Home สารบาญ Chapter 2 English Version
อนุสัญญาเพิ่มเติม
อนุสัญญาวอร์ซอ
เพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับ
การรับขนระหว่างประเทศทางอากาศซึ่งปฏิบัติการโดย
บุคคลอื่นนอกจากผู้ขนส่งตามสัญญา


            รัฐผู้ลงนามในอนุสัญญานี้

            ตระหนักว่า อนุสัญญาวอร์ซอไม่มีกฎเกณฑ์โดยเฉพาะเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศซึ่งปฏิบัติการ โดยบุคคลที่มิใช่ภาคีในความตกลงให้มีการรับขน

            พิจารณาเห็นว่า ดังนั้นจึงเป็นที่พึงปรารถนาที่จะสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นใช้ในพฤติการณ์ดังกล่าว ได้ตกลงกันดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

            ในอนุสัญญานี้

            ก) "อนุสัญญาวอร์ซอ" หมายถึง อนุสัญญาเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎเกณฑ์บางประการ เกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ ลงนาม ณ กรุงวอร์ซอ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ หรืออนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘ สุดแต่ว่าการรับขนภายใต้ความตกลงที่อ้างถึงใน วรรค ข) นั้นจะอยู่ในบังคับของอนุสัญญาฉบับใด

            ข) "ผู้ขนส่งตามสัญญา" หมายถึง บุคคลหนึ่งในฐานะตัวการ ได้จัดทำความตกลงรับขนซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของ อนุสัญญาวอร์ซอ  กับคนโดยสารหรือผู้ตราส่ง หรือกับบุคคลซึ่งกระทำในนามของคนโดยสารหรือผู้ตราส่ง

            ค) "ผู้ขนส่งตามความเป็นจริง" หมายถึง บุคคลหนึ่งนอกเหนือจากผู้ขนส่งตามสัญญา ซึ่งปฏิบัติการรับขนทั้งหมด หรือแต่บางส่วนตามที่ระบุไว้ในวรรค ข) โดยได้รับมอบอำนาจจากผู้ขนส่งตามสัญญา แต่มิได้เป็นผู้ขนส่งหลายคน หลายทอด ตามความหมายของอนุสัญญาวอร์ซอในการรับขนในช่วงเช่นว่านั้น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีการมอบอำนาจ ดังกล่าว เว้นแต่พิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น

ข้อ ๒

            ถ้าผู้ขนส่งตามความเป็นจริงปฏิบัติการรับขนทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งตามความตกลงที่อ้างถึงในข้อ ๑ วรรค ข) เป็นการรับขนที่อยู่ในบังคับของอนุสัญญาวอร์ซอ ทั้งผู้ขนส่งตามสัญญาและผู้ขนส่งตามความเป็นจริง ต้องอยู่ภายใต้ บังคับแห่งกฎเกณฑ์ของอนุสัญญาวอร์ซอ เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในอนุสัญญานี้ ทั้งนี้ผู้ขนส่งตามสัญญา ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งอนุสัญญานี้สำหรับการรับขนทั้งหมดที่มุ่งประสงค์ไว้ในความตกลง และผู้ขนส่งตามความเป็นจริง ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งอนุสัญญานี้เฉพาะการรับขนที่ตนได้ปฏิบัติการเท่านั้น

ข้อ ๓

            ๑. การกระทำและละเว้นกระทำของผู้ขนส่งตามความเป็นจริงและลูกจ้างและตัวแทนของผู้ขนส่งนั้น ซึ่งกระทำภายในขอบข่ายการจ้างของตนเกี่ยวกับการรับขนที่ปฏิบัติการโดยผู้ขนส่งตามความเป็นจริงดังกล่าว ให้ถือเป็นการกระทำและละเว้นกระทำของผู้ขนส่งตามสัญญาด้วย

            ๒. การกระทำและละเว้นกระทำของผู้ขนส่งตามสัญญาและลูกจ้างและตัวแทนของผู้ขนส่งนั้น ซึ่งกระทำภายในขอบข่ายการจ้างของตนเกี่ยวกับการรับขนที่ปฏิบัติการโดยผู้ขนส่งตามสัญญาดังกล่าว ให้ถือเป็นการกระทำและละเว้นกระทำของผู้ขนส่งตามความเป็นจริงด้วย อย่างไรก็ตาม การกระทำและละเว้นกระทำ เช่นว่านั้นจะไม่ทำให้ผู้ขนส่งตามความเป็นจริงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งความรับผิดที่เกินกว่าการจำกัดที่ระบุไว้ในข้อ ๒๒ ของอนุสัญญาวอร์ซอ ความตกลงพิเศษใด ๆ ที่ผู้ขนส่งตามสัญญายอมรับข้อผูกพันอันมิได้กำหนดไว้ในอนุสัญญาวอร์ซอ หรือการสละสิทธิที่กำหนดไว้ในอนุสัญญานี้ หรือการแถลงพิเศษถึงผลประโยชน์เมื่อมีการส่งมอบที่ปลายทางตามข้อ ๒๒ ย่อมไม่กระทบถึงผู้ขนส่งตามความเป็นจริง เว้นแต่ตนจะได้ตกลงด้วย

ข้อ ๔

            การทักท้วงหรือคำสั่งใด ๆ ที่ได้ให้ภายใต้อนุสัญญาวอร์ซอ แก่ผู้ขนส่ง  ย่อมมีผลดุจเดียวกันไม่ว่าจะแจ้งแก่ผู้ขนส่ง ตามสัญญาหรือผู้ขนส่งตามความเป็นจริง อย่างไรก็ดี คำสั่งที่อ้างถึงในข้อ ๑๒ ของอนุสัญญาวอร์ซอ จะมีผลก็แต่โดย ได้แจ้งแก่ผู้ขนส่งตามสัญญาเท่านั้น

ข้อ ๕

            ในการรับขนที่ปฏิบัติการโดยผู้ขนส่งตามความเป็นจริง ลูกจ้างหรือตัวแทนใด ๆ ของผู้ขนส่งนั้นหรือของผู้ขนส่ง ตามสัญญาย่อมมีสิทธิใช้ประโยชน์จากการจำกัดความรับผิดตามอนุสัญญานี้ซึ่งมีผลใช้บังคับต่อผู้ขนส่งที่ตนเป็นลูกจ้าง หรือตัวแทน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าตนได้กระทำภายในขอบข่ายการจ้างของตน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างหรือตัวแทนนั้น ได้กระทำไปในทางที่ขัดขวางจนไม่อาจยกการจำกัดความรับผิดนั้นขึ้นต่อสู้ได้ตามอนุสัญญาวอร์ซอ

ข้อ ๖

           ในการรับขนที่ปฏิบัติการโดยผู้ขนส่งตามความเป็นจริง  ยอดเงินรวมของจำนวนที่อาจได้รับชดใช้จากผู้ขนส่ง ตามความเป็นจริงและจากผู้ขนส่งตามสัญญาและลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้ขนส่งนั้นซึ่งกระทำภายในขอบข่ายการจ้าง ของตน ย่อมไม่เกินจำนวนสูงสุดที่จะเรียกร้องได้จากผู้ขนส่งตามสัญญาหรือผู้ขนส่งตามความเป็นจริงภายใต้อนุสัญญานี้ แต่บุคคลดังกล่าวไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงินที่เกินกว่าการจำกัดซึ่งใช้บังคับแก่ตน

ข้อ ๗

            ในการรับขนที่ปฏิบัติการโดยผู้ขนส่งตามความเป็นจริง การดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายอาจกระทำต่อผู้ขนส่ง ตามความเป็นจริงนั้น หรือต่อผู้ขนส่งตามสัญญา หรือ ต่อทั้งสองฝ่ายรวมกันหรือแยกกันก็ได้ ตามแต่ฝ่ายโจทก์จะเลือก ถ้าดำเนินคดีต่อผู้ขนส่งเหล่านั้นเพียงรายเดียว ให้ผู้ขนส่งนั้นมีสิทธิเรียกให้ผู้ขนส่งอีกรายเข้าร่วมกระบวนพิจารณาคดี วิธีพิจารณาคดี และผลแห่งคดี ซึ่งอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายของศาลที่พิจารณาคดีนั้น

ข้อ ๘

            การดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ตามข้อ ๗ ของ อนุสัญญานี้ ต้องกระทำในศาลซึ่งอาจจะมีการดำเนินคดื ต่อผู้ขนส่งตามสัญญาได้ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๒๘ แห่งอนุสัญญาวอร์ซอ หรือในศาลซึ่งมีเขตอำนาจ ณ ที่ซึ่งผู้ขนส่ง ตามความเป็นจริงมีถิ่นที่อยู่ตามปกติ หรือมีสำนักงานแห่งใหญ่ ตามแต่ฝ่ายโจทก์จะเลือก

ข้อ ๙

            ๑.  ข้อสัญญาใดโน้มไปในทางที่จะปลดเปลื้องผู้ขนส่งตามสัญญาหรือผู้ขนส่งตามความเป็นจริงจากความรับผิด ภายใต้อนุสัญญานี้ หรือกำหนดการจำกัดให้ต่ำกว่าที่ใช้บังคับตามอนุสัญญานี้ย่อมเป็นโมฆะ แต่ความเป็นโมฆะของข้อสัญญา เช่นว่านั้นไม่มีผลทำให้ความตกลงทั้งหมดเป็นโฆมะ ความตกลงนั้นยังคงอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของ อนุสัญญานี้

            ๒. ในการรับขนซึ่งปฏิบัติการโดยผู้ขนส่งตามความเป็นจริง ไม่ให้ใช้วรรคข้างต้นบังคับแก่ข้อสัญญาที่เกี่ยวกับ การสูญหายหรือบุบสลายซึ่งเป็นผลจากความบกพร่อง คุณภาพ หรือความเสื่อมที่มีอยู่ในตัวแห่งของนั้นเอง

            ๓. ข้อกำหนดใด ๆ ที่มีอยู่ในความตกลงรับขนและความตกลงพิเศษทั้งปวงซึ่งกระทำก่อนที่ความเสียหายเกิดขึ้น โดยที่คู่สัญญามุ่งที่จะละเมิดกฎเกณฑ์ที่อนุสัญญานี้ได้วางไว้ ไม่ว่าจะโดยการกำหนดกฎหมายพึงใช้บังคับ หรือโดย การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับเขตอำนาจศาล ย่อมตกเป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม สำหรับการรับขนของนั้น ยอมให้มีข้อความว่าด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการได้ภายใต้บังคับแห่งอนุสัญญานี้ ถ้าวิธีการอนุญาโตตุลาการนั้นจะกระทำ ภายในเขตอำนาจศาลแห่งหนึ่งที่อ้างถึงในข้อ ๘

ข้อ ๑๐

            เว้นแต่ที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้กระทบต่อสิทธิและข้อผูกพันระหว่างกันเอง ของผู้ขนส่งทั้งสอง

ข้อ ๑๑

          อนุสัญญานี้จะคงเปิดให้มีการลงนามในนามของรัฐใดก็ได้ซึ่งในขณะนั้นเป็นสมาชิกสหประชาชาติ หรือสมาชิกทบวงการชำนาญพิเศษใด ๆ จนถึงวันที่อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับตามบทบัญญัติแห่งข้อ ๑๓

ข้อ ๑๒

            ๑. อนุสัญญานี้ต้องได้รับสัตยาบันจากรัฐผู้ลงนาม

            ๒. สัตยาบันสารต้องมอบไว้กับรัฐบาลสหรัฐเม็กซิโก

ข้อ ๑๓

            ๑. ทันใดที่รัฐผู้ลงนามจำนวนห้ารัฐได้มอบสัตยาบันสารของพิธีสารนี้แล้ว ให้พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับระหว่างรัฐ เหล่านั้นในวันที่เก้าสิบหลังจากการมอบสัตยาบันสารฉบับที่ห้า สำหรับแต่ละรัฐที่ให้สัตยาบันหลังจากนั้นให้พิธีสาร นี้เริ่มใช้บังคับในวันที่เก้าสิบหลังจากการมอบสัตยาบันสารของรัฐนั้น

            ๒. ทันใดที่พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับ ให้รัฐบาลสหรัฐเม็กซิโกลงทะเบียนพิธีสารนี้กับสหประชาชาติ และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ

ข้อ ๑๔

            ๑. หลังจากที่อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับ จะเปิดให้รัฐสมาชิกของสหประชาชาติหรือของทบวงการชำนาญพิเศษใด ๆ ให้ภาคยานุวัติได้

            ๒. การภาคยานุวัติของรัฐหนึ่งจะกระทำโดยการมอบภาคยานุวัติสารไว้กับรัฐบาลสหรัฐเม็กซิโก และจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่เก้าสิบหลังจากวันที่มีการมอบนั้น

ข้อ ๑๕

            ๑. รัฐผู้ทำสัญญารัฐใด ๆ อาจบอกเลิกอนุสัญญานี้ได้โดยการบอกกล่าวไปยังรัฐบาลสหรัฐเม็กซิโก

            ๒. การบอกเลิกจะเริ่มมีผลเมื่อครบหกเดือนหลังจากวันที่รัฐบาลสหรัฐเม็กซิโกได้รับการบอกกล่าวการบอกเลิกนั้น

ข้อ ๑๖

            ๑. รัฐผู้ทำสัญญาใด ๆ  อาจประกาศโดยการบอกกล่าวถึงรัฐบาลสหรัฐเม็กซิโกในขณะที่ให้สัตยาบัน หรือภาคยานุวัติอนุสัญญานี้ หรือในเวลาใดหลังจากนั้น ว่า อนุสัญญานี้จะขยายถึงอาณาเขตใด ๆ ซึ่งตนรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

            ๒. อนุสัญญานี้จะขยายถึงอาณาเขตที่ระบุไว้ในการบอกกล่าวเมื่อครบเก้าสิบวันหลังจากวันที่รัฐบาลสหรัฐเม็กซิโก ได้รับการบอกกล่าวนั้น

            ๓. รัฐผู้ทำสัญญาใด ๆ อาจบอกเลิกอนุสัญญานี้ตามบทบัญญัติแห่งข้อ ๑๕ แยกต่างหากสำหรับอาณาเขตใด ๆ หรืออาณาเขตทั้งปวงที่ตนรับผิดชอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ข้อ ๑๗

            ห้ามทำข้อสงวนต่ออนุสัญญานี้

ข้อ ๑๘

           รัฐบาลสหรัฐเม็กซิโกต้องแจ้งให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศและรัฐสมาชิกทั้งปวงของสหประชาชาติและ ของทบวงการชำนาญพิเศษใด ๆ ทราบ

            ก) ถึงการลงนามอนุสัญญานี้และวันที่ลงนาม

            ข) ถึงการมอบสัตยาบันสารหรือภาคยานุวัติสาร และวันที่มอบ

            ค) ถึงวันที่อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับตามข้อ ๑๓ วรรค ๑

            ง) ถึงการได้รับการบอกกล่าวการบอกเลิกอนุสัญญาและวันที่ได้รับ

            จ) ถึงการได้รับคำประกาศหรือการบอกกล่าวใด ๆ ซึ่งกระทำภายใต้ข้อ ๑๖ และวันที่ได้รับ

            เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้มีอำนาจเต็มที่มีนามข้างท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้อง ได้ลงนามในอนุสัญญานี้

            ทำ ณ กรุงกวาดาลาฮารา เมื่อวันที่สิบแปด กันยายน พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่ เป็นตัวบทหลักฐานสามฉบับ เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน ในกรณีที่มีการขัดแย้งกัน ตัวบทภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในอนุสัญญาวอร์ซอ ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ย่อมมีผลบังคับเหนือกว่า

            รัฐบาลสหรัฐเม็กซิโกจะจัดการแปลตัวบทอนุสัญญานี้อย่างเป็นทางการเป็นภาษารัสเซีย อนุสัญญานี้จะมอบไว้กับ รัฐบาลสหรัฐเม็กซิโก ซึ่งจะเปิดให้มีการลงนามตามข้อ ๑๑ รัฐบาลดังกล่าวต้องส่งสำเนาอนุสัญญานี้ที่ได้รับรองว่า ถูกต้องแล้วไปยังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และรัฐสมาชิกทั้งปวงของสหประชาชาติหรือของ ทบวงการชำนาญพิเศษใด ๆ 


  คำแปลสำนวนผู้รวบรวม   อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ และนับจนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ มีภาคีทั้งหมด ๘๒ รัฐ  ประเทศไทยมิได้เป็นภาคีของอนุสัญญานี้ Back
Home สารบาญ Chapter 4 English Version