Home สารบาญ Chapter 3 English Version อนุสัญญาเจนีวา
เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก
ลงวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๒๑. . .
ภาค ๑
บททั่วไป
. . .ข้อ ๔
ก. เชลยศึก ตามความหมายแห่งอนุสัญญาฉบับนี้ได้แก่ บุคคลประเภทหนึ่งประเภทใดดังต่อไปนี้ ซึ่งได้ตกอยู่ในอำนาจ ของฝ่ายศัตรู คือ
(๑) ผู้สังกัดในกองทัพของภาคีคู่พิพาท รวมทั้งผู้สังกัดในมิลิเซียหรือหน่วยอาสาสมัคร ซึ่งเป็นส่วนของกองทัพ เหล่านี้
(๒) ผู้สังกัดในมิลิเซีย และผู้สังกัดหน่วยอาสาสมัครอื่นใด รวมทั้งผู้สังกัดในขบวนต่อต้านที่ได้จัดตั้งขึ้น โดยมีระเบียบ ซึ่งเป็นของภาคีคู่พิพาทและปฏิบัติการอยู่ภายในหรือภายนอกอาณาเขตของตนเอง แม้ว่าอาณาเขตนั้นจะ ถูกยึดครองอยู่ก็ตาม หากว่ามิลิเซีย หรือหน่วยอาสาสมัคร รวมทั้งขบวนต่อต้านที่ได้จัดตั้งขึ้นโดยมีระเบียบเหล่านี้ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ คือ
(ก) มีผู้บัญชาสั่งการอันเป็นบุคคลที่รับผิดชอบสำหรับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
(ข) มีเครื่องหมายที่กำหนดไว้เด่นชัดสามารถจะเห็นได้ในระยะไกล
(ค) ถืออาวุธโดยเปิดเผย
(ง) ปฏิบัติการรบตามกฎและประเพณีการสงคราม
(๓) ผู้สังกัดในกองทัพประจำ ซึ่งมีความสวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ ที่มิได้รับการรับรองจาก ประเทศที่กักคุม
(๔) บุคคลที่ร่วมอยู่แต่มิได้สังกัดอยู่ในกองทัพนั้นโดยตรง เช่นพนักงานพลเรือนที่สังกัดอยู่ในพวกคนประจำ อากาศยานทหาร ผู้สื่อข่าวสงคราม ผู้รับเหมาส่งเสบียง ผู้สังกัดในหน่วยกรรมกรหรือในบริการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบต่อ สวัสดิภาพของกองทัพ หากว่าบุคคลเหล่านี้ได้รับอนุมัติจากกองทัพที่ตนได้ร่วมอยู่โดยกองทัพนั้นออกบัตรประจำตัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับแบบที่ได้ผนวกไว้
(๕) บรรดาบุคคลประจำเรือ รวมทั้งนายเรือ คนนำร่องและผู้ฝึกหัดงานของเรือพาณิชย์ และคนประจำ อากาศยานพลเรือน ของภาคีคู่พิพาท ซึ่งไม่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติที่อนุเคราะห์ดีกว่านี้ ตามบทบัญญัติอื่น แห่งกฎหมายระหว่างประเทศ
(๖) พลเมืองในอาณาเขตที่มิได้ถูกยึดครอง ซึ่งเมื่อศัตรูประชิดเข้ามาได้สมัครใจเข้าจับอาวุธต่อต้านกองทหาร ที่บุกเข้ามานั้น โดยไม่มีเวลาจัดรวมกันเข้าเป็นหน่วยกองทหารประจำ หากว่าบุคคลเหล่านี้ถืออาวุธโดยเปิดเผย และเคารพต่อกฎและประเพณีการสงคราม
ข. โดยนัยเดียวกันบุคคลต่อไปนี้จะต้องได้รับการปฏิบัติฐานเป็นเชลยศึกตามอนุสัญญาฉบับนี้ คือ
(๑) บุคคลที่สังกัดอยู่หรือเคยสังกัดอยู่ในกองทัพของประเทศที่ถูกยึดครองหากว่าประเทศที่ยึดครองพิจารณา เห็นจำเป็นที่จะต้องกักกันไว้ โดยเหตุผลแห่งความสวามิภักดิ์เช่นว่านั้น แม้ว่าแต่เดิมจะได้เคยปลดปล่อยบุคคลเหล่านี้ไว้ ในขณะที่การสู้รบกำลังดำเนินอยู่ภายนอกอาณาเขตที่ประเทศนั้นทำการยึดครองก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อบุคคล เช่นว่านี้ได้พยายามที่จะเข้าร่วมในกองทัพที่ตนสังกัด ซึ่งกำลังทำการต่อสู้อยู่แต่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ หรือในเมื่อ บุคคลเหล่านี้ ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกตัวเพื่อทำการกักกัน
(๒) บุคคลประเภทหนึ่งประเภทใดที่ได้ระบุไว้ในข้อนี้ ซึ่งประเทศที่เป็นกลางหรือประเทศที่มิได้เป็นฝ่ายใน สงครามได้รับเข้าไว้ในอาณาเขตของตน และเป็นบุคคลซึ่งประเทศเหล่านี้จำต้องกักกันไว้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้โดยไม่เป็นผลเสื่อมเสียต่อการปฏิบัติที่อนุเคราะห์ดีกว่า ซึ่งประเทศเหล่านี้อาจจะเลือกอำนวยให้ และโดยยกเว้นข้อ ๘, ๑๐, ๑๕, ๓๐ วรรค ๕, ๕๘ ถึง ๖๗, ๙๒, ๑๒๖ และข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับประเทศที่คุ้มครอง ในเมื่อมีความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างภาคีคู่พิพาทกับประเทศที่เป็นกลางหรือประเทศที่มิได้เป็นฝ่ายในสงครามที่เกี่ยวข้องด้วย เมื่อมีความสัมพันธ์ ทางการทูตเช่นนี้แล้ว ภาคีคู่พิพาทซึ่งบุคคลเหล่านี้สังกัดอยู่จะต้องได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของประเทศที่ คุ้มครอง ต่อบุคคลเหล่านี้ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญาฉบับนี้โดยไม่เป็นผลเสื่อมเสียต่อหน้าที่ ซึ่งภาคีเหล่านี้ปฏิบัติ อยู่เป็นปกติตามธรรมเนียมทางการทูตและกงสุล และตามสนธิสัญญาต่าง ๆ
ค. ข้อนี้จะไม่กระทบกระเทือนแต่อย่างใดถึงฐานะของพนักงานแพทย์และอนุศาสนาจารย์ ดังที่ได้บัญญัติไว้ในข้อ ๓๓ แห่งอนุสัญญาฉบับนี้
. . .
ภาค ๓
การคุมขัง
. . .หมวด ๒
การกักกันเชลยศึกส่วนที่ ๑
ข้อสังเกตทั่วไป
. . .ข้อ ๒๓
ไม่ว่าในเวลาใด ๆ ห้ามมิให้ส่งตัวเชลยศึกไปหรือกักคุมตัวไว้ในที่ที่อาจได้รับภัยในการยิงจากแนวรบ และห้ามมิให้ใช้ เชลยศึกเป็นเครื่องป้องกันเพื่อให้จุดใดจุดหนึ่งหรือเขตใดเขตหนึ่ง พ้นจากการปฏิบัติทางทหาร
เชลยศึกจะต้องมีที่หลบภัย จากการทิ้งระเบิด ทางอากาศและจากภยันตรายต่าง ๆ ของสงครามให้เท่าเทียมกัน กับประชากรที่เป็นพลเรือนแห่งท้องที่นั้นได้รับ ยกเว้นแต่ผู้ที่จะต้องจัดให้ความคุ้มครองที่พักของตนต่อภยันตราย ดังกล่าวแล้ว เชลยศึกอาจเข้าที่หลบภัยเช่นว่านี้ได้ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจากมีสัญญาณภัย ระเบียบการคุ้มครองอื่นใดที่ให้แก่ประชากรอย่างไรให้นำมาใช้แก่ เชลยศึกด้วย
บรรดาประเทศที่กักคุมจะต้องแจ้งให้ประเทศที่เกี่ยวข้องทราบข้อความที่เป็นประโยชน์ทั้งปวงเกี่ยวกับที่ตั้ง ทางภูมิศาสตร์ของค่ายเชลยศึกโดยผ่านทางประเทศที่คุ้มครอง
หากไม่เป็นการขัดกับเหตุผลทางทหารแล้ว ค่ายเชลยศึกจะต้องมีตัวอักษร PW หรือ PG เป็นเครื่องหมายในเวลา กลางวัน โดยติดตั้งไว้ให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนจากทางอากาศ อย่างไรก็ตาม ประเทศที่เกี่ยวข้องอาจตกลงกัน ใช้แบบเครื่องหมายอย่างอื่นก็ได้ เฉพาะแต่ค่ายเชลยศึกเท่านั้นที่จะต้องมีเครื่องหมายไว้ดังเช่นว่านี้
. . .
ส่วนที่ ๘
การย้ายเชลยศึก
หลังจากได้มาถึงค่ายแล้วข้อ ๔๖
ในการพิจารณาย้ายเชลยศึกนั้น ประเทศที่กักคุมจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของเชลยศึกเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อจะไม่ให้เพิ่มความยุ่งยากแก่การส่งตัวกลับประเทศเดิม
การย้ายเชลยศึกจะต้องกระทำอย่างมีมนุษยธรรมเสมอและต้องเป็นไปในลักษณะที่เป็นการให้ความอนุเคราะห์ ไม่น้อยไปกว่าการย้ายของผู้ที่อยู่ในกองทัพของประเทศที่กักคุม ทั้งจะต้องคำนึงถึงสภาพอากาศที่เชลยศึกเคยชินอยู่ และสภาพการย้ายซึ่งจะต้องไม่เป็นอันตรายต่ออนามัยของเชลยศึกไม่ว่าในกรณีใด ๆ
ระหว่างทำการย้ายนั้นประเทศที่กักคุมจะต้องจัดหา อาหาร,และน้ำดื่มแก่เชลยศึกให้เป็นที่พอเพียง เพื่อให้เชลยศึก มีอนามัยดี พร้อมทั้งจัดหาเครื่องนุ่งห่ม ที่หลบภัย และให้การรักษาพยาบาลเท่าที่จำเป็นด้วย ประเทศที่กักคุม จะต้องให้ความระมัดระวังตามสมควรที่จะจัดให้มีความปลอดภัยระหว่างทำการย้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณี ที่ต้องขนส่งทางทะเลหรือทางอากาศและจะต้องทำบัญชีรายชื่อเชลยศึกที่ถูกย้ายโดยครบถ้วนก่อนจะออกเดินทางไป
ข้อ ๔๗
เชลยศึกที่บาดเจ็บหรือป่วยไข้จะต้องไม่ถูกย้าย ตราบใดที่การเดินทางจะยังเป็นอันตรายต่อการฟื้นจาก อาการป่วยไข้ของเชลยศึกนั้น นอกจากจะเป็นการจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของเชลยศึกเอง
ถ้าแนวรบเคลื่อนเข้าใกล้มายังค่ายแล้ว เชลยศึกในค่ายดังกล่าวจะต้องไม่ถูกย้าย นอกจากการย้ายจะกระทำได้ใน สภาพปลอดภัยอย่างพอเพียง หรือถ้าคงอยู่ ณ ที่นั้นจะเป็นการเสี่ยงภัยมากยิ่งกว่าการย้ายไป
ข้อ ๔๘
ในกรณีที่มีการย้ายเชลยศึกจะต้องได้รับแจ้งเป็นทางการถึงการออกเดินทางและตำบลที่อยู่ทางไปรษณีย์ใหม่ การแจ้งให้ทราบเช่นว่านี้จะต้องบอกล่วงหน้าให้มีเวลาพอที่เชลยศึกจะรวบรวมข้าวของเดินทางและแจ้งให้ญาติที่สนิท ของตนทราบ
เชลยศึกจะได้รับอนุญาตให้นำสิ่งของส่วนตัว จดหมายและหีบห่อเดินทางซึ่งส่งมาให้ตนติดตัวไปด้วย น้ำหนักของหีบห่อเช่นนี้จะถูกจำกัดก็ได้ ถ้าเป็นการจำเป็นโดยพฤติการณ์แห่งการย้ายนั้น โดยจำกัดลงเท่าที่เชลยศึก แต่ละคนจะนำไปได้ตามสมควรซึ่งจะต้องไม่เกินกว่าคนละ ๒๕ กิโลกรัม
จดหมายและพัสดุหีบห่อที่ส่งไปยังค่ายเดิมของเชลยศึกนั้นให้ส่งต่อไปให้เชลยศึกโดยมิชักช้า ผู้บังคับบัญชาการค่าย จะต้องดำเนินการอันจำเป็นโดยทำความตกลงกับผู้แทนของเชลยศึกเพื่อจัดให้ทำการขนส่งทรัพย์สินส่วนรวมของเชลยศึก และสิ่งของซึ่งเชลยศึกไม่สามารถจะเอาติดตัวไปด้วย เพราะเหตุมีข้อจำกัดกำหนดขึ้นไว้ตามความในวรรคสองของข้อนี้
ค่าใช้จ่ายในการย้ายนั้นให้ประเทศที่กักคุมเป็นผู้ออก
๑ ราชกิจจานุเบกษา ล.๗๒ ต.๕๗ ฉ.พิเศษ, ๔ ส.ค. ๒๔๙๘ อนุสัญญานี้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ประเทศไทยได้แจ้งการภาคยานุวัติไปยังรัฐบาลสหพันธ์สวิส เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งตาม ข้อ ๑๔๐ อนุสัญญาฉบับนี้จึงมีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นต้นไป Back
| Home | สารบาญ | Chapter 3 | English Version |