดตั้งอยู่ด้วย ต้องเป็นแบบที่ได้รับการรับรองโดยหน่วยงานการบินผู้มีอำนาจ เพื่อขนส่ง
(๑) บุคคลอย่างน้อยแปด (๘) คน รวมถึงลูกเรือ หรือ
(๒) ของเกินกว่า ๒,๗๕๐ กิโลกรัม พร้อมกับมีบรรดาเครื่องประกอบ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ติดตั้งอยู่ด้วย รวมอยู่ด้วย หรือติดอยู่ด้วย (นอกเหนือจากเครื่องยนต์อากาศยาน) และบรรดาข้อมูล คู่มือและบันทึกที่เกี่ยวข้อง(ฉ) "คู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ" หมายถึง คู่กรณีที่อ้างถึงใน ข้อ สิบสาม(๓)
(ช) "อนุสัญญาชิคาโก" หมายถึง อนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ลงนาม ณ เมืองชิคาโก เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม และภาคผนวกของอนุสัญญาด้วย
(ซ) "หน่วยงานจดทะเบียนเครื่องหมายร่วม" หมายถึง หน่วยงานที่เก็บรักษาทะเบียนตามข้อ ๗๗ ของ อนุสัญญาชิคาโก ตามที่บังคับใช้โดยข้อมติที่รับเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยคณะมนตรีขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ว่าด้วยสัญชาติและการจดทะเบียนของอากาศยานที่ดำเนินการโดยตัวแทนดำเนินการระหว่างประเทศ
(ฌ) "การถอนทะเบียนอากาศยาน" หมายถึง การลบหรือการย้ายการจดทะเบียนอากาศยานออกจากทะเบียนอากาศยานตามอนุสัญญาชิคาโก
(ญ) "สัญญาค้ำประกัน" หมายถึง สัญญาที่กระทำขึ้นโดยบุคคลหนึ่งในฐานะผู้ค้ำประกัน
(ฎ) "ผู้ค้ำประกัน" หมายถึง บุคคลซึ่งให้หรือออกหนังสือค้ำประกันหรือดีมานด์การันตีหรือสแตนด์บายเลตเตอร์ออฟเครดิต หรือการประกันหนี้รูปแบบอื่นใด เพื่อความมุ่งประสงค์ในการประกันการปฏิบัติการชำระหนี้ใด ๆ อันเป็นคุณแก่เจ้าหนี้ที่มีหลักประกันโดยความตกลงหลักประกันหรือภายใต้ความตกลง
(ฏ) "เฮลิคอปเตอร์" หมายถึง เครื่องหนักกว่าอากาศ (นอกเหนือจากที่ใช้ในราชการทหาร ศุลกากร หรือตำรวจ) ซึ่งทรงตัวในการบินโดยส่วนใหญ่โดยปฏิกริยาแห่งอากาศต่อใบพัดประธานชุดหนึ่งหรือหลายชุด ที่อยู่บนแนวตั้ง และซึ่งเป็นแบบที่ได้รับการรับรองโดยหน่วยงานการบินผู้มีอำนาจ เพื่อขนส่ง
(๑) บุคคลอย่างน้อยห้า (๕) คน รวมถึงลูกเรือ หรือ
(๒) ของเกินกว่า ๔๕๐ กิโลกรัม พร้อมกับมีบรรดาบริภัณฑ์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อื่น ๆ (รวมถึงใบพัด) ติดตั้งอยู่ด้วย รวมอยู่ด้วย หรือติดอยู่ด้วย และบรรดาข้อมูล คู่มือ และบันทึกที่เกี่ยวข้อง(ฐ) "เหตุการณ์เกี่ยวกับการล้มละลาย" หมายถึง
(๑) การเริ่มกระบวนการล้มละลาย หรือ
(๒) เจตนาที่ประกาศเพื่อระงับการชำระหนี้หรือการระงับการชำระหนี้อย่างแท้จริง โดยลูกหนี้ เมื่อสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะเริ่มกระบวนการล้มละลายต่อลูกหนี้หรือที่จะใช้การเยียวยาภายใต้อนุสัญญา ถูกขัดขวางหรือถูกระงับไว้โดยกฎหมายหรือการกระทำของรัฐ(ฑ) "เขตอำนาจการล้มละลายมูลฐาน" หมายถึง รัฐผู้ทำสัญญาซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางแห่งผลประโยชน์ของลูกหนี้ ซึ่งเพื่อความมุ่งประสงค์นี้ หมายถึงถิ่นแห่งสำนักงานตามกฎหมายของลูกหนี้ หรือถ้าไม่มี ให้หมายถึงถิ่นที่ลูกหนี้จดทะเบียนหรือก่อตั้ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น
(ฒ) "หน่วยงานทะเบียน" หมายถึง หน่วยงานแห่งชาติหรือหน่วยงานจดทะเบียนเครื่องหมายร่วมที่เก็บรักษาทะเบียนอากาศยานในรัฐผู้ทำสัญญา และรับผิดชอบการจดทะเบียนและการถอนทะเบียนอากาศยานตามอนุสัญญาชิคาโก และ
(ณ) "รัฐเจ้าของทะเบียน" หมายถึง (ในส่วนที่เกี่ยวกับอากาศยาน) รัฐที่อากาศยานได้จดทะเบียนไว้ในทะเบียนแห่งชาติของตน หรือรัฐที่ตั้งของหน่วยงานจดทะเบียนเครื่องหมายร่วมซึ่งเก็บรักษาทะเบียนอากาศยานนั้น
๑. อนุสัญญาต้องใช้บังคับในส่วนที่เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานตามที่กำหนดไว้โดยบทบัญญัติของพิธีสารนี้ ข้อ สอง - การใช้บังคับอนุสัญญาในส่วนของ
วัตถุอากาศยาน๒. อนุสัญญาและพิธีสารนี้ ให้เรียกว่า อนุสัญญาว่าด้วยส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามที่ใช้บังคับแก่วัตถุอากาศยาน
บทบัญญัติดังต่อไปนี้ของอนุสัญญาให้ใช้บังคับเสมือนว่า การอ้างถึงความตกลงที่ก่อให้เกิดหรือจัดให้มีส่วนได้เสียระหว่างประเทศเป็นการอ้างถึงสัญญาชื้อขาย และเสมือนว่าการอ้างถึงส่วนได้เสียระหว่างประเทศ ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคต ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ เป็นการอ้างถึงการซื้อขาย การซื้อขายในอนาคต ผู้ขาย และผู้ซื้อ ตามลำดับ ข้อ สาม - การใช้บังคับอนุสัญญาแก่การซื้อขาย
ข้อ ๓ และ ๔
ข้อ ๑๖(๑)(ก)
ข้อ ๑๙(๔)
ข้อ ๒๐(๑) (ในส่วนการจดทะเบียนสัญญาซื้อขายหรือการซื้อขายในอนาคต)
ข้อ ๒๕(๒) (ในส่วนการซื้อขายในอนาคต) และ
ข้อ ๓๐
นอกจากนี้ บทบัญญัติทั่วไปของข้อ ๑, ข้อ ๕, หมวด ๔ ถึง ๗, ข้อ ๒๙ (นอกเหนือจากข้อ ๒๙(๓) ซึ่งแทนที่โดย ข้อ สิบสี่ (๑) และ (๒)), หมวด ๑๐, หมวด ๑๒ (นอกเหนือจากข้อ ๔๓), หมวด ๑๓ และหมวด ๑๔ (นอกเหนือจากข้อ ๖๐) ต้องใช้บังคับแก่สัญญาซื้อขายและการซื้อขายในอนาคต๑. โดยไม่เป็นการเสื่อมเสียแก่ข้อ ๓(๑) ของอนุสัญญา อนุสัญญาต้องใช้บังคับในส่วนที่เกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์ หรือลำตัวอากาศยานซึ่งเป็นอากาศยานที่จดทะเบียนไว้ในทะเบียนอากาศยานของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งเป็นรัฐเจ้าของทะเบียนด้วย และเมื่อการจดทะเบียนเช่นว่านั้นได้กระทำขึ้นตามความตกลงเพื่อการจดทะเบียนอากาศยาน ให้ถือว่าได้ทำขึ้น ณ เวลาแห่งความตกลง ข้อ สี่ - ขอบข่ายการใช้บังคับ
๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของคำนิยาม "ธุรกรรมภายในประเทศ" ในข้อ ๑ ของอนุสัญญา
(ก) ลำตัวอากาศยานตั้งอยู่ในรัฐเจ้าของทะเบียนของอากาศยานที่ลำตัวอากาศยานนั้นเป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วย
(ข) เครื่องยนต์อากาศยานตั้งอยู่ในรัฐเจ้าของทะเบียนของอากาศยานที่เครื่องยนต์นั้นติดตั้งอยู่ หรือตั้งอยู่ในที่ซึ่งเครื่องยนต์นั้นตั้งอยู่ทางกายภาพ ในกรณีที่เครื่องยนต์นั้นมิได้ติดตั้งอยู่กับอากาศยาน
(ค) เฮลิคอปเตอร์ตั้งอยู่ในรัฐเจ้าของทะเบียน
ณ เวลาที่ทำความตกลงที่ก่อให้เกิดหรือจัดให้มีส่วนได้เสียนั้น๓. คู่กรณีอาจทำความตกลงเป็นหนังสือ ยกเว้นการใช้บังคับ ข้อ สิบเอ็ด และในความสัมพันธ์ระหว่างกัน สละจากหรือเปลี่ยนแปลงผลของบทบัญญัติแห่งพิธีสารนี้ เว้นแต่ ข้อ เก้า (๒)-(๔)
๑. เพื่อความมุ่งประสงค์ของพิธีสารนี้ สัญญาซื้อขาย คือ สัญญาซึ่ง ข้อ ห้า - แบบ ผล และ
การจดทะเบียนสัญญาซื้อขาย(ก) ทำเป็นหนังสือ
(ข) เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานซึ่งผู้ขายมีอำนาจจัดการ และ
(ค) สามารถทำให้วัตถุอากาศยานนั้น ถูกบ่งชี้ได้ตามพิธีสารนี้
๒. สัญญาซื้อขายจะโอนส่วนได้เสียของผู้ขายในวัตถุอากาศยานนั้นไปยังผู้ซื้อตามข้อความในสัญญา
๓. การจดทะเบียนสัญญาซื้อขายยังคงมีผลอย่างไม่มีกำหนด การจดทะเบียนการซื้อขายในอนาคตยังคงมีผล เว้นแต่จะถูกถอดหรือจนกว่าจะหมดอายุตามระยะเวลา (ถ้ามี) ที่ระบุไว้ในการจดทะเบียนนั้น
บุคคลอาจทำความตกลงหรือทำการซื้อขาย และจดทะเบียนส่วนได้เสียระหว่างประเทศหรือการซื้อขายวัตถุอากาศยาน ในความสามารถของตัวแทน ทรัสท์หรือผู้แทนอื่น ๆ ในกรณีเช่นว่านี้ บุคคลนั้นมีสิทธิอ้างสิทธิและส่วนได้เสียภายใต้อนุสัญญา ข้อ หก - ความสามารถของผู้แทน
รายละเอียดของวัตถุอากาศยานที่ระบุหมายเลขชุดของผู้ผลิต ชื่อผู้ผลิต และการกำหนดรุ่น เป็นสิ่งจำเป็นและเพียงพอที่จะบ่งชี้วัตถุนั้น เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๗(ค) ของ อนุสัญญา และ ข้อ ห้า(๑)(ค) ของพิธีสารนี้ ข้อ เจ็ด - รายละเอียดของวัตถุอากาศยาน
๑. ข้อนี้ใช้บังคับก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาได้ทำคำประกาศตาม ข้อ สามสิบ(๑) ข้อ แปด - การเลือกกฎหมาย
๒. คู่กรณีในความตกลง สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาค้ำประกันที่เกี่ยวข้อง หรือความตกลงการทำให้ด้อยสิทธิ อาจตกลงกันเกี่ยวกับกฎหมายที่จะครอบคลุมสิทธิและหนี้ทางสัญญาของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ก็ได้
๓. เว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น การอ้างในวรรคก่อนถึงกฎหมายที่คู่กรณีเลือก คือ กฎเกณฑ์ภายในประเทศของรัฐที่กำหนด หรือกฎเกณฑ์ภายในประเทศของหน่วยอาณาเขตที่กำหนด หากรัฐนั้นประกอบด้วยหน่วยอาณาเขตหลายแห่ง
๑. นอกเหนือจากการเยียวยาที่ระบุไว้ในหมวด ๓ ของ อนุสัญญา เจ้าหนี้อาจกระทำการข้างล่างนี้ เพียงเท่าที่ลูกหนี้ได้ตกลงไว้เช่นนั้น ไม่ว่า ณ เวลาใดๆ และในสภาพการณ์ที่ระบุไว้ในหมวดนั้น หมวด ๒
การเยียวยาการผิดนัด บุริมสิทธิ์ และการโอน
ข้อ เก้า - การปรับเปลี่ยนบทบัญญัติ
การเยียวยาการผิดนัด(ก) จัดให้มีการถอนทะเบียนอากาศยาน และ
(ข) จัดให้มีการส่งออกหรือโอนทางกายภาพซึ่งวัตถุอากาศยานจากอาณาเขตซึ่งวัตถุอากาศยานนั้นตั้งอยู่๒. เจ้าหนี้ต้องไม่ใช้การเยียวยาที่ระบุไว้ในวรรคก่อนโดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นหนังสือจากผู้ทรงส่วนได้เสียที่จดทะเบียนใด ๆ ซึ่งมีลำดับบุริมสิทธิก่อนเจ้าหนี้นั้น
๓. ข้อ ๘(๓) ของอนุสัญญาจะไม่ใช้บังคับแก่วัตถุอากาศยาน การเยียวยาใด ๆ ที่อนุสัญญาให้ไว้เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานต้องใช้ในลักษณะสมเหตุสมผลทางพาณิชย์ ให้ถือว่าการเยียวยาได้ใช้ในลักษณะสมเหตุสมผลทางพาณิชย์ เมื่อการเยียวยานั้นได้ใช้โดยสอดคล้องกับบทบัญญัติของความตกลง เว้นแต่เมื่อบทบัญญัติเช่นว่านั้นไม่สมเหตุสมผลอย่างชัดแจ้ง
๔. ผู้รับหลักประกันซึ่งได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือเกี่ยวกับการซื้อขายหรือการเช่าที่เสนอ ไปยังผู้มีส่วนได้เสียล่วงหน้าเป็นเวลาสิบวันทำการหรือมากกว่านั้น ให้ถือว่าเป็นไปตามข้อกำหนดในการจัดให้มี "คำบอกกล่าวล่วงหน้าตามสมควร" ที่ระบุไว้ในข้อ ๘(๔) ของอนุสัญญา ความที่กล่าวมานี้จะไม่ขัดขวางผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันหรือผู้ค้ำประกันในการตกลงขยายระยะเวลาของคำบอกกล่าวล่วงหน้า
๕. ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายความปลอดภัยที่ใช้บังคับ หน่วยงานทะเบียนในรัฐผู้ทำสัญญาต้องยอมรับคำร้องขอถอนทะเบียนและส่งออก ถ้า
(ก) คำร้องขอนั้นได้ยื่นมาอย่างเหมาะสมโดยคู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจภายใต้ใบมอบอำนาจให้ร้องขอถอนทะเบียน และส่งออกที่ไม่อาจเพิกถอนได้ซึ่งได้บันทึกไว้แล้ว และ
(ข) คู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ ได้รับรองแก่หน่วยงานทะเบียน (ในกรณีที่หน่วยงานนั้นต้องการ) ว่า ลำดับส่วนได้เสียที่จดทะเบียนก่อนของเจ้าหนี้ที่ได้รับประโยชน์จากการมอบอำนาจนั้นได้มีการชำระหนี้ไปแล้ว หรือ ว่า ผู้ทรงส่วนได้เสียเช่นว่านั้นได้ยินยอมให้มีการถอนทะเบียนและส่งออก๖. ผู้รับหลักประกันที่เสนอให้มีการถอนทะเบียนและส่งออกอากาศยานตามวรรค ๑ นอกเหนือจากตามคำสั่งศาล ต้องส่งคำบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการถอนทะเบียนและส่งออกที่เสนอ แก่
(ก) ผู้มีส่วนได้เสียที่ระบุไว้ในข้อ ๑(ฐ)(๑) และ (๒) ของ อนุสัญญา และ
(ข) ผู้มีส่วนได้เสียที่ระบุไว้ในข้อ ๑(ฐ)(๓) ของอนุสัญญา ซึ่งส่งคำบอกกล่าวเกี่ยวกับสิทธิของตนให้แก่ผู้รับหลักประกันภายในเวลาตามสมควรก่อนการถอนทะเบียนและส่งออกนั้น๑. ข้อนี้ใช้บังคับก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาได้ทำคำประกาศตาม ข้อ สามสิบ(๒) และในขอบเขตที่ระบุไว้ในคำประกาศนั้น ข้อ สิบ - การปรับเปลี่ยนบทบัญญัติ
เกี่ยวกับการบรรเทาก่อนคำตัดสินสุดท้าย๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๑๓(๑) ของอนุสัญญา "โดยรวดเร็ว" ในบริบทของการรับการบรรเทา หมายถึง ภายในจำนวนวันทำงานนับจากวันที่ยื่นคำขอเพื่อการบรรเทาตามที่ระบุไว้ในคำประกาศที่ทำขึ้นโดยรัฐผู้ทำสัญญาที่มีการทำคำขอนั้น
๓. ข้อ ๑๓(๑) ของอนุสัญญาใช้บังคับ โดยให้เพิ่มข้อความข้างล่างนี้โดยทันทีต่อจากอนุวรรค (ง)
"(จ) การชื้อขายและการขอค่าชดเชยจากการนั้น ถ้าลูกหนี้และเจ้าหนี้ตกลงโดยเฉพาะเจาะจง ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ" และข้อ ๔๓(๒) ใช้บังคับ โดยหลังคำว่า "ข้อ ๑๓(๑)(ง) ให้ใส่คำว่า "และ (จ)"๔. กรรมสิทธิ์หรือส่วนได้เสียอื่นใดของลูกหนี้ที่โอนไปกับการซื้อขายตามวรรคก่อน ให้ปลอดจากส่วนได้เสียอื่นใดที่ส่วนได้เสียระหว่างประเทศของเจ้าหนี้มีบุริมสิทธิ์เหนือกว่าตามบทบัญญัติแห่งข้อ ๒๙ ของอนุสัญญา
๕. เจ้าหนี้และลูกหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นใดอาจตกลงกันเป็นหนังสือเพื่อยกเว้นการใช้บังคับข้อ ๑๓(๒) ของ อนุสัญญา
๖. โดยคำนึงถึงการเยียวยาใน ข้อ เก้า(๑)
(ก) หน่วยงานทะเบียนและหน่วยงานฝ่ายบริหารอื่น ๆ ตามที่รับผิดชอบในรัฐผู้ทำสัญญา ต้องจัดให้มีการเยียวยาดังกล่าวไม่ช้ากว่าห้าวันทำการหลังจากเจ้าหนี้ได้แจ้งหน่วยงานดังกล่าว ว่า ศาลของรัฐผู้ทำสัญญาได้อนุญาตการบรรเทาที่ระบุไว้ใน ข้อ เก้า(๑) แล้ว หรือได้ยอมรับนับถือการบรรเทาดังกล่าวแล้ว ในกรณีที่การบรรเทานั้นได้รับอนุญาตจากศาลต่างประเทศ และ ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะจัดให้มีการเยียวยาตามอนุสัญญา และ
(ข) หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องประสานงานและช่วยเหลือเจ้าหนี้โดยเร็วในการใช้การเยียวยาเช่นว่านั้นโดยสอดคล้องกับกฎหมาย และข้อบังคับความปลอดภัยการบินที่ใช้บังคับ ๗. วรรค ๒ และ ๖ จะไม่กระทบต่อกฎหมายและข้อบังคับความปลอดภัยการบินที่ใช้บังคับ๑. ข้อนี้ใช้บังคับ ก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นเขตอำนาจการล้มละลายมูลฐาน ได้ทำคำประกาศตาม ข้อ สามสิบ(๓) ข้อ สิบเอ็ด - การเยียวยาในการล้มละลาย
ทางเลือก ก
๒. เมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการล้มละลาย ผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบ ต้องส่งมอบการครอบครองวัตถุอากาศยานให้แก่เจ้าหนี้ไม่ช้ากว่าเวลาดังต่อไปนี้ที่จะถึงก่อน ทั้งนี้ภายใต้บังคับแห่งวรรค ๗
(ก) สิ้นสุดช่วงเวลาที่ค่อย และ
(ข) วันที่เจ้าหนี้จะมีสิทธิครอบครองวัตถุอากาศยาน ถ้าข้อนี้ไม่ได้ใช้บังคับ๓. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ "ช่วงเวลาที่ค่อย" คือ ช่วงเวลาที่ระบุไว้ในคำประกาศของรัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นเขตอำนาจการล้มละลายมูลฐาน
๔. การอ้างในข้อนี้ถึง "ผู้บริหารการล้มละลาย" ให้หมายถึงบุคคลดังกล่าวในความสามารถทางการ มิใช่ความสามารถส่วนตัว
๕. เว้นแต่และจนกว่าเจ้าหนี้จะได้รับโอกาสที่จะเข้าครอบครองตามวรรค ๒
(ก) ผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบต้องเก็บสงวนวัตถุอากาศยาน และบำรุงรักษาวัตถุอากาศยานและมูลค่าของวัตถุอากาศยานนั้นตามความตกลง และ
(ข) เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิร้องขอการบรรเทาชั่วคราวในรูปแบบอื่นใดที่มีอยู่ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
๖. อนุวรรค (ก) ของวรรคก่อน มิได้ห้ามการใช้วัตถุอากาศ-ยานตามข้อตกลงที่ทำขึ้นเพื่อเก็บสงวนวัตถุอากาศยานนั้น และบำรุงรักษาวัตถุอากาศยานและมูลค่าของวัตถุอากาศ-ยานนั้น
๗. ผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบ อาจคงการครอบครองวัตถุอากาศยานไว้ เมื่อตนได้แก้ไขการผิดนัดภายในเวลาที่ระบุไว้ในวรรค ๒ นอกเหนือจากการผิดนัดที่เกิดขึ้นจากการเริ่มกระบวนการล้มละลาย และได้ตกลงที่จะปฏิบัติการชำระหนี้ในอนาคตทั้งปวงตามความตกลง ช่วงเวลาที่ค่อยช่วงที่สองจะไม่ใช้บังคับในส่วนของการผิดนัดในการปฏิบัติการชำระหนี้ในอนาคตเช่นว่านั้น
๘. โดยคำนึงถึงการเยียวยาใน ข้อ เก้า(๑)
(ก) หน่วยงานทะเบียนและหน่วยงานฝ่ายบริหารในรัฐผู้ทำสัญญา ตามที่รับผิดชอบ ต้องจัดให้มีการเยียวยาดังกล่าว ไม่ช้ากว่าห้าวันทำการหลังจากที่เจ้าหนี้ได้แจ้งหน่วยงานดังกล่าว ว่า ตนมีสิทธิจัดให้มีการเยียวยาตามอนุสัญญา และ
(ข) หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องประสานงานและช่วยเหลือเจ้าหนี้โดยเร็วในการใช้การเยียวยาเช่นว่านั้นให้สอดคล้องกับกฎหมาย และข้อบังคับความปลอดภัยการบินที่ใช้บังคับ
๙. การใช้การเยียวยาที่อนุสัญญาหรือพิธีสารนี้อนุญาตไว้ จะไม่อาจถูกขัดขวางหรือทำให้ล่าช้า หลังจากวันที่ระบุไว้ในวรรค ๒
๑๐. หนี้ของลูกหนี้ตามความตกลงจะไม่อาจถูกปรับเปลี่ยน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้
๑๑. ไม่มีความใดในวรรคก่อนจะตีความให้กระทบต่ออำนาจ (ถ้ามี) ของผู้บริหารการล้มละลายตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ที่จะบอกเลิกความตกลง
๑๒. สิทธิหรือส่วนได้เสีย นอกจากสิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมในประเภทที่อยู่ภายใต้คำประกาศตามข้อ ๓๙(๑) ต้องไม่มีบุริมสิทธิในกระบวนการล้มละลาย เหนือส่วนได้เสียที่จดทะเบียน
๑๓. อนุสัญญาตามที่ได้ปรับเปลี่ยนโดย ข้อ เก้า ของพิธีสาร ต้องใช้บังคับแก่การใช้การเยียวยาใด ๆ ตามข้อนี้
ทางเลือก ข
๒. เมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการล้มละลาย ผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบ เมื่อได้รับคำร้องจากเจ้าหนี้ ต้องแจ้งให้เจ้าหนี้ภายในเวลาที่ระบุไว้ในคำประกาศของรัฐผู้ทำสัญญาตาม ข้อ สามสิบ(๓) ว่าตนจะ
(ก) แก้ไขการผิดนัดนอกเหนือจากการผิดนัดที่เกิดขึ้นจากการเริ่มกระบวนการล้มละลาย และตกลงปฏิบัติการชำระหนี้ในอนาคตทั้งปวง ตามความตกลงและเอกสารธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ หรือ
(ข) ให้โอกาสแก่เจ้าหนี้ที่จะเข้าครอบครองวัตถุอากาศ-ยานตามกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือไม่๓. กฎหมายที่ใช้บังคับที่อ้างถึงในอนุวรรค (ข) ของวรรคก่อน อาจอนุญาตให้ศาลกำหนดการดำเนินขั้นตอนเพิ่มเติมใด ๆ หรือการวางประกันเพิ่มเติมใด ๆ ก็ได้
๔. เจ้าหนี้ต้องแสดงพยานหลักฐานแห่งการเรียกร้องหรือการพิสูจน์ของตน ว่า ส่วนได้เสียระหว่างประเทศของตนได้จดทะเบียนแล้ว
๕. ถ้าผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบ ไม่ได้แจ้งตามวรรค ๒ หรือเมื่อผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ประกาศว่า ตนจะให้โอกาสแก่เจ้าหนี้ที่จะเข้าครอบครองวัตถุอากาศยาน แต่กลับไม่ได้ปฏิบัติเช่นนั้น ศาลอาจอนุญาตให้เจ้าหนี้เข้าครอบครองวัตถุอากาศยาน ตามเงื่อนไขที่ศาลอาจสั่ง และอาจกำหนดให้มีการดำเนินขั้นตอนเพิ่มเติมหรือการวางประกันเพิ่มเติมใด ๆ ก็ได้
๖. ห้ามมิให้ขายวัตถุอากาศยานในระหว่างการวินิจฉัยของศาลเกี่ยวกับข้อเรียกร้องและส่วนได้เสียระหว่างประเทศ
๑. ข้อนี้ใช้บังคับ ก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาได้ทำคำประกาศตาม ข้อ สามสิบ(๑) ข้อ สิบสอง - การช่วยเหลือในการล้มละลาย
๒. ศาลของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งวัตถุอากาศยานตั้งอยู่ ต้องประสานกับศาลต่างประเทศและผู้บริหารการล้มละลายต่างประเทศในการปฏิบัติตามบทบัญญัติ ข้อ สิบเอ็ด ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญานั้น
๑. ข้อนี้ใช้บังคับ ก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาได้ทำคำประกาศตาม ข้อ สามสิบ(๑) ข้อ สิบสาม - ใบมอบอำนาจให้ร้องขอ
ถอนทะเบียนและส่งออก๒. เมื่อลูกหนี้ได้ออกใบมอบอำนาจให้ร้องขอถอนทะเบียนและส่งออกที่ไม่อาจเพิกถอนได้ โดยมีสาระสำคัญตามรูปแบบที่ผนวกอยู่ท้ายพิธีสารนี้ และได้ยื่นใบมอบอำนาจนั้นให้แก่หน่วยงานทะเบียนเพื่อให้มีการบันทึกแล้ว ให้ทำการบันทึกใบมอบอำนาจเช่นนั้น
๓. บุคคลซึ่งได้รับประโยชน์จากการออกใบมอบอำนาจนั้น (คู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ) หรือตัวแทนที่ได้รับการรับรองของตน จะเป็นบุคคลเพียงผู้เดียวที่มีสิทธิใช้การเยียวยาที่ระบุไว้ใน ข้อ เก้า(๑) และอาจกระทำเช่นนั้นได้เพียงเท่าที่สอดคล้องกับใบมอบอำนาจและกฎหมายและข้อบังคับความปลอดภัยการบินที่ใช้บังคับเท่านั้น ลูกหนี้ไม่อาจเพิกถอนใบมอบอำนาจเช่นว่านั้นโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากคู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ หน่วยงานทะเบียนต้องถอนใบมอบอำนาจนั้นออกจากทะเบียน เมื่อมีการร้องขอจากคู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ
๔. หน่วยงานทะเบียนและหน่วยงานฝ่ายบริหารอื่นในรัฐผู้ทำสัญญาต้องประสานงานและช่วยเหลือคู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจโดยเร็วในการใช้การเยียวยาที่ระบุไว้ใน ข้อ เก้า
๑. ผู้ซื้อวัตถุอากาศยานตามการซื้อขายที่จดทะเบียน จะได้รับส่วนได้เสียของตนในวัตถุนั้นโดยปลอดจากส่วนได้เสียที่จดทะเบียนภายหลัง และส่วนได้เสียที่ไม่ได้จดทะเบียน แม้ว่าผู้ซื้อจะรู้ว่ามีส่วนได้เสียที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นอยู่ ข้อ สิบสี่ - การปรับเปลี่ยนบทบัญญัติบุริมสิทธิ์
๒. ผู้ซื้อวัตถุอากาศยานจะได้รับส่วนได้เสียของตนในวัตถุนั้น ภายใต้บังคับของส่วนได้เสียที่จดทะเบียน ณ เวลาที่ตนได้รับมา
๓. กรรมสิทธิ์ หรือสิทธิหรือส่วนได้เสียอื่นในเครื่องยนต์อากาศยาน ต้องไม่ถูกกระทบจากการนำไปติดตั้งกับหรือถอดออกจากอากาศยาน
๔. ข้อ ๒๙(๗) ของอนุสัญญา ให้ใช้บังคับกับชิ้นส่วน นอกเหนือจากวัตถุ ที่ติดตั้งอยู่กับลำตัวอากาศยาน เครื่องยนต์อากาศยาน หรือเฮลิคอปเตอร์
ข้อ ๓๓(๑) ของอนุสัญญาใช้บังคับเสมือนว่า ข้อความข้างล่างนี้ได้เพิ่มเข้ามาโดยทันทีต่อจากอนุวรรค (ข) ข้อ สิบห้า - การปรับเปลี่ยนบทบัญญัติ
การโอน
"และ (ค) ลูกหนี้ได้ยินยอมเป็นหนังสือ ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะให้ก่อนการโอนหรือระบุตัวผู้รับโอนหรือไม่ก็ตาม"๑. เมื่อไม่มีการผิดนัดตามความหมายของข้อ ๑๑ แห่ง อนุสัญญา ลูกหนี้ย่อมมีสิทธิครอบครองและใช้วัตถุนั้นโดยสงบตามความตกลง ต่อ ข้อ สิบหก - บทบัญญัติลูกหนี้
การโอน(ก) เจ้าหนี้ของตนและผู้ทรงส่วนได้เสียใด ๆ ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับโอนมาตามข้อ ๒๙(๔) ของอนุสัญญาหรือในความสามารถของผู้ซื้อตามข้อ สิบสี่(๑) ของพิธีสาร เว้นแต่และเพียงเท่าที่ลูกหนี้ได้ตกลงเป็นอย่างอื่น และ
(ข) ผู้ทรงส่วนได้เสียใด ๆ ซึ่งสิทธิและส่วนได้เสียของลูกหนี้ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งข้อ ๒๙(๔) ของ อนุสัญญา หรือในความสามารถของผู้ซื้อตาม ข้อ สิบสี่(๒) ของพิธีสาร แต่เพียงเท่าที่ (ถ้ามี) ผู้ทรงสิทธิได้ตกลงไว้
๒. ไม่มีความใดในอนุสัญญาหรือพิธีสารนี้ กระทบต่อความรับผิดของเจ้าหนี้สำหรับการละเมิดความตกลงตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ตราบเท่าที่ความตกลงนั้นเกี่ยวกับวัตถุอากาศยาน
๑. หน่วยงานกำกับดูแลต้องเป็นองคาพยพระหว่างประเทศตามที่การประชุมทางการทูตเพื่อรับอนุสัญญาอุปกรณ์เคลื่อนที่และพิธีสารอากาศยาน ได้ออกข้อมติกำหนดไว้ หมวด ๓
บทบัญญัติทะเบียนเกี่ยวกับส่วนได้เสีย
ระหว่างประเทศในวัตถุอากาศยาน
ข้อ สิบเจ็ด - หน่วยงานกำกับดูแล
และผู้รับจดทะเบียน๒. เมื่อองคาพยพระหว่างประเทศที่อ้างถึงในวรรคก่อน ไม่สามารถและไม่เต็มใจที่จะทำการในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ให้มีการจัดการประชุมของรัฐผู้ลงนามและผู้ทำสัญญา เพื่อกำหนดหน่วยงานกำกับดูแลอื่น
๓. หน่วยงานกำกับดูแล และเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของตน ต้องได้รับความคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมายและทางบริหาร ตามที่กำหนดไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับแก่แก่ตนและเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของตน ในฐานะองคาพยพระหว่างประเทศหรืออื่น ๆ
๔. หน่วยงานกำกับดูแลอาจแต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ จากบุคคลที่รัฐผู้ลงนามและผู้ทำสัญญาเสนอชื่อ และมีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่จำเป็น และมอบหมายงานให้คณะกรรมการนั้นช่วยเหลือหน่วยงานกำกับดูแลในการปฏิบัติภารกิจของตน
๕. ผู้รับจดทะเบียนรายแรกต้องดำเนินงานทะเบียนระหว่างประเทศเป็นเวลาห้าปีนับจากวันที่พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับ หลังจากนั้นหน่วยงานกำกับดูแลต้องแต่งตั้งหรือต่ออายุการแต่งตั้งผู้รับจดทะเบียนเป็นประจำทุกช่วงเวลาห้าปี
ข้อ สิบแปด - ข้อบังคับฉบับแรก หน่วยงานกำกับดูแลต้องออกข้อบังคับฉบับแรกเพื่อให้มีผลเมื่อพิธีสารเริ่มใช้บังคับ
ข้อ สิบเก้า - จุดผ่านที่กำหนด ๑. ภายใต้บังคับของวรรค ๒ รัฐผู้ทำสัญญาไม่ว่า ณ เวลาใด อาจกำหนดหน่วยงานแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งในอาณาเขตของตนเป็นจุดผ่านแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง ที่ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการจดทะเบียนต้องผ่านหรืออาจผ่านไปยังทะเบียนระหว่างประเทศ นอกเหนือจากข้อมูลการจดทะเบียนคำบอกกล่าวสิทธิหรือส่วนได้เสียภายในประเทศตามข้อ ๔๐ ไม่ว่าในกรณีใดซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายของรัฐอื่น๒. การกำหนดที่ทำขึ้นตามวรรคก่อน อาจอนุญาต (แต่ไม่บังคับ) การใช้จุดผ่านที่กำหนดแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง สำหรับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการจดทะเบียนเกี่ยวกับเครื่องยนต์อากาศยาน
ข้อ ยี่สิบ - การปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม ๑. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๑๙(๖) ของอนุสัญญา เกณฑ์ในการค้นหาวัตถุอากาศยาน คือ ชื่อผู้ผลิต หมายเลขชุดของผู้ผลิต และการกำหนดรุ่นของวัตถุอากาศยานนั้น ซึ่งเพิ่มเติมตามความจำเป็นเพื่อทำให้แน่ใจถึงลักษณะเฉพาะ ข้อมูลที่เพิ่มเติมเช่นว่านี้ต้องระบุไว้ในข้อบังคับ
บทบัญญัติทะเบียน๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๒๕(๒) ของอนุสัญญา และในสภาพการณ์ที่ระบุไว้ในข้อนั้น ผู้ทรงส่วนได้เสียในอนาคตที่จดทะเบียนหรือการโอนในอนาคตที่จดทะเบียนซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศหรือผู้ได้รับประโยชน์จากการที่ได้จดทะเบียนการซื้อขายในอนาคตแล้ว ต้องดำเนินขั้นตอนเช่นว่าตามที่อยู่ในอำนาจของตนเพื่อจัดให้มีการถอดการจดทะเบียนไม่ช้ากว่าห้าวันทำการหลังจากได้รับคำขอที่ระบุไว้ในวรรคนั้น
๓. ค่าธรรมเนียมที่อ้างถึงในข้อ ๑๗(๒)(ซ) ของอนุสัญญา ต้องกำหนดให้ชดเชยกับต้นทุนตามสมควรของการจัดตั้ง การดำเนินงาน และการควบคุมทะเบียนระหว่างประเทศ และต้นทุนตามสมควรของหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจ การใช้อำนาจ และการปฏิบัติหน้าที่ที่ข้อ ๑๗(๒) ของอนุสัญญา กำหนดไว้
๔. ภารกิจที่รวมศูนย์ของทะเบียนระหว่างประเทศ ต้องดำเนินงานและบริหารงานโดยผู้รับจดทะเบียน ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จุดผ่านต่าง ๆ ต้องดำเนินงานอย่างน้อยในระหว่างชั่วโมงทำการในอาณาเขตที่เกี่ยวข้อง
๕. จำนวนเงินประกันภัยหรือการค้ำประกันทางการเงินที่อ้างถึงในข้อ ๒๘(๔) ของอนุสัญญา ในแต่ละเหตุการณ์ ต้องไม่น้อยกว่ามูลค่าสูงสุดของวัตถุอากาศยานตามที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้
๖. ไม่มีความใดในอนุสัญญาจะขัดขวางผู้รับจดทะเบียนในการจัดให้มีการประกันภัยหรือการค้ำประกันทางการเงินที่ ครอบคลุมเหตุการณ์ซึ่งผู้รับจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดตามข้อ ๒๘ ของอนุสัญญา
เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งข้อ ๔๓ ของอนุสัญญา และภายใต้บังคับแห่งข้อ ๔๒ ของอนุสัญญา ศาลของรัฐผู้ทำสัญญามีเขตอำนาจ เมื่อวัตถุนั้นเป็นเฮลิคอปเตอร์หรือลำตัวอากาศยานซึ่งเป็นอากาศยานที่รัฐนั้นเป็นรัฐเจ้าของทะเบียน หมวด ๔
เขตอำนาจศาล
ข้อ ยี่สิบเอ็ด - การปรับเปลี่ยนบทบัญญัติ
เขตอำนาจศาล
ข้อ ยี่สิบสอง - การสละความคุ้มกันทางอธิปไตย ๑. ภายใต้บังคับของวรรค ๒ การสละความคุ้มกันทางอธิปไตยจากเขตอำนาจศาลที่ระบุไว้ในข้อ ๔๒ หรือข้อ ๔๓ ของอนุสัญญา หรือที่เกี่ยวกับการบังคับสิทธิและส่วนได้เสียเกี่ยวกับวัตถุอากาศยานตามอนุสัญญา ย่อมมีผลผูกพัน และถ้าได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นสำหรับเขตอำนาจหรือการบังคับเช่นว่านั้น ย่อมมีผลเป็นการให้มีเขตอำนาจและอนุญาตให้มีการบังคับได้ แล้วแต่กรณี๒. การสละตามวรรคก่อนต้องทำเป็นหนังสือและระบุรายละเอียดของวัตถุอากาศยานนั้น
สำหรับรัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นภาคี อนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือระหว่างประเทศซึ่งสิทธิในอากาศยาน ลงนาม ณ เมืองเจนีวา เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๑ ให้อนุสัญญาแทนที่อนุสัญญานั้นในส่วนที่เกี่ยวกับอากาศยาน ตามที่นิยามไว้ในพิธีสารนี้ และที่เกี่ยวกับวัตถุอากาศยาน อย่างไรก็ดี อนุสัญญาเจนีวาจะไม่ถูกแทนที่ ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิและส่วนได้เสียที่อนุสัญญาฉบับปัจจุบันมิได้ครอบคลุมถึงหรือมิได้มีผลกระทบถึง หมวด ๕
ความสัมพันธ์กับอนุสัญญาอื่น
ข้อ ยี่สิบสาม - ความสัมพันธ์กับอนุสัญญา
ว่าด้วยการยอมรับนับถือระหว่างประเทศ
ซึ่งสิทธิในอากาศยาน
ข้อ ยี่สิบสี่ - ความมสัมพันธ์กับอนุสัญญา ๑. สำหรับรัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นภาคี อนุสัญญาเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎบางประการเกี่ยวกับการอายัดอากาศยาน ลงนาม ณ กรุงโรม เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ให้อนุสัญญาแทนที่อนุสัญญานั้นในส่วนที่เกี่ยวกับอากาศยาน ตามที่นิยามไว้ในพิธีสารนี้
เพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ซึ่งกฎบางประการเกี่ยวกับการอายัดอากาศยาน๒. รัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นภาคีอนุสัญญาข้างต้น อาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสารนี้ ว่า ตนจะไม่ใช้ข้อนี้
ข้อ ยี่สิบห้า - ความสัมพันธ์กับอนุสัญญา ให้อนุสัญญาแทนที่อนุสัญญายูนิดรัวท์ว่าด้วยการเช่าทางการเงินระหว่างประเทศ ในส่วนที่เกี่ยวกับวัตถุอากาศยาน
ยูนิดรัวท์ว่าด้วยการเช่าทางการเงินระหว่างประเทศ๑. พิธีสารนี้จะเปิดให้มีการลงนาม ณ เมืองเคปทาวน์ ในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยรัฐผู้มีส่วนในการประชุมทางการทูต เพื่อรับอนุสัญญาอุปกรณ์เคลื่อนที่ และพิธีสารอากาศยาน ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองเคปทาวน์ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม ถึงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๕๔๔ หลังจากวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๕๔๔ แล้ว พิธีสารนี้จะเปิดให้รัฐทั้งปวง ลงนาม ณ สำนักงานใหญ่ของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎหมายเอกชน (ยูนิดรัวท์) ณ กรุงโรม จนกระทั่งพิธีสารเริ่มใช้บังคับตาม ข้อ ยี่สิบแปด หมวด ๖
บทบัญญัติสุดท้าย
ข้อ ยี่สิบหก - การลงนาม การให้สัตยาบัน
การยอมรับ การเห็นชอบ หรือการภาคยานุวัติ๒. พิธีสารนี้ต้องมีการให้สัตยาบัน ยอมรับ หรือเห็นชอบ โดยรัฐที่ได้ลงนามพิธีสารนี้
๓. รัฐใด ๆ ซึ่งไม่ได้ลงนามพิธีสารนี้ อาจภาคยานุวัติพิธีสารนี้ ณ เวลาใด ๆ ก็ได้
๔. การให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ให้กระทำโดยการมอบตราสารอย่างเป็นทางการเพื่อการนั้น ไว้กับผู้รับมอบ
๕. รัฐไม่อาจเข้าเป็นภาคีพิธีสารนี้ เว้นแต่รัฐนั้นเป็นหรือเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาด้วย
ข้อ ยี่สิบเจ็ด - องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค ๑. องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐอธิปไตยและมีความสามารถเหนือเรื่องบางเรื่องที่อยู่ภายใต้บังคับของพิธีสารนี้ อาจลงนาม ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสารนี้ได้เช่นกัน ในกรณีนั้น องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคจะมีสิทธิและพันธกรณีของรัฐผู้ทำสัญญา เพียงเท่าที่องค์การนั้นมีความสามารถเหนือเรื่องที่อยู่ภายใต้บังคับของพิธีสารนี้ ในกรณีที่เป็นประเด็นเรื่องจำนวนรัฐผู้ทำสัญญาในพิธีสารนี้ ห้ามมิให้นับองค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเป็นรัฐผู้ทำสัญญา นอกเหนือจากรัฐสมาชิกขององค์การนั้นที่เป็นรัฐผู้ทำสัญญา๒. องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคต้องทำคำประกาศ ณ เวลาที่ลงนาม ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ส่งไปยังผู้รับมอบ โดยระบุถึงเรื่องความสามารถที่ตนได้รับโอนมาจากรัฐสมาชิก ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้บังคับของพิธีสารนี้ องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคต้องแจ้งโดยพลันให้ผู้รับมอบทราบถึงการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรความสามารถรวมถึงการโอนความสามารถครั้งใหม่ ที่ระบุไว้ในคำประกาศภายใต้วรรคนี้
๓. การอ้างใด ๆ ถึง "รัฐผู้ทำสัญญา" รัฐหนึ่ง หรือ "รัฐผู้ทำสัญญาหลายรัฐ" หรือ "รัฐภาคี" หรือ "รัฐภาคีหลายรัฐ" ในพิธีสารนี้ ให้ใช้อย่างเท่าเทียมกันแก่องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เมื่อบริบทจำเป็นต้องแปลความเช่นนั้น
ข้อ ยี่สิบแปด - การเริ่มใช้บังคับ ๑. พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับในวันแรกของเดือนที่ต่อจากการสิ้นสุดเวลาสามเดือนหลังจากวันที่มอบตราสารสัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ฉบับที่แปด ระหว่างรัฐซึ่งได้มอบตราสารเช่นว่านี้๒. สำหรับรัฐอื่น พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับในวันแรกของเดือนที่ต่อจากการสิ้นสุดเวลาสามเดือนหลังจากวันที่มอบตราสารสัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ
ข้อ ยี่สิบเก้า - หน่วยอาณาเขต ๑. ถ้ารัฐผู้ทำสัญญามีหน่วยอาณาเขตซึ่งใช้ระบบกฎหมายต่างกันบังคับเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าไว้ในพิธีสารนี้ รัฐดังกล่าวอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ว่า พิธีสารนี้จะขยายผลถึงหน่วยอาณาเขตทุกแห่งหรือเพียงแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง และอาจปรับเปลี่ยนคำประกาศของตนโดยการยื่นคำประกาศอีกฉบับหนึ่ง ณ เวลาใด ๆ ก็ได้๒. คำประกาศใด ๆ เช่นว่านั้นต้องระบุหน่วยอาณาเขตที่พิธีสารนี้จะใช้บังคับไว้โดยชัดแจ้ง
๓. ถ้ารัฐผู้ทำสัญญาไม่ได้ทำคำประกาศใด ๆ ตามวรรค ๑ พิธีสารนี้ต้องใช้กับหน่วยอาณาเขตทุกแห่งของรัฐนั้น
๔. เมื่อรัฐผู้ทำสัญญาขยายผลพิธีสารนี้ถึงหน่วยอาณาเขตของตนแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง คำประกาศที่พิธีสารนี้อนุญาตให้มีได้ อาจทำขึ้นสำหรับหน่วยอาณาเขตนั้นแต่ละแห่ง และคำประกาศที่ทำขึ้นสำหรับหน่วยอาณาเขตแห่งหนึ่งอาจแตกต่างจากคำประกาศที่ทำขึ้นสำหรับหน่วยอาณาเขตอีกแห่งหนึ่งก็ได้
๕. ถ้าโดยอำนาจแห่งคำประกาศตามวรรค ๑ พิธีสารนี้ได้ขยายผลถึงหน่วยอาณาเขตแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งของรัฐผู้ทำสัญญา
(ก) ให้พิจารณาว่า ลูกหนี้ตั้งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญา ก็ต่อเมื่อลูกหนี้ได้จดทะเบียน หรือก่อตั้งขึ้น ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับในหน่วยอาณาเขตซึ่งอนุสัญญาและพิธีสารนี้ใช้บังคับ หรือเมื่อลูกหนี้มีสำนักงานจดทะเบียนหรือสำนักงานตามกฎหมาย ศูนย์กลาง บริหารงาน สถานที่ประกอบธุรกิจ หรือถิ่นที่อยู่อาศัย ในหน่วยอาณาเขตซึ่งอนุสัญญาและพิธีสารนี้ใช้บังคับ
(ข) การอ้างใด ๆ ถึงที่ตั้งของวัตถุในรัฐผู้ทำสัญญา ให้หมายถึงที่ตั้งของวัตถุในหน่วยอาณาเขตซึ่งอนุสัญญาและพิธีสารนี้ใช้บังคับ และ
(ค) การอ้างใด ๆ ถึงหน่วยงานบริหารงานในรัฐผู้ทำสัญญา ต้องตีความเป็นการอ้างถึงหน่วยงานบริหารงานที่มีเขตอำนาจในหน่วยอาณาเขตซึ่งอนุสัญญาและพิธีสารนี้ใช้บังคับ และการอ้างใด ๆ ถึงทะเบียนแห่งชาติหรือหน่วยงานทะเบียนในรัฐผู้ทำสัญญา ต้องตีความเป็นการอ้างถึงทะเบียนอากาศยานที่ใช้อยู่หรือหน่วยงานทะเบียนที่มีเขตอำนาจในหน่วยอาณาเขตแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง ซึ่งอนุสัญญาหรือพิธีสารนี้ใช้บังคับ
ข้อ สามสิบ - คำประกาศเกี่ยวกับ บทบัญญัติบางเรื่อง ๑. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสารนี้ ว่า ตนจะใช้บังคับข้อ แปด, สิบสอง และสิบสาม ของพิธีสารนี้ ข้อหนึ่งหรือหลายข้อ๒. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสารนี้ ว่า ตนจะใช้บังคับ ข้อ สิบ ของพิธีสารนี้ ทั้งหมดหรือบางส่วน ถ้าได้ประกาศเช่นนั้นในส่วนของ ข้อ สิบ (๒) รัฐดังกล่าวต้องระบุช่วงเวลาที่ข้อนั้นกำหนดให้มีด้วย
๓. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสารนี้ ว่า ตนจะใช้บังคับทางเลือก ก ทั้งหมด หรือทางเลือก ข ทั้งหมดของ ข้อ สิบเอ็ด และหากประกาศเช่นนั้น ต้องระบุประเภทของกระบวนการล้มละลาย ถ้ามี ซึ่งตนจะใช้บังคับทางเลือก ก และประเภทของกระบวนการล้มละลาย ถ้ามี ซึ่งตนจะใช้บังคับทางเลือก ข รัฐผู้ทำสัญญาที่ทำคำประกาศตามวรรคนี้ต้องระบุช่วงเวลาที่ ข้อ สิบเอ็ด กำหนดให้มีด้วย
๔. ศาลของรัฐผู้ทำสัญญาต้องใช้บังคับ ข้อ สิบเอ็ด ตามคำประกาศที่รัฐผู้ทำสัญญาซึ่งมีเขตอำนาจล้มละลายพื้นฐานได้ทำขึ้น
๕. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสารนี้ ว่า ตนจะไม่ใช้บังคับบทบัญญัติแห่งข้อ ยี่สิบเอ็ด ทั้งหมดหรือบางส่วน คำประกาศนั้นต้องระบุว่า ข้อดังกล่าวจะใช้บังคับภายใต้เงื่อนไขใดในกรณีที่จะใช้บังคับบางส่วน หรือมิฉะนั้นต้องระบุว่าจะใช้การบรรเทาความเสียหายชั่วคราวในรูปแบบอื่นใด
ข้อ สามสิบเอ็ด - คำประกาศภายใต้อนุสัญญา คำประกาศที่ทำขึ้นตามอนุสัญญา รวมถึงที่ทำขึ้นตามข้อ ๓๙, ๔๐, ๕๐, ๕๓, ๕๔, ๕๕, ๕๗, ๕๘ และ ๖๐ ของ อนุสัญญา ให้ถือว่าได้ทำขึ้นตามพิธีสารนี้ด้วยเช่นกัน เว้นแต่จะระบุเป็นอย่างอื่น
ข้อ สามสิบสอง - ข้อสงวนและคำประกาศ ๑. ห้ามมิให้ทำข้อสงวนต่อพิธีสารนี้ แต่คำประกาศที่อนุญาตให้ทำได้ตาม ข้อ ยี่สิบสี่, ยี่สิบเก้า, สามสิบ, สามสิบเอ็ด, สามสิบสาม และสามสิบสี่ อาจทำขึ้นได้ตามบทบัญญัตินั้น ๆ๒. คำประการหรือคำประกาศฉบับต่อมาใด ๆ หรือการถอนคำประกาศใด ๆ ที่ทำขึ้นตามพิธีสารนี้ ต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับมอบ
ข้อ สามสิบสาม - คำประกาศฉบับต่อมา ๑. รัฐภาคีอาจทำคำประกาศฉบับต่อมา นอกเหนือจากคำประกาศที่ทำขึ้นตามข้อ สามสิบเอ็ด ภายใต้ข้อ ๖๐ ของ อนุสัญญา ณ เวลาใด ๆ หลังจากวันที่พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับสำหรับตน โดยการแจ้งให้ผู้รับมอบทราบถึงการนั้น๒. คำประกาศฉบับต่อมาดังกล่าวต้องมีผลในวันแรกของเดือนที่ต่อจากการสิ้นสุดเวลาหกเดือนหลังจากวันที่ผู้รับมอบได้รับการแจ้งนั้น หากมีการระบุระยะเวลาเพื่อให้คำประกาศเริ่มมีผลช้ากว่านั้นไว้ในการแจ้งดังกล่าว คำประกาศจะเริ่มมีผลเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ช้ากล่าวดังกล่าว หลังจากที่ผู้รับมอบได้รับการแจ้งนั้น
๓. โดยไม่ต้องคำนึงถึงความในวรรคก่อน พิธีสารนี้จะใช้บังคับต่อไปเสมือนว่าไม่มีการทำคำประกาศฉบับต่อมาดังกล่าวสำหรับบรรดาสิทธิและส่วนได้เสียที่เกิดขึ้นก่อนวันที่คำประกาศฉบับต่อมาเช่นว่านั้นเริ่มมีผล
ข้อ สามสิบสี่ - การถอนคำประกาศ ๑. รัฐภาคีใด ๆ ซึ่งทำคำประกาศตามพิธีสารนี้ นอกเหนือจากคำประกาศที่ทำขึ้นตาม ข้อ สามสิบเอ็ด ภายใต้ข้อ ๖๐ ของอนุสัญญา อาจถอนคำประกาศนั้น ณ เวลาใด ๆ โดยการแจ้งให้ผู้รับมอบทราบ การถอนเช่นว่านั้นจะมีผลในวันแรกของเดือนที่ต่อจากการสิ้นสุดเวลาหกเดือนหลังจากวันที่ผู้รับมอบได้รับการแจ้งนั้น๒. โดยไม่ต้องคำนึงถึงความในวรรคก่อน พิธีสารนี้ต้องใช้บังคับต่อไปเสมือนว่า ไม่มีการทำการถอนคำประกาศดังกล่าว สำหรับบรรดาสิทธิและส่วนได้เสียที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การถอนเช่นว่านั้นเริ่มมีผล
ข้อ สามสิบห้า - การบอกเลิก ๑. รัฐภาคีใด ๆ อาจบอกเลิกพิธีสารโดยการแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับมอบ๒. การบอกเลิกเช่นว่านั้นจะเริ่มมีผลในวันแรกของเดือนที่ต่อจากการสิ้นสุดเวลาสิบสองเดือนหลังจากวันที่ผู้รับมอบได้รับการแจ้งนั้น
๓. โดยไม่ต้องคำนึงถึงความในวรรคก่อน พิธีสารนี้จะใช้บังคับต่อไป เสมือนว่าไม่มีการทำคำบอกเลิกดังกล่าวสำหรับบรรดาสิทธิและส่วนได้เสียที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การบอกเลิกเช่นว่านั้นเริ่มมีผล
ข้อ สามสิบหก - การประชุมทบทวน การแก้ไขเพิ่มเติม และเรื่องที่เกี่ยวข้อง ๑. ผู้รับมอบ เมื่อปรึกษาหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ต้องจัดเตรียมรายงานไว้ให้รัฐภาคีปีละครั้งหรือภายในระยะเวลาอื่นที่อาจจำเป็นตามสภาพการณ์ เกี่ยวกับลักษณะการดำเนินการในทางปฏิบัติของระบบระหว่างประเทศที่วางไว้ในอนุสัญญาตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสาร ในการจัดเตรียมรายงานดังกล่าว ผู้รับมอบต้องคำนึงถึงรายงานของหน่วยงานกำกับดูแล เกี่ยวกับการทำงานของระบบทะเบียนระหว่างประเทศด้วย๒. เมื่อมีคำร้องขอไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของรัฐภาคี ผู้รับมอบ เมื่อปรึกษาหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ต้องจัดการประชุมทบทวนเพื่อพิจารณา
(ก) การดำเนินการในทางปฏิบัติของอนุสัญญาตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสาร และความมีประสิทธิผลของอนุสัญญานี้ในการอำนวยการทางการเงินที่อยู่บนพื้นฐานของสินทรัพย์และการเช่าวัตถุที่อยู่ภายใต้บทบัญญัติของอนุสัญญา
(ข) การตีความของฝ่ายตุลาการ และการใช้บังคับบทบัญญัติแห่งพิธีสารนี้และข้อบังคับ
(ค) การทำงานของระบบทะเบียนระหว่างประเทศ การปฏิบัติงานของผู้รับจดทะเบียน และการกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล โดยคำนึงถึงรายงานของหน่วยงานกำกับดูแลด้วย และ
(ง) ว่า จำเป็นต้องปรับปรุงพิธีสารนี้หรือข้อตกลงเกี่ยวกับทะเบียนระหว่างประเทศ หรือไม่๓. การแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ต่อพิธีสารนี้ต้องได้รับความเห็นชอบอย่างน้อยจากเสียงข้างมากสองในสามของรัฐภาคีที่มีส่วนในการประชุมที่อ้างถึงในวรรคก่อน และจะเริ่มใช้บังคับสำหรับรัฐซึ่งได้ให้สัตยาบัน ยอมรับ หรือเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว เมื่อได้มีการให้สัตยาบัน ยอมรับ หรือเห็นชอบจากรัฐแปดรัฐตามบทบัญญัติ ข้อ ยี่สิบแปด เกี่ยวกับการเริ่มใช้บังคับ
ข้อ สามสิบเจ็ด - ผู้รับมอบและภารกิจของผู้รับมอบ ๑. ตราสารสัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ต้องมอบไว้กับสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎหมายเอกชน (ยูนิดรัวท์) ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รับมอบ๒. ผู้รับมอบต้อง
(ก) แจ้งให้บรรดารัฐผู้ทำสัญญาทราบถึง
(๑) การลงนามหรือการมอบตราสารสัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ครั้งใหม่แต่ละครั้ง พร้อมกับวันที่ลงนามหรือมอบตราสารนั้นด้วย
(๒) วันที่เริ่มใช้บังคับพิธีสารนี้
(๓) คำประกาศแต่ละฉบับที่ทำขึ้นตามพิธีสารนี้ พร้อมกับวันที่ทำคำประกาศนั้นด้วย
(๔) การถอนหรือการแก้ไขเพิ่มเติมคำประกาศใด ๆ พร้อมกับวันที่ถอนหรือแก้ไขเพิ่มเติมนั้นด้วย และ
(๕) การแจ้งการบอกเลิกพิธีสารนี้ พร้อมกับวันที่แจ้งและวันที่เริ่มมีผลด้วย
(ข) ส่งสำเนาที่รับรองว่าถูกต้องของพิธีสารนี้ให้แก่บรรดารัฐผู้ทำสัญญา
(ค) จัดให้หน่วยงานกำกับดูแลและผู้รับจดทะเบียนได้รับสำเนาตราสารสัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ แต่ละฉบับ พร้อมกับวันที่มอบตราสารนั้นด้วย สำเนาคำประกาศหรือการถอนหรือการแก้ไขเพิ่มเติมคำประกาศแต่ละฉบับ และสำเนาการแจ้งการบอกเลิกแต่ละฉบับ พร้อมกับวันที่แจ้งการบอกเลิกนั้นด้วย เพื่อให้ข้อมูลที่อยู่ในตราสารเหล่านั้นแพร่หลายโดยง่ายและอย่างเต็มที่
(ง) ปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ ที่เป็นจารีตประเพณีสำหรับผู้รับมอบเพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้มีอำนาจเต็มที่มีนามข้างท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้อง ได้ลงนามพิธีสารนี้
ทำ ณ เมืองเคปทาวน์ เมื่อวันที่สิบหก พฤศจิกายน พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบสี่ เป็นต้นฉบับเดียวในภาษาอังกฤษ, อาหรับ, จีน, ฝรั่งเศส, รัสเซีย และสเปน ซึ่งตัวบททั้งปวงนี้ใช้เป็นหลักฐานได้เท่าเทียมกัน การใช้เป็นหลักฐานดังกล่าวจะเริ่มมีผลเมื่อมีการพิสูจน์ยืนยันโดยการประชุมเลขาธิการร่วมกันภายใต้อำนาจของประธานการประชุม ภายในเก้าสิบวันแห่งการประชุมนั้น เกี่ยวกับความสอดคล้องต้องกันระหว่างตัวบทแต่ละภาษา
๑ คำแปลชั่วคราว โดยกลุ่มนิติการ กรมการขนส่งทางอากาศ Back
| Home | สารบาญ | Chapter 1 | English Version |