Home สารบาญ Chapter 1 English Version
ตัวบทรวบยอด
ของอนุสัญญาว่าด้วย ส่วนได้เสียระหว่างประเทศ
ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ และ พิธีสารต่อท้ายอนุสัญญาว่าด้วย
ส่วนได้เสียระหว่างประเทศ ในอุปกรณ์เคลื่อนที่
ว่าด้วยเรื่องเฉพาะ อุปกรณ์อากาศยาน

            รัฐภาคีอนุสัญญานี้

            ตระหนัก
           ถึงความจำเป็นที่จะได้มาแถึงความจำเป็นที่จะได้มา และใช้อุปกรณ์อากาศยานซึ่งมีมูลค่าสูงหรือมีความสำคัญทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ และความจำเป็นที่จะอำนวยความสะดวกด้านการเงินให้แก่การได้มาและใช้อุปกรณ์เช่นว่านั้นในลักษณะที่มีประสิทธิภาพ

            ยอมรับ
            ในข้อดีของการเงินที่อยู่บนพื้นฐานของสินทรัพย์และการเช่าเพื่อการนี้ และปรารถนาที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ธุรกรรมประเภทนี้โดยการวางกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนให้ครอบคลุมธุรกรรมดังกล่าว

            คำนึง
            ถึงความจำเป็นที่จะทำให้แน่ใจว่า ส่วนได้เสียในอุปกรณ์เช่นว่านั้นได้รับการยอมรับและคุ้มครองอย่างสากล

            ปรารถนา
            ที่จะจัดให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่าง กว้างขวางร่วมกันสำหรับบรรดาผู้มีส่วนได้เสีย

            เชื่อ
            ว่ากฎเกณฑ์เช่นว่านั้นต้องสะท้อนถึงหลักการที่เน้นถึงการสนับสนุนทางการเงินที่อยู่บนพื้นฐานของสินทรัพย์และการเช่า และส่งเสริมความศักดิ์สิทธิในการแสดงเจตนาของคู่กรณี ซึ่งจำเป็นในธุรกรรมนี้

            ตระหนักรู้
            ถึงความจำเป็นที่จะวางกรอบทางกฎหมายสำหรับส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอุปกรณ์เช่นว่านั้น และความจำเป็นเพื่อการนั้น ที่จะสร้างระบบการจดทะเบียนระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองส่วนได้เสียเหล่านั้น

            พิจารณา
            หลักการและวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ลงนาม ณ เมืองชิคาโก เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗

            ได้ตกลงกัน
            ในบทบัญญัติดังต่อไปนี้

หมวด ๑
ขอบข่ายการใช้บังคับและบทบัญญัติทั่วไป

ข้อ ๑ - นิยาม

            เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญานี้ "อนุสัญญานี้" หมายถึง ตัวบทรวบยอดของอนุสัญญาว่าด้วยส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอุปกรณ์เคลื่อนที่ และพิธีสารต่อท้ายอนุสัญญาว่าด้วยส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอุปกรณ์เคลื่อนที่ว่าด้วยเรื่องเฉพาะอุปกรณ์อากาศยาน

            ในอนุสัญญานี้ ถ้อยคำดังต่อไปนี้ให้ใช้ตามความหมายที่กำหนดข้างล่างนี้ เว้นแต่เมื่อบริบทจำเป็นต้องหมายความเป็นอย่างอื่น

            (ก) "ความตกลง" หมายถึง ความตกลงหลักประกัน ความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์ หรือความตกลงเช่า

            (ข) "อากาศยาน" หมายถึง อากาศยานตามที่นิยามไว้เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญาชิคาโก กล่าวคือเป็นลำตัวอากาศยานที่มีเครื่องยนต์อากาศยานติดตั้งอยู่ด้วย หรือเฮลิคอปเตอร์ ก็ได้

            (ค) "เครื่องยนต์อากาศยาน" หมายถึง เครื่องยนต์อากาศยาน (นอกเหนือจากที่ใช้ในราชการทหาร ศุลกากร หรือตำรวจ) โดยมีกำลังจากเทคโนโลยีไอพ่นหรือกังหันก็าซหรือลูกสูบ และ

                       (๑) มีแรงขับอย่างน้อย ๑,๗๕๐ ปอนด์หรือเทียบเท่า ในกรณีเครื่องยนต์อากาศยานแบบไอพ่น และ
                       (๒) มีกำลังขับเพลาอย่างน้อย ๕๕๐ แรงม้าในการบินขึ้นหรือเทียบเท่า ในกรณีเครื่องยนต์อากาศยานแบบกังหันก็าซหรือลูกสูบ
                       พร้อมกับมีบรรดาโมดุล และบริภัณฑ์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์อื่น ๆ ติดตั้งอยู่ด้วย รวมอยู่ด้วย หรือติดอยู่ด้วย และบรรดาข้อมูล คู่มือ และบันทึกที่เกี่ยวข้อง

            (ง) "วัตถุอากาศยาน" หมายถึง ลำตัวอากาศยาน เครื่องยนต์อากาศยาน และเฮลิคอปเตอร์

            (จ) "ทะเบียนอากาศยาน" หมายถึง ทะเบียนที่เก็บรักษาโดยรัฐหรือหน่วยงานจดทะเบียนเครื่องหมายร่วม เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญาชิคาโก

            (ฉ) "ลำตัวอากาศยาน" หมายถึง ลำตัวอากาศยาน (นอกเหนือจากที่ใช้ในราชการทหาร ศุลกากร และตำรวจ) ซึ่ง เมื่อเครื่องยนต์อากาศยานที่เหมาะสมติดตั้งอยู่ด้วย ต้องเป็นแบบที่ได้รับการรับรองโดยหน่วยงานการบินผู้มีอำนาจ เพื่อขนส่ง

                       (๑) บุคคลอย่างน้อยแปด (๘) คน รวมถึงลูกเรือ หรือ
                       (๒) ของเกินกว่า ๒,๗๕๐ กิโลกรัม
                       พร้อมกับมีบรรดาบริภัณฑ์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อื่น ๆ (นอกเหนือจากเครื่องยนต์อากาศยาน) ติดตั้งอยู่ด้วย รวมอยู่ด้วย หรือติดอยู่ด้วย และบรรดาข้อมูล คู่มือและบันทึกที่เกี่ยวข้อง

            (ช) "การโอน" หมายถึง สัญญาซึ่งไม่ว่าจะโดยการเป็นหลักประกันหรืออย่างอื่น ได้มอบสิทธิให้แก่ผู้รับโอน โดยมีหรือไม่มีการโอนส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องก็ได้

            (ซ) "สิทธิเกี่ยวเนื่อง" หมายถึง บรรดาสิทธิที่มีต่อการชำระเงินหรือการปฏิบัติการอื่น ๆ โดยลูกหนี้ตามความตกลงซึ่งมีวัตถุอากาศยานเป็นหลักประกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกับวัตถุอากาศยาน

            (ฌ) "คู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ" หมายถึง คู่กรณีที่อ้างถึงในข้อ ๒๕(๓)

            (ญ) "อนุสัญญาชิคาโก" หมายถึง อนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ลงนาม ณ เมืองชิคาโก เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม และภาคผนวกของอนุสัญญาด้วย

            (ฎ) "การเริ่มกระบวนการล้มละลาย" หมายถึง เวลาที่ ถือว่ากระบวนการล้มละลายได้เริ่มต้นขึ้นตามกฎหมายล้มละลายที่ใช้บังคับ

            (ฏ) "หน่วยงานจดทะเบียนเครื่องหมายร่วม" หมายถึง หน่วยงานที่เก็บรักษาทะเบียนตามข้อ ๗๗ ของ อนุสัญญาชิคาโก ตามที่บังคับใช้โดยข้อมติที่รับเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยคณะมนตรีขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ว่าด้วยสัญชาติและการจดทะเบียนของอากาศยานที่ดำเนินการโดยตัวแทนดำเนินการระหว่างประเทศ

            (ฐ) "ผู้ซื้อโดยมีเงื่อนไข" หมายถึง ผู้ซื้อตามความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์

            (ฑ) "ผู้ขายโดยมีเงื่อนไข" หมายถึง ผู้ขายตามความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์

            (ฒ) "สัญญาซื้อขาย" หมายถึง สัญญาซึ่งผู้ขายขายวัตถุอากาศยานให้แก่ผู้ซื้อ โดยมิใช่ความตกลงตามที่นิยามไว้ใน (ก) ข้างต้น

            (ณ) "ศาล" หมายถึง ศาลยุติธรรม หรือองค์กรทางปกครองหรือทางอนุญาโตตุลาการ ที่รัฐผู้ทำสัญญาจัดตั้งขึ้น

            (ด) "เจ้าหนี้" หมายถึง ผู้รับหลักประกันตามความตกลงหลักประกัน ผู้ขายโดยมีเงื่อนไขตามความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์ หรือผู้ให้เช่าตามความตกลงเช่า

            (ต) "ลูกหนี้" หมายถึง ผู้ให้หลักประกันตามความตกลงหลักประกัน ผู้ซื้อโดยมีเงื่อนไขตามความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์ ผู้เช่าตามความตกลงเช่า หรือบุคคลซึ่งส่วนได้เสียของตนในวัตถุอากาศยาน ถูกผูกพันโดยสิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมที่สามารถจดทะเบียนได้

            (ถ) "การถอนทะเบียนอากาศยาน" หมายถึง การลบหรือการย้ายการจดทะเบียนอากาศยานออกจากทะเบียนอากาศยานตามอนุสัญญาชิคาโก

            (ท) "สัญญาค้ำประกัน" หมายถึง สัญญาที่กระทำขึ้นโดยบุคคลหนึ่งในฐานะผู้ค้ำประกัน

            (ธ) "ผู้ค้ำประกัน" หมายถึง บุคคลซึ่งให้หรือออกหนังสือค้ำประกัน หรือดีมานด์การันตี หรือสแตนด์บายเลตเตอร์ออฟเครดิต หรือการประกันเครดิตในรูปแบบอื่นใด เพื่อความมุ่งประสงค์ในการประกันการปฏิบัติการชำระหนี้ใด ๆ อันเป็นคุณแก่เจ้าหนี้ที่มีหลักประกันโดยความตกลงหลักประกันหรือตามความตกลง

            (น) "เฮลิคอปเตอร์" หมายถึง เครื่องหนักกว่าอากาศ (นอกเหนือจากที่ใช้ในราชการทหาร ศุลกากร หรือตำรวจ) ซึ่งทรงตัวในการบินโดยส่วนใหญ่โดยปฏิกริยาแห่งอากาศต่อใบพัดประธานชุดหนึ่งหรือหลายชุด ที่อยู่บนแนวตั้ง และซึ่งเป็นแบบที่ได้รับการรับรองโดยหน่วยงานการบินผู้มีอำนาจ เพื่อขนส่ง

                       (๑) บุคคลอย่างน้อยห้า (๕) คน รวมถึงลูกเรือ หรือ
                       (๒) ของเกินกว่า ๔๕๐ กิโลกรัม
                       พร้อมกับมีบรรดาบริภัณฑ์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อื่น ๆ (รวมถึงใบพัด) ติดตั้งอยู่ด้วย รวมอยู่ด้วย หรือติดอยู่ด้วย และบรรดาข้อมูล คู่มือ และบันทึกที่เกี่ยวข้อง

            (บ) "ผู้บริหารการล้มละลาย" หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจให้บริหารการฟื้นฟูกิจการหรือการชำระบัญชี ซึ่งรวมถึงผู้ที่ได้รับมอบอำนาจชั่วคราวด้วย และรวมถึงลูกหนี้ผู้ครอบครอง หากได้รับอนุญาตตามกฎหมายล้มละลายที่ใช้บังคับ

            (ป) "กระบวนการล้มละลาย" หมายถึง ล้มละลาย การชำระบัญชี หรือกระบวนการทางศาลหรือทางปกครองในการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ รวมถึงกระบวนการชั่วคราวด้วย โดยที่สินทรัพย์หรือกิจกรรมของลูกหนี้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมหรือกำกับดูแลของศาล เพื่อความมุ่งประสงค์ในการฟื้นฟูกิจการหรือชำระบัญชี

            (ผ) "เหตุการณ์เกี่ยวกับการล้มละลาย" หมายถึง

                       (๑) การเริ่มกระบวนการล้มละลาย
                       (๒) เจตนาที่ประกาศเพื่อระงับการชำระหนี้หรือการระงับการชำระหนี้อย่างแท้จริง โดยลูกหนี้ เมื่อสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะเริ่มกระบวนการล้มละลายต่อลูกหนี้หรือที่จะใช้การเยียวยาภายใต้อนุสัญญา ถูกขัดขวางหรือถูกระงับไว้โดยกฎหมายหรือการกระทำของรัฐ

            (ฝ) "ผู้มีส่วนได้เสีย" หมายถึง

                       (๑) ลูกหนี้
                       (๒) ผู้ค้ำประกันใด ๆ
                       (๓) บุคคลอื่นใดซึ่งมีสิทธิในหรือเหนือวัตถุอากาศยานนั้น

            (กก) "ธุรกรรมภายในประเทศ" หมายถึงธุรกรรมที่ระบุประเภทไว้ในข้อ ๒(๒)(ก) ถึง (ค) ซึ่งศูนย์กลางของส่วนได้เสียหลักของบรรดาคู่กรณีในธุรกรรมนั้นตั้งอยู่ และวัตถุอากาศยานที่เกี่ยวข้องนั้นตามข้อ ๓(๔) ตั้งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาเดียวกัน ณ เวลาทำสัญญา และซึ่งได้มีการจดทะเบียนส่วนได้เสียที่ก่อขึ้นโดยธุรกรรมนั้น ไว้ในทะเบียนแห่งชาติในรัฐผู้ทำสัญญานั้นซึ่งได้ทำคำประกาศตามข้อ ๖๖(๑)

            (ขข) "ส่วนได้เสียระหว่างประเทศ" หมายถึง ส่วนได้เสียที่ถือโดยเจ้าหนี้ตามที่ข้อ ๒ ใช้บังคับ

            (คค) "ทะเบียนระหว่างประเทศ" หมายถึง สิ่งอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญานี้

            (งง) "ความตกลงเช่า" หมายถึง ความตกลงซึ่งบุคคลหนึ่ง (ผู้ให้เช่า) มอบสิทธิครอบครองหรือควบคุมวัตถุอากาศยาน (โดยมีหรือไม่มีข้อตกลงที่จะซื้อก็ได้) ให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง (ผู้เช่า) เพื่อให้ได้รับค่าเช่าหรือการชำระหนี้อื่น ๆ เป็นการตอบแทน

            (จจ) "ส่วนได้เสียภายในประเทศ" หมายถึง ส่วนได้เสียที่ถือโดยเจ้าหนี้ในวัตถุอากาศยาน และที่ก่อให้เกิดขึ้นโดยธุรกรรมภายในประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้คำประกาศตามข้อ ๖๖(๑)

            (ฉฉ) "สิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอม" หมายถึง สิทธิหรือส่วนได้เสียที่มีขึ้นตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งได้ทำคำประกาศตามข้อ ๕๒ เพื่อเป็นหลักประกันแก่การปฏิบัติการชำระหนี้ รวมถึงหนี้ที่มีต่อรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การระหว่างรัฐบาลหรือองค์การเอกชน

            (ชช) "คำบอกกล่าวส่วนได้เสียภายในประเทศ" หมายถึง คำบอกกล่าวที่ได้จดทะเบียนหรือที่จะจดทะเบียนในทะเบียนระหว่างประเทศ ว่า ได้มีการก่อให้เกิดส่วนได้เสียภายในประเทศขึ้นแล้ว

            (ซซ) "สิทธิหรือส่วนได้เสียที่มีอยู่ก่อนแล้ว" หมายถึง สิทธิ หรือส่วนได้เสียไม่ว่าชนิดใดในหรือเหนือวัตถุอากาศ-ยานที่ก่อขึ้นหรือเกิดขึ้นก่อนวันที่อนุสัญญานี้เริ่มมีผลใช้บังคับตามที่กำหนดไว้โดยข้อ ๗๖(๒)(ก)

            (ฌฌ) "เขตอำนาจการล้มละลายมูลฐาน" หมายถึง รัฐผู้ทำสัญญาซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางแห่งผลประโยชน์ของลูกหนี้ ซึ่งเพื่อความมุ่งประสงค์นี้ หมายถึงถิ่นแห่งสำนักงานตามกฎหมายของลูกหนี้ หรือถ้าไม่มี ให้หมายถึงถิ่นที่ลูกหนี้จดทะเบียนหรือก่อตั้ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น

            (ญญ) "ค่าชดเชย" หมายถึง ค่าชดเชยที่เป็นเงินหรือที่มิใช่ เงินของวัตถุอากาศยาน ที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือการทำลายวัตถุนั้นทางกายภาพ หรือการยึดวัตถุอากาศยานนั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นของรัฐ เพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือในยามสงคราม

            (ฎฎ) "การโอนในอนาคต" หมายถึง การโอนซึ่งประสงค์ที่จะทำขึ้นในอนาคต เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กำหนดไว้ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นแน่นอนหรือไม่ก็ตาม

            (ฏฏ) "ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคต" หมายถึง ส่วนได้เสียซึ่งประสงค์ที่จะก่อขึ้นหรือจัดให้มีขึ้นในวัตถุอากาศยาน เพื่อในอนาคตจะได้เป็นส่วนได้เสียระหว่างประเทศ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กำหนดไว้ (ซึ่งอาจรวมถึงกรณีที่ลูกหนี้ได้ส่วนได้เสียในวัตถุอากาศยานนั้นด้วย) ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นแน่นอนหรือไม่ก็ตาม

            (ฐฐ) "การซื้อขายในอนาคต" หมายถึง การซื้อขายซึ่งประสงค์จะทำขึ้นในอนาคต เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กำหนดไว้ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นแน่นอนหรือไม่ก็ตาม

            (ฑฑ) "ที่จดทะเบียน" หมายถึง ที่จดทะเบียนในทะเบียนระหว่างประเทศตามหมวด ๕

            (ฒฒ) "ส่วนได้เสียที่จดทะเบียน" หมายถึง ส่วนได้เสียระหว่างประเทศ, สิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมที่สามารถจดทะเบียนได้ หรือส่วนได้เสียภายในประเทศที่ระบุไว้ในคำบอกกล่าวส่วนได้เสียภายในประเทศ ตามหมวด ๕

            (ณณ) "สิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมที่สามารถจดทะเบียนได้" หมายถึง สิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมที่สามารถจดทะเบียนได้ ตามคำประกาศที่มีการมอบไว้ตามข้อ ๕๓

            (ดด) "ผู้รับจดทะเบียน" หมายถึง บุคคลหรือหน่วยงานที่ แต่งตั้งขึ้นตามข้อ ๒๗(๔)(ข) และ ๒๘

            (ตต) "หน่วยงานทะเบียน" หมายถึง หน่วยงานแห่งชาติหรือหน่วยงานจดทะเบียนเครื่องหมายร่วมที่เก็บรักษาทะเบียนอากาศยานในรัฐผู้ทำสัญญา และรับผิดชอบการจดทะเบียนและการถอนทะเบียนอากาศยานตามอนุสัญญาชิคาโก

            (ถถ) "ข้อบังคับ" หมายถึง ข้อบังคับที่ทำขึ้นหรือเห็นชอบโดยองค์กรกำกับดูแล ตามอนุสัญญานี้

            (ทท) "การซื้อขาย" หมายถึง การโอนกรรมสิทธิ์ในวัตถุอากาศยานตามสัญญาซื้อขาย

            (ธธ) "หนี้ที่มีหลักประกัน" หมายถึง หนี้ที่มีหลักประกันโดยส่วนได้เสียหลักประกัน

            (นน) "ความตกลงหลักประกัน" หมายถึง ความตกลงซึ่งผู้ให้หลักประกันมอบหรือตกลงที่จะมอบส่วนได้เสีย (รวมถึงส่วนได้เสียในกรรมสิทธิ์) ในหรือเหนือวัตถุอากาศยาน ให้แก่ผู้รับหลักประกัน เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติการชำระหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือในอนาคต ของผู้ให้หลักประกันหรือบุคคลที่สาม

            (บบ) "ส่วนได้เสียหลักประกัน" หมายถึง ส่วนได้เสียที่ก่อขึ้นโดยความตกลงหลักประกัน

            (ปป) "รัฐเจ้าของทะเบียน" หมายถึง (ในส่วนที่เกี่ยวกับอากาศยาน) รัฐที่อากาศยานได้จดทะเบียนไว้ในทะเบียนแห่งชาติของตน หรือรัฐที่ตั้งของหน่วยงานจดทะเบียนเครื่องหมายร่วมซึ่งเก็บรักษาทะเบียนอากาศยานนั้น

            (ผผ) "หน่วยงานกำกับดูแล" หมายถึง หน่วยงานกำกับดูแลที่อ้างถึงในข้อ ๒๗

            (ฝฝ) "ความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์" หมายถึง ความตกลงการขายวัตถุอากาศยาน โดยมีเงื่อนไขว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปจนกว่าจะบรรลุเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในความตกลงนั้น

            (กกก) "ส่วนได้เสียที่ไม่จดทะเบียน" หมายถึง ส่วนได้เสียในความยินยอม หรือสิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอม (นอกเหนือจากส่วนได้เสียตามที่ข้อ ๕๒ ใช้บังคับ) ซึ่งไม่ได้จดทะเบียน ไม่ว่าจะสามารถจดทะเบียนตามอนุสัญญานี้ ได้หรือไม่ก็ตาม และ

            (ขขข) "เป็นหนังสือ" หมายถึง บันทึกข้อมูล (รวมถึงข้อมูลที่สื่อสารโดยเทเลทรานส์มิสชั่น) ซึ่งอยู่ในรูปแบบที่จับต้องได้หรือรูปแบบอื่นและสามารถทำซ้ำในรูปแบบที่จับต้องได้ในภายหลัง และซึ่งสามารถแสดงถึงความเห็นชอบของบุคคลต่อบันทึกดังกล่าวได้โดยวิธีการที่สมเหตุสมผล

ข้อ ๒ - ส่วนได้เสียระหว่างประเทศ

            ๑. อนุสัญญานี้จัดทำขึ้นเพื่อการก่อให้เกิดและผลของส่วนได้เสียระหว่างประเทศในวัตถุอากาศยานและสิทธิเกี่ยวเนื่อง

            ๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญานี้ ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในวัตถุอากาศยาน คือ ส่วนได้เสียที่ก่อให้เกิดขึ้นภายใต้ข้อ ๑๐ ในลำตัวอากาศยาน เครื่องยนต์อากาศยานหรือเฮลิคอปเตอร์ ซึ่ง

                       (ก) ผู้ให้ประกันตามความตกลงหลักประกันได้มอบให้
                       (ข) บุคคลที่เป็นผู้ขายโดยมีเงื่อนไขตามความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์ มีอยู่ หรือ
                       (ค) บุคคลที่เป็นผู้ให้เช่าตามความตกลงเช่า มีอยู่
                       ส่วนได้เสียที่ตกอยู่ภายใต้อนุวรรค (ก) ไม่อาจตกอยู่ภายใต้อนุวรรค (ข) หรือ (ค) ด้วย

            ๓. กฎหมายที่ใช้บังคับจะวินิจฉัยว่า ส่วนได้เสียตามที่วรรคก่อนใช้บังคับจะตกอยู่ภายใต้อนุวรรค (ก) (ข) หรือ (ค) ของวรรคนั้นหรือไม่

            ๔. ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในวัตถุอากาศยานให้ขยายถึงค่าชดเชยของวัตถุอากาศยานนั้นด้วย

ข้อ ๓ - ขอบข่ายการใช้บังคับ

            ๑. อนุสัญญานี้ใช้บังคับเมื่อลูกหนี้อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญา ณ เวลาทำความตกลงที่ก่อให้เกิดหรือจัดให้มีส่วนได้เสียระหว่างประเทศ

            ๒. ข้อเท็จจริงที่ว่า เจ้าหนี้อยู่ในรัฐที่มิใช่รัฐผู้ทำสัญญาจะไม่กระทบต่อการใช้บังคับอนุสัญญานี้

            ๓. โดยไม่เป็นการเสื่อมเสียแก่วรรค ๑ ของข้อนี้ อนุสัญญานี้ต้องใช้บังคับในส่วนที่เกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์หรือลำตัวอากาศยานซึ่งเป็นอากาศยานที่จดทะเบียนไว้ในทะเบียนอากาศยานของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งเป็นรัฐเจ้าของทะเบียนด้วย และเมื่อการจดทะเบียนเช่นว่านั้นได้กระทำขึ้นตามความตกลงเพื่อการจดทะเบียนอากาศยาน ให้ถือว่าได้ทำขึ้น ณ เวลาแห่งความตกลง

            ๔. เพื่อความมุ่งประสงค์ของคำนิยาม "ธุรกรรมภายในประเทศ" ในข้อ ๑ ของอนุสัญญานี้

                       (ก) ลำตัวอากาศยาน ตั้งอยู่ในรัฐเจ้าของทะเบียนของอากาศยานที่ลำตัวอากาศยานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ อยู่ด้วย
                       (ข) เครื่องยนต์อากาศยาน ตั้งอยู่ในรัฐเจ้าของทะเบียนของอากาศยานที่เครื่องยนต์นั้นติดตั้งอยู่ หรือตั้งอยู่ในที่ซึ่งเครื่องยนต์นั้นตั้งอยู่ทางกายภาพ ในกรณีที่เครื่องยนต์นั้นมิได้ติดตั้งอยู่กับอากาศยาน
                       (ค) เฮลิคอปเตอร์ ตั้งอยู่ในรัฐเจ้าของทะเบียน
                       ณ เวลาที่ทำความตกลงที่ก่อให้เกิดหรือจัดให้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้น

ข้อ ๔ - ที่ตั้งของลูกหนี้

            ๑. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๓ (๑) ลูกหนี้อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาใด ๆ

                       (ก) ภายใต้กฎหมาย ซึ่งก่อตั้งหรือจัดตั้งลูกหนี้นั้น
                       (ข) ที่เป็นที่ตั้งสำนักงานจดทะเบียนหรือที่ทำการตามกฎหมายของลูกหนี้
                       (ค) ที่เป็นที่ตั้งศูนย์กลางบริหารงานของลูกหนี้ หรือ
                       (ง) ที่เป็นที่ตั้งสถานที่ประกอบธุรกิจของลูกหนี้

            ๒. การอ้างถึงสถานที่ประกอบธุรกิจของลูกหนี้ในอนุวรรค (ง) ของวรรคก่อน ถ้าลูกหนี้มีสถานที่ประกอบธุรกิจมากกว่าหนึ่งแห่ง ให้หมายถึงสถานที่ประกอบธุรกิจแห่งใหญ่ของลูกหนี้ หรือถ้าลูกหนี้ไม่มีสถานที่ประกอบธุรกิจ ให้หมายถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของลูกหนี้

ข้อ ๕ - การตีความและกฎหมายที่ใช้บังคับ

            ๑. ในการตีความอนุสัญญานี้ ให้คำนึงถึงความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญานี้ตามที่กำหนดไว้ในอารัมบท ลักษณะระหว่างประเทศของอนุสัญญานี้ และความจำเป็นที่จะส่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความสามารถคาดการณ์ได้ในการใช้บังคับอนุสัญญานี้

            ๒. ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ภายใต้อนุสัญญานี้ ซึ่งมิได้กำหนดโดยชัดแจ้งไว้ในอนุสัญญา ให้แก้ปัญหาตามหลักการทั่วไปอันเป็นพื้นฐานของเรื่องนั้น ๆ หรือในกรณีที่ไม่มีหลักการเช่นว่านั้น ให้แก้ปัญหาตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

            ๓. การอ้างถึงกฎหมายที่ใช้บังคับ หมายถึงกฎเกณฑ์ภายในประเทศของกฎหมายที่ใช้บังคับตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลของรัฐที่พิจารณาคดี

            ๔. หากรัฐประกอบด้วยหน่วยอาณาเขตหลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายของตนเองสำหรับเรื่องที่จะมีการตัดสิน และถ้าไม่มีการชี้ถึงหน่วยอาณาเขตที่เกี่ยวข้อง ให้ใช้กฎหมายของรัฐนั้นตัดสินว่า กฎหมายของหน่วยอาณาเขตใดจะใช้บังคับ ในกรณีที่ไม่มีกฎเกณฑ์เช่นว่านั้น ให้ใช้บังคับกฎหมายของหน่วยอาณาเขตซึ่งเกี่ยวข้องใกล้ชิดที่สุดกับคดีนั้น

ข้อ ๖ - การใช้บังคับแก่การซื้อขายและ
การซื้อขายในอนาคต

            บทบัญญัติดังต่อไปนี้ของอนุสัญญานี้ให้ใช้บังคับเสมือนว่า การอ้างถึงความตกลงที่ก่อตั้งหรือจัดให้มีส่วนได้เสียระหว่างประเทศเป็นการอ้างถึงสัญญาชื้อขาย และเสมือนว่า การอ้างถึงส่วนได้เสียระหว่างประเทศ ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคต ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ เป็นการอ้างถึงการซื้อขาย การซื้อขายในอนาคต ผู้ขาย และผู้ซื้อ ตามลำดับ

            ข้อ ๓ และ ๔

            ข้อ ๒๖(๑)(ก)

            ข้อ ๓๒(๔)

            ข้อ ๓๓(๑) (ในส่วนการจดทะเบียนสัญญาซื้อขายหรือการซื้อขายในอนาคต)

            ข้อ ๓๘(๒) (ในส่วนการซื้อขายในอนาคต) และ

            ข้อ ๔๓

            นอกจากนี้ บทบัญญัติทั่วไปของข้อ ๑, ข้อ ๕, หมวด ๔ ถึง ๗, ข้อ ๔๒ (นอกเหนือจากข้อ ๔๒(๓) และ (๔), หมวด ๑๐, หมวด ๑๑ (นอกเหนือจากข้อ ๕๕), หมวด ๑๒ และหมวด ๑๓ (นอกเหนือจากข้อ ๗๖) ต้องใช้บังคับแก่สัญญาซื้อขายและการซื้อขายในอนาคต

ข้อ ๗ - ความสามารถของผู้แทน

            บุคคลอาจทำความตกลงหรือทำการซื้อขาย และจดทะเบียนส่วนได้เสียระหว่างประเทศ หรือการซื้อขายวัตถุอากาศยาน ในความสามารถของตัวแทน ทรัสท์หรือผู้แทนอื่น ๆ ในกรณีเช่นว่านี้ บุคคลนั้นมีสิทธิอ้างสิทธิและส่วนได้เสียภายใต้อนุสัญญานี้

ข้อ ๘ - รายละเอียดของวัตถุอากาศยาน

            รายละเอียดของวัตถุอากาศยานที่ระบุหมายเลขชุดของผู้ผลิต ชื่อผู้ผลิต และการกำหนดรุ่น เป็นสิ่งจำเป็นและเพียงพอที่จะบ่งชี้วัตถุนั้นเพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๑๐(ค) และ ๑๑(๑)(ค) ของอนุสัญญานี้

ข้อ ๙ - การเลือกกฎหมาย

            ๑. ข้อนี้ใช้บังคับก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาได้ทำคำประกาศตามข้อ ๗๑(๑)

            ๒. คู่กรณีในความตกลง สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาค้ำประกันที่เกี่ยวข้อง หรือความตกลงการทำให้ด้อยสิทธิ อาจตกลงกันเกี่ยวกับกฎหมายที่จะครอบคลุมสิทธิและหนี้ทางสัญญาของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ก็ได้

            ๓. เว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น การอ้างในวรรคก่อนถึงกฎหมายที่คู่กรณีเลือก คือ กฎเกณฑ์ภายในประเทศของรัฐที่กำหนด หรือกฎเกณฑ์ภายในประเทศของหน่วยอาณาเขตที่กำหนด หากรัฐนั้นประกอบด้วยหน่วยอาณาเขตหลายแห่ง

หมวด ๒
การก่อให้เกิดส่วนได้เสียระหว่างประเทศ;
สัญญาซื้อขาย

ข้อ ๑๐ - ข้อกำหนดแบบ

            ส่วนได้เสียจะก่อให้เกิดขึ้นเป็นส่วนได้เสียระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญานี้ได้ เมื่อความตกลงที่ก่อให้เกิดหรือจัดให้มีส่วนได้เสียนั้น

            (ก) ทำเป็นหนังสือ

            (ข) เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานซึ่งผู้ให้หลักประกัน ผู้ขายโดยมีเงื่อนไข หรือผู้ให้เช่ามีอำนาจในการจัดการ

            (ค) สามารถทำให้มีการบ่งชี้วัตถุอากาศยานนั้นได้และ

            (ง) ในกรณีความตกลงหลักประกัน สามารถทำให้มีการกำหนดหนี้ที่มีหลักประกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องระบุจำนวนหรือจำนวนสูงสุดที่มีหลักประกัน

ข้อ ๑๑ - แบบและผลของสัญญาซื้อขาย

            ๑. เพื่อความมุ่งประสงค์ของพิธีสารนี้ สัญญาซื้อขาย คือ สัญญาซึ่ง

                       (ก) ทำเป็นหนังสือ
                       (ข) เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานซึ่งผู้ขายมีอำนาจจัดการ และ
                       (ค) สามารถทำให้วัตถุอากาศยานนั้น ถูกบ่งชี้ได้ตามอนุสัญญานี้

            ๒. สัญญาซื้อขายจะโอนส่วนได้เสียของผู้ขายในวัตถุ อากาศยานนั้นไปยังผู้ซื้อตามข้อความในสัญญา

หมวด ๓
การเยียวยาการผิดนัด

ข้อ ๑๒ - การเยียวยาผู้รับหลักประกัน

            ๑. ในกรณีที่มีการผิดนัดตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๗ ผู้รับหลักประกันอาจใช้การเยียวยาดังจะกล่าวต่อไปนี้อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างเท่าที่ผู้ให้หลักประกันไม่ว่า ณ เวลาใด ได้ตกลงเช่นนั้น และต้องอยู่ภายใต้บังคับคำประกาศใด ๆ ที่รัฐผู้ทำสัญญาอาจกระทำขึ้นตามข้อ ๗๐

                       (ก) เข้าครอบครองหรือควบคุมวัตถุอากาศยานใด ๆ ที่ให้เป็นหลักประกันแก่ตน
                       (ข) ขายหรือให้เช่าวัตถุอากาศยานใด ๆ เช่นว่านั้น
                       (ค) เก็บหรือรับรายได้หรือกำไรใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการหรือการใช้วัตถุอากาศยานใด ๆ เช่นว่านั้น

            ๒. ผู้รับหลักประกันอาจเลือกร้องขอคำสั่งศาล เพื่อให้อำนาจหรืออำนวยการแก่การกระทำใด ๆ ที่อ้างถึงในวรรคก่อน

            ๓. ผู้รับหลักประกันซึ่งเสนอขายหรือให้เช่าวัตถุอากาศยานตามวรรคหนึ่ง ต้องส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือล่วงหน้าตามสมควร เกี่ยวกับการขายหรือการเช่าที่เสนอนั้น แก่

                       (ก) ผู้มีส่วนได้เสียที่ระบุไว้ในข้อ ๑(ฝ)(๑) และ (๒) และ
                       (ข) ผู้มีส่วนได้เสียที่ระบุไว้ในข้อ ๑(ฝ)(๓) ซึ่งได้ส่งคำบอกกล่าวเกี่ยวกับสิทธิของตนให้แก่ผู้รับหลักประกันภายในเวลาตามสมควรก่อนการขายหรือการเช่านั้น

            ๔. ผู้รับหลักประกันซึ่งได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือเกี่ยวกับการซื้อขายหรือการเช่าที่เสนอ ไปยังผู้มีส่วนได้เสียล่วงหน้าเป็นเวลาสิบวันทำการหรือมากกว่านั้น ให้ถือว่าเป็นไปตามข้อกำหนดในการจัดให้มี "คำบอกกล่าวล่วงหน้าตามสมควร" ที่ระบุไว้ในวรรคก่อน ความที่กล่าวมานี้จะไม่ขัดขวางผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันหรือผู้ค้ำประกันในการตกลงขยายระยะเวลาของคำบอกกล่าวล่วงหน้า

            ๕. จำนวนเงินใด ๆ ที่ผู้รับหลักประกันได้เก็บหรือรับมาอันเป็นผลของการใช้การเยียวยาใด ๆ ที่ระบุไว้ในวรรค ๑ หรือ ๒ ให้นำไปหักออกจากจำนวนหนี้ที่มีหลักประกัน

            ๖. หากจำนวนเงินใด ๆ ที่ผู้รับหลักประกันได้เก็บหรือรับมาอันเป็นผลของการใช้การเยียวยาใด ๆ ที่ระบุไว้ในวรรค ๑ หรือ ๒ เกินกว่าจำนวนที่มีหลักประกันตามส่วนได้เสียหลักประกันและค่าใช้จ่ายตามสมควรใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้การเยียวยาใด ๆ เช่นว่านั้น เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

           ผู้รับหลักประกันต้องมอบจำนวนเงินส่วนเกินให้แก่ผู้ทรงส่วนได้เสียลำดับถัดไปตามลำดับบุริมสิทธิ์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว หรือซึ่งผู้รับหลักประกันได้รับคำบอกกล่าวที่เกี่ยวข้องแล้ว และต้องชำระส่วนใด ๆ ที่เหลืออยู่ให้แก่ผู้ให้หลักประกัน

ข้อ ๑๓ - การโอนวัตถุอากาศยานในการชำระหนี้; การไถ่ถอน

            ๑. ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ หลังจากการผิดนัดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๗ บรรดาผู้รับหลักประกันและผู้มีส่วนได้เสียอาจตกลงให้กรรมสิทธิ์ของ (หรือส่วนได้เสียอื่นใดของผู้ให้หลักประกันใน) วัตถุอากาศยานใด ๆ ที่อยู่ภายใต้ส่วนได้เสียหลักประกัน ตกอยู่กับผู้รับหลักประกันในหรือต่อการชำระหนี้มีหลักประกัน

            ๒. เมื่อผู้รับหลักประกันร้องขอ ศาลอาจสั่งให้กรรมสิทธิ์ของ (หรือส่วนได้เสียอื่นใดของผู้ให้หลักประกันใน) วัตถุอากาศยานใด ๆ ที่อยู่ภายใต้ส่วนได้เสียหลักประกัน ตกอยู่กับผู้รับหลักประกันในหรือต่อการชำระหนี้มีหลักประกัน

            ๓. ศาลจะอนุญาตตามคำร้องขอในวรรคก่อน ก็ต่อเมื่อจำนวนหนี้มีหลักประกันที่จะมีการชำระโดยการโอนเช่นว่านั้น ได้สัดส่วนเท่าเทียมกับมูลค่าของวัตถุอากาศยานนั้นหลังจากพิจารณาถึงการชำระหนี้ใด ๆ ที่ผู้ให้หลักประกันจะชำระให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียใด ๆ

            ๔. ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ หลังจากการผิดนัดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๗ และก่อนการขายวัตถุอากาศยานที่เป็นหลักประกันหรือการออกคำสั่งตามวรรค ๒ ผู้ให้หลักประกันหรือผู้มีส่วนได้เสียใด ๆ อาจปลดส่วนได้เสียหลักประกันได้ โดยการชำระหนี้เต็มตามจำนวนที่มีหลักประกัน ทั้งนี้ภายใต้บังคับของการให้เช่าใด ๆ โดยผู้รับหลักประกันตามข้อ ๑๒(๑)(ข) หรือคำสั่งตามข้อ ๑๒(๒) หลังจากการผิดนัดเช่นว่านั้น เมื่อผู้มีส่วนได้เสียอื่นที่มิใช่ลูกหนี้ได้ชำระเงินเต็มตามจำนวนที่มีหลักประกันแล้ว บุคคลนั้นจะรับช่วงสิทธิของผู้รับหลักประกัน

            ๕. กรรมสิทธิ์หรือส่วนได้เสียอื่นใดของผู้ให้หลักประกันที่โอนไปกับการซื้อขายตามข้อ ๑๒(๑)(ข) หรือที่โอนไปตามวรรค ๑ หรือ ๒ ของข้อนี้ ให้ปลอดจากส่วนได้เสียอื่นใดที่ส่วนได้เสียหลักประกันของผู้รับหลักประกันมีบุริมสิทธิ์เหนือกว่าตามบทบัญญัติแห่งข้อ ๔๒

ข้อ ๑๔ - การเยียวยาของผู้ขายโดยมีเงื่อนไข หรือผู้ให้เช่า

            ในกรณีที่มีการผิดนัดตามความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์หรือตามความตกลงเช่าตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๗ ผู้ขายโดยมีเงื่อนไขหรือผู้ให้เช่า แล้วแต่กรณี อาจ

                       (ก) เลิกความตกลงและเข้าครอบครองหรือควบคุมวัตถุอากาศยานใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความตกลงนั้น ทั้งนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับของคำประกาศใด ๆ ที่รัฐผู้ทำสัญญาอาจทำขึ้นตามข้อ ๗๐
                       (ข) ร้องขอคำสั่งศาล เพื่อให้อำนาจหรืออำนวยการแก่การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดข้างต้น

ข้อ ๑๕ - การเยียวยาเพิ่มเติมของเจ้าหนี้

            ๑. นอกเหนือจากการเยียวยาที่ระบุไว้ไนข้อ ๑๒, ๑๔, ๑๖ และ ๒๐ เจ้าหนี้อาจกระทำการข้างล่างนี้ เพียงเท่าที่ลูกหนี้ได้ตกลงไว้เช่นนั้น ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ และในสภาพการณ์ที่ระบุไว้ในหมวดนั้น

                       (ก) จัดให้มีการถอดทะเบียนอากาศยาน และ
                       (ข) จัดให้มีการส่งออก หรือโอนทางกายภาพ ซึ่งวัตถุอากาศยาน จากอาณาเขตซึ่งวัตถุอากาศยานนั้น ตั้งอยู่

            ๒. เจ้าหนี้ต้องไม่ใช้การเยียวยาที่ระบุไว้ในวรรคก่อนโดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นหนังสือ จากผู้ทรงส่วนได้เสียที่จดทะเบียนใด ๆ ซึ่งมีลำดับบุริมสิทธิ์ก่อนเจ้าหนี้นั้น

            ๓. ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายความปลอดภัยที่ใช้บังคับหน่วยงานทะเบียนในรัฐผู้ทำสัญญาต้องยอมรับ คำร้องขอถอนทะเบียนและส่งออก ถ้า

                       (ก) คำร้องขอนั้นได้ยื่นมาอย่างเหมาะสมโดยคู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจตามใบมอบอำอาจให้ร้องขอ ถอดทะเบียนและส่งออกที่ไม่อาจเพิกถอนได้ซึ่งได้บันทึกไว้แล้ว และ
                       (ข) คู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ ได้รับรองแก่หน่วยงานทะเบียน (ในกรณีที่หน่วยงานนั้นต้องการ) ว่า ลำดับส่วนได้เสียที่จะทดทะเบียนก่อนของเจ้าหนี้ที่ได้รับประโยชน์จากการมอบอำนาจนั้นได้มีการชำระหนี้ไปแล้ว หรือว่า ผู้ทรงส่วนได้เสียเช่นว่านั้นได้ยินยอมให้มีการถอนทะเบียนและส่งออก

            ๔. ผู้รับหลักประกันที่เสนอให้มีการถอดทะเบียนและส่งออกอากาศยานตามวรรค ๑ นอกเหนือจากตามคำสั่งศาล ต้องส่งคำบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการถอนทะเบียนและส่งออกที่เสนอ แก่

                       (ก) ผู้มีส่วนได้เสียที่ระบุไว้ในข้อ ๑(ฝ)(๑) และ (๒) ของ อนุสัญญานี้ และ
                       (ข) ผู้มีส่วนได้เสียที่ระบุไว้ในข้อ ๑(ฝ)(๓) ของอนุสัญญานี้ ซึ่งส่งคำบอกกล่าวเกี่ยวกับสิทธิของตนให้แก่ผู้รับหลักประกันภายในเวลาตามสมควรก่อนการถอนทะเบียนและส่งออกนั้น

ข้อ ๑๖ - การเยียวยาเพิ่มเติม
ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

            การเยียวยาเพิ่มเติมใด ๆ ที่มีได้ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมถึงการเยียวยาใด ๆ ที่คู่กรณีตกลงกัน อาจใช้ได้เท่าที่ไม่ขัดกับบทบังคับของหมวดนี้ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๒

ข้อ ๑๗ - ความหมายของการผิดนัด

            ๑. ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ ลูกหนี้และเจ้าหนี้อาจตกลงกันเป็นหนังสือเกี่ยวกับกรณีที่ก่อให้เกิดการผิดนัด หรือมิฉะนั้นก็ที่ก่อให้เกิดสิทธิและการเยียวยาที่ระบุไว้ในข้อ ๑๒ ถึง ๑๕ และ ๒๐

            ๒. เมื่อลูกหนี้และเจ้าหนี้ไม่ได้ตกลงกันเช่นว่านั้น "การผิดนัด" เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๑๒ ถึง ๑๕ และ ๒๐ ให้หมายถึง การผิดนัดซึ่งทำให้เจ้าหนี้สูญเสียในสาระสำคัญซึ่งสิ่งที่ตนมีสิทธิจะคาดหมายได้ตามความตกลงนั้น

ข้อ ๑๘ - บทบัญญัติลูกหนี้

            ๑. เมื่อไม่มีการผิดนัดตามความหมายของข้อ ๑๗ แห่ง อนุสัญญานี้ ลูกหนี้ย่อมมีสิทธิครอบครองและใช้วัตถุ อากาศยานนั้นโดยสงบตามความตกลง ต่อ

                       (ก) เจ้าหนี้ของตนและผู้ทรงส่วนได้เสียใด ๆ ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับโอนมาตามข้อ ๔๒(๕) หรือในความสามารถของผู้ซื้อตามข้อ ๔๒(๓) ของอนุสัญญานี้ เว้นแต่และเพียงเท่าที่ลูกหนี้ได้ตกลงเป็นอย่างอื่น และ
                       (ข) ผู้ทรงส่วนได้เสียใด ๆ ซึ่งสิทธิและส่วนได้เสียของลูกหนี้ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งข้อ ๔๒(๕) หรือในความสามารถของผู้ซื้อตามข้อ ๔๒(๓) ของอนุสัญญานี้ แต่เพียงเท่าที่ (ถ้ามี) ผู้ทรงสิทธิได้ตกลงไว้

            ๒. ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้ กระทบต่อความรับผิดของเจ้าหนี้สำหรับการละเมิดความตกลงตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ตราบเท่าที่ความตกลงนั้นเกี่ยวกับวัตถุอากาศยาน

ข้อ ๑๙ - มาตรฐานการใช้การเยียวยา

            การเยียวยาใด ๆ ที่อนุสัญญานี้ให้ไว้เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานต้องใช้ในลักษณะสมเหตุสมผลทางพาณิชย์ ให้ถือว่าการเยียวยาได้ใช้ลักษณะสมเหตุสมผลทางพาณิชย์ เมื่อการเยียวยานี้ได้ใช้โดยสอดคล้องกับบทบัญญัติของความตกลง เว้นแต่เมื่อบทบัญญัติเช่นว่านั้นไม่สมเหตุสมผลอย่างชัดแจ้ง

ข้อ ๒๐ - การบรรเทาก่อนคำวินิจฉัยสุดท้าย

            ๑. ภายใต้บังคับคำประกาศที่อาจทำขึ้นตามข้อ ๗๑(๒) รัฐผู้ทำสัญญาต้องทำให้แน่ใจว่า เจ้าหนี้ที่แสดงพยานหลักฐานการผิดนัดของลูกหนี้ อาจได้รับการบรรเทาโดยรวดเร็วจากศาลในรูปแบบของคำสั่งหนึ่งหรือหลายคำสั่งดังต่อไปนี้ ตามที่เจ้าหนี้ร้องขอ ก่อนคำวินิจฉัยสุดท้ายในข้อเรียกร้องของตนและเพียงเท่าที่ลูกหนี้ได้ตกลงเช่นนั้นไว้ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ

                       (ก) การเก็บสงวนวัตถุอากาศยานและมูลค่าของวัตถุอากาศยานนั้น
                       (ข) การครอบครอง ควบคุม หรือดูแลวัตถุอากาศยานนั้น
                       (ค) การหยุดการเคลื่อนย้ายวัตถุอากาศยานนั้น
                       (ง) การเช่า หรือการบริหารจัดการวัตถุอากาศยานและรายได้จากวัตถุอากาศยานนั้นนอกจากที่อยู่ภายใต้อนุวรรค (ก) ถึง (ค) และ
                       (จ) การซื้อขายและการขอค่าชดเชยจากการนี้ ถ้าลูกหนี้และเจ้าหนี้ตกลงกันไว้โดยเฉพาะไม่ว่าในเวลาใด ๆ

            ๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรคก่อน "โดยรวดเร็ว" ในบริบทของการรับการบรรเทา หมายถึง ภายในจำนวนวันทำงานนับจากวันที่ยื่นคำขอเพื่อการบรรเทาตามที่ระบุไว้ในคำประกาศที่ทำขึ้นโดยรัฐผู้ทำสัญญาที่มีการทำคำขอนั้น

            ๓. กรรมสิทธิ์หรือส่วนได้เสียอื่นใดของลูกหนี้ที่โอนไปกับการซื้อขายตามอนุวรรค ๑ ของข้อนี้ ให้ปลอดจากส่วนได้เสียอื่นใดที่ส่วนได้เสียระหว่างประเทศของเจ้าหนี้มีบุริมสิทธิ์เหนือกว่าตามบทบัญญัติแห่งข้อ ๔๒ ของอนุสัญญานี้

            ๔. ในการออกคำสั่งตามวรรค ๑ ของข้อนี้ ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสียในกรณีที่เจ้าหนี้

                       (ก) ไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ใด ๆ แก่ลูกหนี้ตามอนุสัญญานี้ ในการบังคับใช้คำสั่งที่อนุญาตการบรรเทาเช่นว่านั้น หรือ
                       (ข) ไม่อาจแสดงข้อเรียกร้องของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ในการวินิจฉัยสุดท้ายในข้อเรียกร้องนั้น

            ๕. เจ้าหนี้และลูกหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นใดอาจตกลงกันเป็นหนังสือเพื่อยกเว้นการใช้บังคับวรรคก่อน

            ๖. ก่อนออกคำสั่งใด ๆ ตามวรรค ๑ ศาลอาจกำหนดให้มีการส่งคำบอกกล่าวการร้องขอนั้น ไปยังผู้มีส่วนได้เสียใด ๆ ก็ได้

            ๗. โดยคำนึงถึงการเยียวยาในข้อ ๑๕(๑)

                       (ก) หน่วยงานทะเบียนและหน่วยงานฝ่ายบริหารอื่น ๆ ตามที่รับผิดชอบในรัฐผู้ทำสัญญา ต้องจัดให้มีการเยียวยาดังกล่าวไม่ช้ากว่าห้าวันทำการหลังจากเจ้าหนี้ได้แจ้งหน่วยงานดังกล่าว ว่า ศาลของรัฐผู้ทำสัญญาได้อนุญาตการบรรเทาที่ระบุไว้ในข้อ ๑๕(๑) แล้ว หรือได้ยอมรับนับถือการบรรเทาดังกล่าวแล้ว ในกรณีที่การบรรเทานั้นได้รับอนุญาตจากศาลต่างประเทศ และว่าเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะจัดให้มีการเยียวยาตามอนุสัญญานี้ และ
                       (ข) หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องประสานงานและช่วยเหลือเจ้าหนี้โดยเร็วในการใช้การเยียวยา เช่นว่านั้นโดยสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับความปลอดภัยการบินที่ใช้บังคับ

            ๘. ไม่มีความใดในวรรคก่อน ๆ กระทบต่อการใช้บังคับข้อ ๑๙ หรือจำกัดการใช้การบรรเทาชั่วคราวรูปแบบอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในวรรค ๑

            ๙. วรรค ๒ และ ๗ จะไม่กระทบต่อกฎหมายและข้อบังคับความปลอดภัยการบินที่ใช้บังคับ

            ๑๐. วรรค ๒, ๓, ๕, ๗ และ ๙ ของข้อนี้ใช้บังคับ ก็แต่เมื่อรัฐผู้ทำสัญญาได้ทำคำประกาศตามข้อ ๗๑(๒) และเพียงเท่าที่ระบุไว้ในคำประกาศนั้น

ข้อ ๒๑ - ข้อกำหนดวิธีดำเนินการ

            ภายใต้บังคับแห่งข้อ ๗๐(๒) การเยียวยาที่หมวดนี้กำหนดไว้ต้องใช้ตามวิธีดำเนินการที่กำหนดไว้โดยกฎหมายแห่งถิ่นที่มีการใช้การเยียวยานั้น

ข้อ ๒๒ - การสละ

            คู่กรณีสองฝ่ายหรือหลายฝ่ายใด ๆ ที่อ้างถึงในหมวดนี้ อาจทำความตกลงเป็นหนังสือ ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ ยกเว้นการใช้บังคับข้อ ๒๓ และในความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอาจสละหรือเปลี่ยนแปลงผลของบทบัญญัติก่อน ๆ ของหมวดนี้ได้ เว้นแต่ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๒(๓) ถึง (๖), ๑๓(๓) และ (๔), ๑๕(๒), ๑๙ และ ๒๑

ข้อ ๒๓ - การเยียวยาในการล้มละลาย

            ๑. ข้อนี้ใช้บังคับ ก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นเขตอำนาจการล้มละลายมูลฐาน ได้ทำคำประกาศตามข้อ ๗๑(๓)

            ทางเลือก ก

            ๒. เมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการล้มละลาย ผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบ ต้องส่งมอบการครอบครองวัตถุอากาศยานให้แก่เจ้าหนี้ไม่ช้ากว่าเวลาดังต่อไปนี้ที่จะถึงก่อน ทั้งนี้ภายใต้บังคับแห่งวรรค ๗

                       (ก) สิ้นสุดช่วงเวลาที่ค่อย และ
                       (ข) วันที่เจ้าหนี้จะมีสิทธิครอบครองวัตถุอากาศยาน ถ้าข้อนี้ไม่ได้ใช้บังคับ

            ๓. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ "ช่วงเวลาที่ค่อย" คือช่วงเวลาที่ระบุไว้ในคำประกาศของรัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นเขตอำนาจการล้มละลายมูลฐาน

            ๔. การอ้างในข้อนี้ถึง "ผู้บริหารการล้มละลาย" ให้หมายถึงบุคคลดังกล่าวในความสามารถทางการ มิใช่ความสามารถส่วนตัว

            ๕. เว้นแต่และจนกว่าเจ้าหนี้จะได้รับโอกาสที่จะเข้าครอบครองตามวรรค ๒

                       (ก) ผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบต้องเก็บสงวนวัตถุอากาศยาน และบำรุงรักษาวัตถุอากาศยานและมูลค่าของวัตถุอากาศยานนั้น ตามความตกลง และ
                       (ข) เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิร้องขอการบรรเทาชั่วคราวในรูปแบบอื่นใดที่มีอยู่ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

            ๖. อนุวรรค (ก) ของวรรคก่อน มิได้ห้ามการใช้วัตถุอากาศ-ยานตามข้อตกลงที่ทำขึ้นเพื่อเก็บสงวนวัตถุอากาศยานนั้น และบำรุงรักษาวัตถุอากาศยานและมูลค่าของวัตถุอากาศ-ยานนั้น

            ๗. ผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบ อาจคงการครอบครองวัตถุอากาศยานไว้ เมื่อตนได้แก้ไขการผิดนัดภายในเวลาที่ระบุไว้ในวรรค ๒ นอกเหนือจากการผิดนัดที่เกิดขึ้นจากการเริ่มกระบวนการล้มละลาย และได้ตกลงที่จะปฏิบัติการชำระหนี้ในอนาคตทั้งปวงตามความตกลง ช่วงเวลาที่ค่อยช่วงที่สองจะไม่ใช้บังคับในส่วนของการผิดนัดในการปฎิบัติการชำระหนี้ในอนาคตเช่นว่านั้น

            ๘. โดยคำนึงถึงการเยียวยาในข้อ ๑๕(๑)

                       (ก) หน่วยงานทะเบียนและหน่วยงานฝ่ายบริหารในรัฐผู้ทำสัญญา ตามที่รับผิดชอบ ต้องจัดให้มีการเยียวยาดังกล่าว ไม่ช้ากว่าห้าวันทำการหลังจากที่เจ้าหนี้ได้แจ้งหน่วยงานดังกล่าว ว่า ตนมีสิทธิจัดให้มีการเยียวยาตามอนุสัญญานี้ และ
                       (ข) หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องประสานงานและช่วยเหลือเจ้าหนี้โดยเร็วในการใช้การเยียวยาเช่นว่านั้น ให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับความปลอดภัยการบินที่ใช้บังคับ

            ๙. การใช้การเยียวยาที่อนุสัญญานี้อนุญาตไว้ จะไม่อาจถูกขัดขวางหรือทำให้ล่าช้า หลังจากวันที่ระบุไว้ในวรรค ๒

            ๑๐. หนี้ของลูกหนี้ตามความตกลง จะไม่อาจถูกปรับเปลี่ยน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้

            ๑๑. ไม่มีความใดในวรรคก่อนจะตีความให้กระทบต่ออำนาจ (ถ้ามี) ของผู้บริหารการล้มละลายตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ที่จะบอกเลิกความตกลง

            ๑๒. สิทธิหรือส่วนได้เสีย นอกจากสิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมในประเภทที่อยู่ภายใต้คำประกาศตามข้อ ๕๒(๑) ต้องไม่มีบุริมสิทธิในกระบวนการล้มละลาย เหนือส่วนได้เสียที่จดทะเบียน

            ๑๓. บทบัญญัติแห่งอนุสัญญานี้ ต้องใช้บังคับแก่การใช้การเยียวยาใด ๆ ตามข้อนี้

            ทางเลือก ข

            ๒. เมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการล้มละลาย ผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบ เมื่อได้รับคำร้องจากเจ้าหนี้ ต้องแจ้งให้เจ้าหนี้ภายในเวลาที่ระบุไว้ในคำประกาศของรัฐผู้ทำสัญญาตามข้อ ๗๑(๓) ว่าตนจะ

                       (ก) แก้ไขการผิดนัดนอกเหนือจากการผิดนัดที่เกิดขึ้นจากการเริ่มกระบวนการล้มละลาย และตกลงปฏิบัติการชำระหนี้ในอนาคตทั้งปวง ตามความตกลงและเอกสารธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ หรือ
                       (ข) ให้โอกาสแก่เจ้าหนี้ที่จะเข้าครอบครองวัตถุอากาศ-ยานตามกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือไม่

            ๓. กฎหมายที่ใช้บังคับที่อ้างถึงในอนุวรรค (ข) ของวรรคก่อน อาจอนุญาตให้ศาลกำหนดการดำเนินขั้นตอนเพิ่มเติมใด ๆ หรือการวางประกันเพิ่มเติมใด ๆ ก็ได้

            ๔. เจ้าหนี้ต้องแสดงพยานหลักฐานแห่งข้อเรียกร้องหรือการพิสูจน์ของตน ว่า ส่วนได้เสียระหว่างประเทศของตนได้จดทะเบียนแล้ว

            ๕. ถ้าผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ตามที่รับผิดชอบ ไม่ได้แจ้งตามวรรค ๒ หรือเมื่อผู้บริหารการล้มละลายหรือลูกหนี้ประกาศว่าตนจะให้โอกาสแก่เจ้าหนี้ที่จะเข้าครอบครองวัตถุอากาศยาน แต่กลับไม่ได้ปฏิบัติเช่นนั้น ศาลอาจ อนุญาตให้เจ้าหนี้เข้าครอบครองวัตถุอากาศยานตามเงื่อนไขที่ศาลอาจสั่ง และอาจกำหนดให้มีการดำเนินขั้นตอนเพิ่มเติมหรือการวางประกันเพิ่มเติมใด ๆ ก็ได้

            ๖. ห้ามมิให้ขายวัตถุอากาศยานในระหว่างการวินิจฉัยของศาลเกี่ยวกับข้อเรียกร้องและส่วนได้เสียระหว่างประเทศ

ข้อ ๒๔ - การช่วยเหลือในการล้มละลาย

            ๑. ข้อนี้ใช้บังคับ ก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาได้ทำคำประกาศตามข้อ ๗๑(๑)

            ๒. ศาลของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งวัตถุอากาศยานตั้งอยู่ ต้องประสานกับศาลต่างประเทศและผู้บริหารการล้มละลายต่างประเทศในการปฏิบัติตามบทบัญญัติข้อ ๒๓ ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญานั้น

ข้อ ๒๕ - ใบมอบอำนาจให้ร้องขอ ถอนทะเบียนและส่งออก

            ๑. ข้อนี้ใช้บังคับ ก็ต่อเมื่อรัฐผู้ทำสัญญาได้ทำคำประกาศตามข้อ ๗๑(๑)

            ๒. เมื่อลูกหนี้ได้ออกใบมอบอำนาจให้ร้องขอถอนทะเบียนและส่งออกที่ไม่อาจเพิกถอนได้ โดยมีสาระสำคัญตามรูปแบบที่ผนวกอยู่ท้ายอนุสัญญานี้ และได้ยื่นใบมอบอำนาจนั้นให้แก่หน่วยงานทะเบียนเพื่อให้มีการบันทึกแล้ว ให้ทำการบันทึกใบมอบอำนาจเช่นนั้น

            ๓. บุคคลซึ่งได้รับประโยชน์จากการออกใบมอบอำนาจนั้น (คู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ) หรือตัวแทนที่ได้รับการรับรองของตน จะเป็นบุคคลเพียงผู้เดียวที่มีสิทธิใช้การเยียวยาที่ ระบุไว้ในข้อ ๑๕(๑) และอาจกระทำเช่นนั้นได้เพียงเท่าที่สอดคล้องกับใบมอบอำนาจและกฎหมายและข้อบังคับความปลอดภัยการบินที่ใช้บังคับเท่านั้น ลูกหนี้ไม่อาจเพิกถอนใบมอบอำนาจเช่นว่านั้นโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากคู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ หน่วยงานทะเบียนต้องถอนใบมอบอำนาจนั้นออกจากทะเบียน เมื่อมีการร้องขอจากคู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจ

            ๔. หน่วยงานทะเบียนและหน่วยงานฝ่ายบริหารอื่นในรัฐผู้ทำสัญญาต้องประสานงานและช่วยเหลือ คู่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจโดยเร็วในการใช้การเยียวยาที่ระบุไว้ในข้อ ๑๕

หมวด ๔
ระบบการจดทะเบียนระหว่างประเทศ

ข้อ ๒๖ - ทะเบียนระหว่างประเทศ

            ๑. ทะเบียนระหว่างประเทศต้องจัดตั้งขึ้นเพื่อการจดทะเบียน

                       (ก) ส่วนได้เสียระหว่างประเทศ, ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคต และสิทธิและส่วนได้เสียนอกความยินยอมที่สามารถจดทะเบียนได้
                       (ข) การโอนและการโอนในอนาคตซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศ
                       (ค) การได้มาซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศ โดยการรับช่วงสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญา ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ
                       (ง) คำบอกกล่าวส่วนได้เสียภายในประเทศ และ
                       (จ) การทำให้ด้อยลงซึ่งส่วนได้เสียที่อ้างถึงในอนุวรรคก่อน ๆ

            ๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของหมวดนี้และหมวด ๕ คำว่า "การจดทะเบียน" ตามความที่เหมาะสม ให้รวมถึง การแก้ไขเพิ่มเติม การต่ออายุ หรือการถอดการจดทะเบียน ด้วย

ข้อ ๒๗ - หน่วยงานกำกับดูแล

            ๑. ให้มีหน่วยงานกำกับดูแลซึ่งจะต้องเป็นองคาพยพระหว่างประเทศ ตามที่การประชุมทางการทูตเพื่อรับอนุสัญญาอุปกรณ์เคลื่อนที่และพิธีสารอากาศยาน ได้ออกข้อมติกำหนดไว้

            ๒. เมื่อองคาพยพระหว่างประเทศที่อ้างถึงในวรรคก่อน ไม่สามารถและไม่เต็มใจที่จะทำการในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ให้มีการจัดการประชุมของรัฐผู้ลงนามและผู้ทำสัญญา เพื่อกำหนดหน่วยงานกำกับดูแลอื่น

            ๓. หน่วยงานกำกับดูแลอาจแต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ จากบุคคลที่รัฐผู้ลงนามและผู้ทำสัญญาเสนอชื่อ และมีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่จำเป็น และมอบหมายงานให้คณะกรรมการนั้นช่วยเหลือหน่วยงานกำกับดูแลในการปฏิบัติภารกิจของตน

            ๔. หน่วยงานกำกับดูแลต้อง

                       (ก) จัดตั้งหรือจัดให้มีการจัดตั้งทะเบียนระหว่างประเทศ
                       (ข) แต่งตั้งและปฏิเสธผู้รับจดทะเบียน
                       (ค) ทำให้แน่ใจว่า ในกรณีที่มีการเปลี่ยนผู้รับจดทะเบียน สิทธิใด ๆ ที่กำหนดให้มีเพื่อการดำเนินงานทะเบียนระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิผล จะตกอยู่กับ หรือสามารถโอนให้กับผู้รับจดทะเบียนรายใหม่ได้
                       (ง) ทำหรือเห็นชอบและทำให้แน่ใจว่ามีการพิมพ์เผยแพร่ข้อบังคับเกี่ยวกับการดำเนินงานทะเบียนระหว่างประเทศ หลังจากปรึกษาหารือกับรัฐผู้ทำสัญญาแล้ว
                       (จ) จัดทำวิธีดำเนินการด้านบริหาร เพื่อให้ผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานทะเบียนระหว่างประเทศ สามารถร้องเรียนผ่านไปยังหน่วยงานกำกับดูแลได้
                       (ฉ) กำกับดูแลผู้รับจดทะเบียนและการดำเนินงานทะเบียนระหว่างประเทศ
                       (ช) ให้แนวทางแก่ผู้รับจดทะเบียนตามที่หน่วยงานกำกับดูแลเห็นว่าเหมาะสม เมื่อผู้รับจดทะเบียนร้องขอ
                       (ซ) กำหนดโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บสำหรับบริการและการอำนวยความสะดวกของ ทะเบียนระหว่างประเทศ และทบทวนโครงสร้างนั้นเป็นครั้งคราว
                       (ฌ) ทำสิ่งทั้งปวงที่จำเป็นเพื่อทำให้แน่ใจว่า ระบบการ จดทะเบียนทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นฐานแก่การบอก กล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มีอยู่เพื่อปฏิบัติให้เป็น ไปตามวัตถุประสงค์ของอนุสัญญานี้ และ
                       (ญ) รายงานเป็นครั้งคราวไปยังรัฐผู้ทำสัญญาเกี่ยวกับการปฏิบัติพันธกรณีภายใต้อนุสัญญานี้

            ๕. หน่วยงานกำกับดูแลอาจทำความตกลงที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติภารกิจ รวมถึงความตกลงใด ๆ ที่อ้างถึงในข้อ ๔๐(๓)

            ๖. หน่วยงานกำกับดูแลต้องเป็นเจ้าของบรรดาสิทธิทางทรัพย์ในฐานข้อมูลและบรรณาคมของทะเบียนระหว่างประเทศ

            ๗. หน่วยงานกำกับดูแลต้องออกข้อบังคับฉบับแรก เพื่อให้มีผลเมื่ออนุสัญญาและพิธีสารเริ่มใช้บังคับ

ข้อ ๒๘ - ผู้รับจดทะเบียน

            ๑. ผู้รับจดทะเบียนรายแรกต้องดำเนินงานทะเบียนระหว่างประเทศเป็นเวลาห้าปีนับจาก วันที่อนุสัญญาและพิธีสารเริ่มใช้บังคับ หลังจากนั้นหน่วยงานกำกับดูแลต้องแต่งตั้งหรือต่ออายุการแต่งตั้งผู้รับจดทะเบียน เป็นประจำทุกช่วงเวลาห้าปี

            ๒. ผู้รับจดทะเบียนต้องทำให้แน่ใจว่า การดำเนินงานทะเบียนระหว่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามอนุสัญญา พิธีสาร และข้อบังคับ

            ๓. ค่าธรรมเนียมที่อ้างถึงในข้อ ๒๗(๔)(ซ) ของอนุสัญญา ต้องกำหนดให้ชดเชยกับต้นทุนตามสมควรของการจัดตั้ง การดำเนินงาน และการควบคุมทะเบียนระหว่างประเทศ และต้นทุนตามสมควรของหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจ การใช้อำนาจ และการปฏิบัติหน้าที่ที่ข้อ ๒๗(๔) ของอนุสัญญา กำหนดไว้

ข้อ ๒๙ - จุดผ่านที่กำหนด

            ๑. ภายใต้บังคับของวรรค ๒ รัฐผู้ทำสัญญาไม่ว่า ณ เวลาใด อาจกำหนดหน่วยงานแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งในอาณาเขตของตนเป็นจุดผ่านแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง ที่ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการจดทะเบียนต้องผ่านหรืออาจผ่านไปยังทะเบียนระหว่างประเทศ นอกเหนือจากข้อมูลการจดทะเบียนคำบอกกล่าวสิทธิหรือส่วนได้เสียภายในประเทศตามข้อ ๕๓ ไม่ว่าในกรณีใดซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายของรัฐอื่น รัฐผู้ทำสัญญาที่ทำการกำหนดเช่นว่านั้น อาจให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนด (ถ้ามี) ก่อนส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังทะเบียนระหว่างประเทศ

            ๒. การกำหนดที่ทำขึ้นตามวรรคก่อน อาจอนุญาต (แต่ไม่บังคับ) การใช้จุดผ่านที่กำหนดแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง สำหรับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการจดทะเบียนเกี่ยวกับเครื่องยนต์อากาศยาน

ข้อ ๓๐ - ชั่วโมงทำการ
ของการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียน

            ภารกิจที่รวมศูนย์ของทะเบียนระหว่างประเทศ ต้องดำเนินงานและบริหารงานโดยผู้รับจดทะเบียน ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จุดผ่านต่าง ๆ ต้องดำเนินงานอย่างน้อยในระหว่างชั่วโมงทำการในอาณาเขตที่เกี่ยวข้อง

หมวด ๕
แบบการจดทะเบียน

ข้อ ๓๑ - ข้อกำหนดการจดทะเบียน

            ๑. โดยสอดคล้องกับอนุสัญญานี้ ข้อบังคับต้องระบุข้อกำหนดซึ่งรวมถึงเกณฑ์ในการบ่งชี้วัตถุอากาศยานนั้นด้วย

                       (ก) สำหรับการทำการจดทะเบียน (ซึ่งต้องรวมถึงการจัดให้มีการส่งความยินยอมทางอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าจากบุคคลใด ๆ ซึ่งความยินยอมของบุคคลนั้นจำเป็นต้องมีตามข้อ ๓๓)
                       (ข) สำหรับการทำการค้นหาและออกใบรับรองการค้นหา และ ภายใต้บังคับแห่งการนั้น
                       (ค) เพื่อทำให้แน่ใจในความลับของข้อมูลและเอกสารของทะเบียนระหว่างประเทศ นอกเหนือจากข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียน

            ๒. ผู้รับจดทะเบียนไม่มีหน้าที่ต้องสอบถาม ว่า ได้มีการให้ความยินยอมแก่การจดทะเบียนตามข้อ ๓๓ จริงหรือไม่ หรือความยินยอมนั้นสมบูรณ์หรือไม่

            ๓. เมื่อส่วนได้เสียที่จดทะเบียนเป็นส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคตได้กลายเป็นส่วนได้เสียระหว่างประเทศแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำการจดทะเบียนเพิ่มเติมอีก ถ้าข้อมูลการจดทะเบียนนั้นเพียงพอสำหรับการจดทะเบียนส่วนได้เสียระหว่างประเทศ

            ๔. ผู้รับจดทะเบียนต้องจัดให้การจดทะเบียนเข้าสู่ฐานข้อมูลทะเบียนระหว่างประเทศ และทำให้สามารถค้นหาได้ตามลำดับเวลาที่ได้รับ และแฟ้มนั้นต้องบันทึกวันและเวลาที่ได้รับ

ข้อ ๓๒ - ความสมบูรณ์และเวลาการจดทะเบียน

            ๑. การจดทะเบียนจะสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อได้ทำตามข้อ ๓๓

            ๒. การจดทะเบียน ถ้าสมบูรณ์แล้ว จะบริบูรณ์เมื่อข้อมูลที่จำเป็นต้องมีได้เข้าสู่ฐานข้อมูลทะเบียนระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถค้นหาได้

            ๓. การจดทะเบียนต้องสามารถค้นหาได้เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งวรรคก่อน ณ เวลา ที่

                       (ก) ทะเบียนระหว่างประเทศได้กำหนดหมายเลขแฟ้มตามลำดับให้แก่การจดทะเบียนนั้นแล้ว และ
                       (ข) ข้อมูลการจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงหมายเลขแฟ้ม ได้ถูกเก็บไว้ในรูปแบบที่คงทน และอาจเข้าถึงได้ในทะเบียนระหว่างประเทศ

            ๔. ถ้าส่วนได้เสียที่จดทะเบียนครั้งแรกเป็นส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคต ได้กลายเป็นส่วนได้เสียระหว่างประเทศ ส่วนได้เสียระหว่างประเทศนั้นต้องได้รับการปฏิบัติเสมือนได้จดทะเบียนมาตั้งแต่เวลาที่มีการจดทะเบียน ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคต โดยมีเงื่อนไขว่า การจดทะเบียนนั้นยังคงเป็นปัจจุบันอยู่ก่อนที่ส่วนได้เสียนั้นได้เกิดขึ้นตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐

            ๕. ให้ใช้วรรคก่อนพร้อมกับการปรับเปลี่ยนที่จำเป็น บังคับแก่การจดทะเบียนการโอนในอนาคตซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศ

ข้อ ๓๓ - ความยินยอมแก่การจดทะเบียน

            ๑. ส่วนได้เสียระหว่างประเทศ, ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคต หรือการโอนหรือการโอนในอนาคตซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศ อาจจดทะเบียนได้ และการจดทะเบียนใด ๆ เช่นว่านี้อาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือต่ออายุได้ก่อนหมดอายุ โดยคู่กรณีฝ่ายหนึ่ง ด้วยความยินยอมเป็นหนังสือจากคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง

            ๒. การทำให้ด้อยลงซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศหนึ่งแก่ส่วนได้เสียระหว่างประเทศอื่น อาจจดทะเบียนได้ โดยหรือด้วยความยินยอมเป็นหนังสือ ณ เวลาใด ๆ จากบุคคลซึ่งส่วนได้เสียของตนได้ถูกทำให้ด้อยลง

            ๓. การจดทะเบียนอาจปลดได้โดยหรือด้วยความยินยอมเป็นหนังสือจากคู่กรณีผู้ได้รับประโยชน์

            ๔. การได้มาซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศโดยการรับช่วงสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญาอาจจดทะเบียน ได้โดยผู้รับช่วงสิทธินั้น

            ๕. สิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมที่สามารถจดทะเบียนได้ อาจจดทะเบียนได้โดยผู้ทรงนั้น ๆ

            ๖. คำบอกกล่าวส่วนได้เสียภายในประเทศอาจจดทะเบียนได้โดยผู้ทรงนั้น ๆ

ข้อ ๓๔ - อายุการจดทะเบียน

            ๑. การจดทะเบียนส่วนได้เสียระหว่างประเทศยังคงมีผลจนกว่าจะถูกถอดหรือหมดอายุตามระยะเวลา ที่ระบุไว้ในการจดทะเบียนนั้น

            ๒. การจดทะเบียนสัญญาซื้อขายยังคงมีผลอย่างไม่มีกำหนด การจะทะเบียนการซื้อขายในอนาคตยังคงมีผล เว้นแต่จะถูกถอดหรือจนกว่าจะหมดอายุ ตามระยะเวลา (ถ้ามี) ที่ระบุไว้ในการจดทะเบียนนั้น

ข้อ ๓๕ - การค้นหา

            ๑. บุคคลใด ๆ อาจทำการค้นหาหรือร้องขอเพื่อการค้นหาทะเบียนระหว่างประเทศตามลักษณะที่กำหนดไว้ในอนุสัญญานี้และข้อบังคับ โดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับส่วนได้เสียหรือส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคตที่จดทะเบียนไว้ในทะเบียนนั้น

            ๒. เมื่อได้รับคำร้องขอเพื่อการนั้น ผู้รับจดทะเบียนต้องออกใบรับรองการค้นหาทะเบียนตามลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ โดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานนั้น

                       (ก) โดยระบุบรรดาข้อมูลที่จดทะเบียนเกี่ยวกับวัตถุอากาศยานนั้น พร้อมกับข้อความแสดงวันและเวลาที่จดทะเบียนข้อมูลนั้น หรือ
                       (ข) โดยระบุว่าไม่มีข้อมูลในทะเบียนระหว่างประเทศเกี่ยวกับวัตถุอากาศยานนั้น

            ๓. ใบรับรองการค้นหาที่ออกให้ตามวรรคก่อน ต้องแสดงให้เห็นว่า เจ้าหนี้ที่มีชื่ออยู่ในข้อมูลการจดทะเบียนนั้นได้มาหรือประสงค์จะได้มาซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศในวัตถุนั้น แต่ไม่ต้องแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่จดทะเบียนนั้นเป็นส่วนได้เสียระหว่างประเทศหรือส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคต แม้ว่าจะแน่ใจได้จากข้อมูลการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องก็ตาม

ข้อ ๓๖ - บัญชีคำประกาศและ
สิทธิและส่วนได้เสียนอกความยินยอมที่ประกาศ

            ผู้รับจดทะเบียนต้องเก็บรักษาบัญชีคำประกาศ, การถอนคำประกาศ และประเภทของสิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมซึ่งผู้รับมอบได้แจ้งไปยังผู้รับจดทะเบียน ว่า รัฐผู้ทำสัญญาได้ประกาศไว้ตามข้อ ๕๒ และ ๕๓ และวันที่ทำคำประกาศหรือวันที่ถอนคำประกาศแต่ละครั้ง บัญชีดังกล่าวต้องบันทึกและสามารถค้นหาได้ตามชื่อของรัฐที่ประกาศ และต้องจัดให้มีไว้ตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญานี้และข้อบังคับ แก่บุคคลใด ๆ ที่ร้องขอ

ข้อ ๓๗ - คุณค่าทางพยานหลักฐานของใบรับรอง

            เอกสารตามรูปแบบที่กำหนดไว้โดยข้อบังคับ ซึ่งกล่าวอ้างเป็นใบรับรองที่ออกให้โดยทะเบียนระหว่างประเทศ เป็นหลักฐานเบื้องต้น

            (ก) ว่าได้มีการออกเช่นว่านั้น และ

            (ข) ของข้อเท็จจริงที่ระบุไว้ในนั้น รวมถึงวันและเวลาที่จดทะเบียน

ข้อ ๓๘ - การถอดการจดทะเบียน

            ๑. เมื่อได้มีการปฏิบัติชำระหนี้ที่มีหลักประกันจากส่วนได้เสียหลักประกันที่จดทะเบียน หรือหนี้ที่ก่อให้เกิดสิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมที่จดทะเบียนแล้ว หรือเมื่อได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์ตามความตกลงสงวนกรรมสิทธิ์ที่จดทะเบียน ครบถ้วนแล้ว ผู้ทรงส่วนได้เสียเช่นว่านั้นต้องจัดให้มีการถอดการจดทะเบียนโดยไม่ชักช้า หลังจากที่ลูกหนี้ได้ส่งคำขอเป็นหนังสือไปยัง หรือผู้ทรงได้รับคำขอนั้น ณ ที่อยู่ของผู้ทรงที่ระบุไว้ในการจดทะเบียน

            ๒. เมื่อได้มีการจดทะเบียนส่วนได้เสียระหว่างประเทศในอนาคตหรือการโอนในอนาคตซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศแล้ว เจ้าหนี้ที่ประสงค์หรือผู้รับโอนที่ประสงค์ต้องจัดให้มีการถอดการจดทะเบียนโดยไม่ชักช้า หลังจากที่ลูกหนี้หรือผู้โอนที่ประสงค์ ได้ส่งคำขอเป็นหนังสือไปยัง หรือผู้ทรงได้รับคำขอนั้น ณ ที่อยู่ของตนที่ระบุไว้ในการจดทะเบียน ก่อนที่เจ้าหนี้หรือผู้รับโอนที่ประสงค์ได้ระบุมูลค่าหรือรับข้อผูกพันที่จะระบุมูลค่า

            ๓. เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรคก่อน และในสภาพการณ์ที่ระบุไว้ในวรรคนั้น ผู้ทรงส่วนได้ส่วนในอนาคตที่จดทะเบียนหรือการโอนในอนาคตที่จดทะเบียนซึ่งส่วนได้เสียระหว่างประเทศ หรือผู้ได้รับประโยชน์จากการที่ได้จดทะเบียนการซื้อขายในอนาคตแล้ว ต้องดำเนินขั้นตอนเช่นว่าตามที่อยู่ในอำนาจของตนเพื่อจัดให้มีการถอดการจดทะเบียนไม่ช้ากว่าห้าวันทำการหลังจากได้รับแจ้งคำขอที่ระบุไว้ในวรรคนั้น

            ๔. เมื่อได้มีการปฏิบัติการชำระหนี้ที่มีหลักประกันจากส่วนได้เสียภายในประเทศที่ระบุไว้ในคำบอกกล่าว ส่วนได้เสียภายในประเทศที่จดทะเบียน แล้ว ผู้ทรงส่วนได้เสียเช่นว่านั้นต้องถอดการจดทะเบียนโดยไม่ชักช้า หลังจากที่ลูกหนี้ได้ส่งคำขอเป็นหนังสือไปยัง หรือผู้ทรงได้รับคำขอนั้น ณ ที่อยู่ของผู้ทรงที่ระบุไว้ในการจดทะเบียน

            ๕. เมื่อได้มีการจดทะเบียนที่ไม่สมควรจะได้มีการทำขึ้นหรือไม่ถูกต้อง บุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการจดทะเบียนดังกล่าว ต้องจัดให้มีการถอดหรือการแก้ไขเพิ่มเติมโดยไม่ชักช้า หลังจากที่ลูกหนี้ได้ส่งคำขอเป็นหนังสือ หรือบุคคลดังกล่าวได้รับคำขอนั้น ณ ที่อยู่ของตนที่ระบุไว้ในการจดทะเบียน

ข้อ ๓๙ - การเข้าถึงการอำนวยความสะดวก ในการจดทะเบียนระหว่างประเทศ

            ห้ามมิให้ปฏิเสธบุคคลใดในการเข้าถึงการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนและการค้นหาในทะเบียนระหว่างประเทศ ด้วยเหตุผลนอกเหนือจากที่บุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตามวิธีดำเนินการที่กำหนดไว้ในหมวดนี้

หมวด ๖
เอกสิทธิ์และความคุ้มกันของ
หน่วยงานกำกับดูแลและผู้รับจดทะเบียน

ข้อ ๔๐ - สภาพบุคคลทางกฎหมาย; ความคุ้มกัน

            ๑. หน่วยงานกำกับดูแลจะมีสภาพบุคคลทางกฎกมายระหว่างประเทศ ในกรณีที่ตนยังไม่มีสภาพบุคคลเช่นว่านั้น

            ๒. หน่วยงานกำกับดูแลและเจ้าหนี้และลูกจ้างของตนจะได้รับความคุ้มกันเช่นว่านั้นจากกระบวนการ ทางกฎหมายหรือทางฝ่ายบริหาร ตามที่กำหนดไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับแก่ตนในฐานะองคาพยพระหว่างประเทศหรืออย่างอื่น

            ๓. (ก) หน่วยงานกำกับดูแลจะได้รับการยกเว้นภาษีและได้รับเอกสิทธิอื่นเช่นว่านั้นตามที่อาจกำหนดไว้ในความตกลงกับรัฐเจ้าบ้าน

                       (ข) เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรคนี้ "รัฐเจ้าบ้าน" หมายถึง รัฐที่หน่วยงานกำกับดูแลตั้งอยู่

            ๔. สินทรัพย์, เอกสาร, ฐานข้อมูล และบรรณาคมของทะเบียนระหว่างประเทศ ไม่อาจถูกละเมิดได้ และได้รับความคุ้มกันจากการยึดหรือกระบวนการทางกฎหมายหรือทางฝ่ายบริหารอื่น ๆ

            ๕. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อเรียกร้องใด ๆ ต่อผู้รับจดทะเบียนตามข้อ ๔๑(๑) หรือข้อ ๕๖ โจทก์ย่อมมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลและเอกสารเช่นว่านั้นตามจำเป็นเพื่อทำให้โจทก์สามารถดำเนินข้อเรียกร้องของตนได้

            ๖. หน่วยงานกำกับดูแลอาจสละความไม่อาจถูกละเมิดได้และความคุ้มกัน ที่ได้รับตามวรรค ๔ ของข้อนี้ก็ได้

หมวด ๗
ความรับผิดของผู้รับจดทะเบียน

ข้อ ๔๑ - ความรับผิดและการประกันทางการเงิน

            ๑. ผู้รับจดทะเบียนต้องรับผิดในค่าเสียหายที่คำนวณเป็นเงินได้สำหรับความสูญเสียที่บุคคลได้รับ อันเป็นผลโดยตรงจากความผิดพลาดหรือการละเว้นกระทำการของผู้รับจดทะเบียนและเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของตน หรือจากการทำงานผิดพลาดของระบบการจดทะเบียนระหว่างประเทศ เว้นแต่การทำงานผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่โดยสภาพแล้วไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือขัดขวางได้ ซึ่งไม่สามารถป้องกันได้โดยการใช้ทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันในวงการการออกแบบและการดำเนินงานทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงที่เกี่ยวกับการสำรองข้อมูลและการรักษาความปลอดภัยและเครือข่ายของระบบด้วย

            ๒. ผู้รับจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดตามวรรคก่อนสำหรับความไม่ถูกต้องทางข้อเท็จจริงของข้อมูลการจดทะเบียน ที่ผู้รับจดทะเบียนได้รับหรือส่งไปในรูปแบบที่ตนได้รับข้อมูลนั้น และไม่ต้องรับผิดสำหรับการกระทำหรือสภาพการณ์ซึ่งผู้รับจดทะเบียนและเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของตนไม่ต้องรับผิดชอบและได้เกิดขึ้นก่อนได้รับข้อมูลการจดทะเบียนที่ทะเบียนระหว่างประเทศ

            ๓. ค่าทดแทนความเสียหายตามวรรค ๑ อาจลดลงได้เพียงเท่าที่บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายนั้นได้ก่อหรือมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายนั้น

            ๔. ผู้รับจดทะเบียนต้องจัดให้มีประกันภัยหรือประกันทางการเงินครอบคลุมความรับผิดที่อ้างถึงในข้อนี้เพียง เท่าที่หน่วยงานกำกับดูแลได้กำหนดไว้ตามบทบัญญัติของ อนุสัญญานี้

            ๕. จำนวนเงินประกันภัยหรือการค้ำประกันทางการเงินที่อ้างถึงในวรรคก่อน ในแต่ละเหตุการณ์ต้องไม่น้อยกว่ามูลค่าสูงสุดของวัตถุอากาศยานตามที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้

            ๖. ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้จะขัดขวางผู้รับจดทะเบียนในการจัดให้มีการประกันภัยหรือการค้ำประกัน ทางการเงินที่ครอบคลุมเหตุการณ์ซึ่งผู้รับจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดตามข้อนี้

หมวด ๘
ผลของส่วนได้เสียต่อบุคคลที่สาม

ข้อ ๔๒ - บุริมสิทธิ์ของส่วนได้เสียที่ขัดกัน

            ๑. ส่วนได้เสียที่จดทะเบียนมีบุริมสิทธิ์เหนือกว่าส่วนได้เสียอื่นใดที่จดทะเบียนที่หลัง และเหนือกว่าส่วนได้เสียที่ไม่ได้จดทะเบียน

            ๒. บุริมสิทธิ์ของส่วนได้เสียที่กล่าวถึงเป็นอันดับแรกในวรรคก่อนนั้น ใช้บังคับ

                       (ก) แม้ว่าส่วนได้เสียที่กล่าวถึงเป็นอันดับแรกนั้นได้รับมาหรือได้จดทะเบียน โดยรู้อย่างแน่แท้ว่ามีส่วนได้เสียอื่นอยู่ และ
                       (ข) แม้ว่าผู้ทรงส่วนได้เสียที่กล่าวเป็นอันดับแรกนั้นได้ระบุมูลค่า โดยรู้เช่นว่านั้น

            ๓. ผู้ซื้อวัตถุอากาศยานภายใต้การซื้อขายที่จดทะเบียนจะได้รับส่วนได้เสียของตนในวัตถุนั้นโดยปลอดจาก ส่วนได้เสียที่จดทะเบียนภายหลัง และส่วนได้เสียที่ไม่ได้จดทะเบียน แม้ว่าผู้ซื้อจะรู้ว่ามีส่วนได้เสียที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นอยู่

            ๔. ผู้ซื้อวัตถุอากาศยานจะได้รับส่วนได้เสียของตนในวัตถุนั้น ภายใต้บังคับของส่วนได้เสียที่จดทะเบียน ณ เวลา ที่ตนได้รับมา

            ๕. ผู้ซื้อโดยมีเงื่อนไขหรือผู้เช่า ได้มาซึ่งส่วนได้เสียหรือสิทธิของตนในหรือเหนือวัตถุนั้น

                       (ก) ภายใต้บังคับส่วนได้เสียที่จดทะเบียน ก่อนการจดทะเบียนส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่ผู้ขายโดยมีเงื่อนไขหรือผู้ให้เช่ามีอยู่ และ
                       (ข) โดยปลอดจากส่วนได้เสียที่ไม่ได้จดทะเบียน ณ เวลานั้น แม้ว่าตนได้รู้อย่างแน่แท้ว่ามีส่วนได้เสียนั้นอยู่

            ๖. บุริมสิทธิ์ของส่วนได้เสียหรือสิทธิที่ขัดกันภายใต้ข้อนี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยความตกลงระหว่างผู้ทรงส่วนได้เสียเหล่านั้น แต่ผู้รับโอนส่วนได้เสียที่ถูกทำให้ด้อยลง จะไม่ผูกพันโดยความตกลงที่ทำให้ด้อยลงซึ่งส่วนได้เสียนั้น เว้นแต่ ณ เวลาโอนนั้น ได้มีการจดทะเบียนการทำให้ด้อยลง เกี่ยวกับความตกลงนั้น

            ๗. บุริมสิทธิ์ใด ๆ ที่ข้อนี้กำหนดให้แก่ส่วนได้เสียในวัตถุอากาศยาน จะขยายถึงค่าชดเชยด้วย

            ๘. อนุสัญญานี้

                       (ก) ไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลในสิ่งของนอกเหนือจากวัตถุอากาศยาน ซึ่งมีขึ้นก่อนการติดตั้งสิ่งของนั้นกับวัตถุอากาศยาน ถ้าสิทธิเหล่านั้นยังคงมีอยู่ต่อไปหลังการติดตั้งนั้น ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ และ
                       (ข) ไม่ขัดขวางการก่อตั้งสิทธิในสิ่งของนอกเหนือจากวัตถุอากาศยาน ซึ่งได้มีการติดตั้งกับวัตถุอากาศยานนั้นไว้ก่อนแล้ว เมื่อสิทธิเหล่านั้นได้ก่อตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

            ๙. กรรมสิทธิ์ หรือสิทธิหรือส่วนได้เสียอื่นในเครื่องยนต์อากาศยาน ต้องไม่ถูกกระทบจากการนำไปติดตั้งกับหรือถอดออกจากอากาศยาน

            ๑๐. วรรค ๘ ของข้อนี้ ให้ใช้บังคับกับชิ้นส่วน นอกเหนือจากวัตถุอากาศยาน ที่ติดตั้งอยู่กับลำตัวอากาศยาน เครื่องยนต์อากาศยาน หรือเฮลิคอปเตอร์

ข้อ ๔๓ - ผลของการล้มละลาย

            ๑. ในกระบวนการล้มละลายต่อลูกหนี้ ส่วนได้เสียระหว่างประเทศจะมีผล ถ้าได้มีการจดทะเบียนส่วนได้เสียนั้นตามอนุสัญญานี้ก่อนการเริ่มกระบวนการล้มละลายดังกล่าว

            ๒ ไม่มีความใดของข้อนี้ทำให้เสื่อมเสียแก่ความมีผลของ ส่วนได้เสียระหว่างประเทศในกระบวนการล้มละลาย หากส่วนได้เสียนั้นมีผลภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

            ๓. ไม่มีความใดในข้อนี้กระทบต่อกฎเกณฑ์ใด ๆ แห่งกฎหมายที่ใช้บังคับในกระบวนการล้มละลาย เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงธุรกรรมที่ทำให้มีการได้เปรียบ หรือการโอนโดยการฉ้อฉลของเจ้าหนี้ หรือกฎเกณฑ์ใด ๆ แห่งวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับสิทธิต่อทรัพย์สินซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมหรือกำกับดูแลของผู้บริหารการล้มละลาย

หมวด ๙
การโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องและส่วนได้เสียระหว่างประเทศ;
สิทธิรับช่วงสิทธิ

ข้อ ๔๔ - ผลของการโอน

            ๑. เว้นแต่คู่กรณีตกลงกันเป็นอย่างอื่น การโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องที่ทำตามข้อ ๔๕ จะโอนไปยังผู้รับโอนซึ่ง

                       (ก) ส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และ
                       (ข) บรรดาส่วนได้เสียและบุริมสิทธิ์ของผู้โอนภายใต้อนุสัญญานี้

            ๒. ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้ขัดขวางการโอนแต่เพียงบางส่วนซึ่งสิทธิเกี่ยวเนื่องของผู้โอน ในกรณีที่มีการโอนแต่เพียงบางส่วน ผู้โอนและผู้รับโอนอาจตกลงกันว่าสิทธิส่วนใดของตนเกี่ยวกับส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องได้โอนไปตามวรรคก่อน แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อลูกหนี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกหนี้

            ๓. ภายใต้บังคับของวรรค ๔ กฎหมายที่ใช้บังคับจะกำหนดข้อต่อสู้และสิทธิหักกลบลบหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่ต่อผู้รับโอน

            ๔. ลูกหนี้อาจทำความตกลงเป็นหนังสือ ณ เวลาใด ๆ เพื่อสละข้อต่อสู้และสิทธิหักกลบลบหนี้ที่อ้างถึงในวรรคก่อน นอกเหนือจากข้อต่อสู้ที่เกิดขึ้นจากการฉ้อฉลในส่วนของผู้รับโอน

            ๕. ในกรณีที่มีการโอนเพื่อเป็นหลักประกัน สิทธิเกี่ยวเนื่องที่โอนนั้นจะตกแก่ผู้โอนเพียงเท่าที่สิทธินั้นยังคงเหลืออยู่ เมื่อได้มีการชำระหนี้ซึ่งมีการโอนนั้นเป็นหลักประกันแล้ว

ข้อ ๔๕ - ข้อกำหนดแบบแห่งการโอน

            ๑. การโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องจะโอนส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ก็ต่อเมื่อการโอนนั้น

                       (ก) ทำเป็นหนังสือ
                       (ข) สามารถทำให้มีการบ่งชี้สิทธิเกี่ยวเนื่องนั้นได้ตามสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธินั้น และ
                       (ค) ในกรณีการโอนเพื่อเป็นหลักประกัน สามารถทำให้มีการกำหนดหนี้ที่การโอนนั้นเป็นหลักประกันได้ตามอนุสัญญา แต่ไม่มีความจำเป็นต้องระบุจำนวนหรือจำนวนสูงสุดที่เป็นหลักประกันไว้

            ๒. การโอนส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่ก่อให้เกิดขึ้นหรือจัดให้มีขึ้นโดยความตกลงหลักประกันจะไม่สมบูรณ์ เว้นแต่สิทธิเกี่ยวเนื่องทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้โอนไปด้วย

            ๓. อนุสัญญานี้ไม่ใช้บังคับแก่การโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องซึ่งไม่มีผลให้มีการโอนส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๔๖ - หน้าที่ของลูกหนี้ต่อผู้รับโอน

            ๑. เพียงเท่าที่ได้มีการโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องและส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๔๔ และ ๔๕ ลูกหนี้จะผูกพันการโอนในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิและส่วนได้เสียนั้น และมีหน้าที่ชำระเงินหรือปฏิบัติการชำระหนี้อย่างอื่นแก่ผู้รับโอน หากแต่เพียงถ้า

                       (ก) ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือ โดยหรือด้วยอำนาจของผู้โอน
                       (ข) บอกกล่าวนั้นบ่งชี้ถึงสิทธิเกี่ยวเนื่องดังกล่าว และ
                       (ค) ลูกหนี้ได้ยินยอมเป็นหนังสือไม่ว่าความยินยอมนั้นจะให้ก่อนการโอนหรือระบุตัวผู้รับโอนหรือไม่ก็ตาม

            ๒. โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลอื่นใดที่การชำระเงินหรือชำระหนี้โดยลูกหนี้ทำให้ฝ่ายหลังหลุดพ้นจากความรับผิด การชำระเงินหรือชำระหนี้จะมีผลเพื่อการนี้ ถ้าได้ทำขึ้นตามวรรคก่อน

            ๓. ไม่มีความใดในข้อนี้จะกระทบต่อบุริมสิทธิ์ของการโอนที่ขัดกัน

ข้อ ๔๗ - การเยียวยาการผิดนัดในส่วนของ การโอนเพื่อเป็นหลักประกันหนี้

            ในกรณีที่มีการผิดนัดโดยผู้โอนภายใต้การโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องและส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันหนี้ ให้ใช้ข้อ ๑๒, ๑๓ และ ๑๕ ถึง ๒๑ ในความสัมพันธ์ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอน (และในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิเกี่ยวเนื่อง ให้ใช้เพียงเท่าที่บทบัญญัติเหล่านั้นสามารถปรับใช้ได้กับทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง) เสมือนว่า การอ้าง

                       (ก) ถึงหนี้ที่มีหลักประกันและส่วนได้เสียหลักประกัน เป็นการอ้างถึงหนี้ที่มีหลักประกันโดยการโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องและส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และส่วนได้เสียหลักประกันที่ก่อให้เกิดขึ้นโดยการโอนนั้น
                       (ข) ถึงผู้รับหลักประกันหรือเจ้าหนี้และผู้ให้หลักประกัน หรือลูกหนี้ เป็นการอ้างถึงผู้รับโอนและผู้โอน
                       (ค) ถึงผู้ทรงส่วนได้เสียระหว่างประเทศ เป็นการอ้างถึงผู้รับโอน และ
                       (ง) ถึงวัตถุอากาศยาน เป็นการอ้างถึงสิทธิเกี่ยวเนื่องที่ถูกโอน และส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๔๘ - บุริมสิทธิ์ของการโอนที่ขัดกัน

            ๑. เมื่อมีการโอนที่ขัดกันซึ่งสิทธิเกี่ยวเนื่อง และมีการโอน อย่างน้อยการโอนหนึ่งคลุมถึงส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องและได้จดทะเบียนแล้ว ให้ใช้ข้อ ๔๒ เสมือนว่าการอ้างถึงส่วนได้เสียที่จดทะเบียนเป็นการอ้างถึงการโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องและส่วนได้เสียที่จดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง และเสมือนว่าการอ้างถึงส่วนได้เสียที่จดทะเบียนหรือที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นการอ้างถึงการโอนที่จดทะเบียนหรือที่ไม่ได้จดทะเบียน

            ๒. ให้ใช้ข้อ ๔๓ แก่การโอนสิทธิเกี่ยวเนื่อง เสมือนว่าการอ้างถึงส่วนได้เสียระหว่างประเทศเป็นการอ้างถึงการโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องและส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๔๙ - บุริมสิทธิ์ของผู้รับโอนในส่วนของ สิทธิเกี่ยวเนื่อง

            ๑. ผู้รับโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องและส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องซึ่งได้จดทะเบียนการโอนของตนแล้ว จะมีเพียงบุริมสิทธิ์ตามข้อ ๔๘ (๑) เหนือผู้รับโอนสิทธิเกี่ยวเนื่องรายอื่น

                       (ก) ถ้าสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิเกี่ยวเนื่องระบุว่า สิทธิดังกล่าวมีหลักประกันโดยหรือเกี่ยวเนื่องกับวัตถุนั้น และ
                       (ข) เพียงเท่าที่สิทธิเกี่ยวเนื่องนั้นเกี่ยวกับวัตถุอากาศยาน

            ๒. เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งอนุวรรค (ข) ของวรรคก่อน สิทธิเกี่ยวเนื่องจะเกี่ยวกับวัตถุอากาศยาน เพียงเท่าที่สิทธิดังกล่าวประกอบด้วยสิทธิในการชำระเงินหรือการปฏิบัติการเกี่ยวกับ

                       (ก) จำนวนเงินที่เบิกจ่ายหรือใช้เพื่อการซื้อวัตถุอากาศ-ยานนั้น
                       (ข) จำนวนเงินที่เบิกจ่ายหรือใช้เพื่อการซื้อวัตถุอากาศ-ยานอีกอันหนึ่ง ซึ่งผู้โอนได้ทรงส่วนได้เสียระหว่างประเทศอีกอันนั้นอยู่ ถ้าผู้โอนได้โอนส่วนได้เสียนั้นให้แก่ผู้รับโอนและการโอนนั้นได้จดทะเบียนแล้ว
                       (ค) ราคาที่ต้องชำระเพื่อวัตถุอากาศยานนั้น
                       (ง) ค่าเช่าที่ต้องชำระเกี่ยวกับวัตถุอากาศยานนั้น หรือ
                       (จ) หนี้อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมที่อ้างถึงในอนุวรรคใด ๆ ข้างต้น

            ๓. ในบรรดากรณีอื่น กฎหมายที่ใช้บังคับจะวินิจฉัยบุริมสิทธิ์ของการโอนที่ขัดกันซึ่งสิทธิเกี่ยวเนื่อง

ข้อ ๕๐ - ผลของการล้มละลายของผู้โอน

            ให้ใช้บังคับข้อ ๔๓ แก่กระบวนการล้มละลายต่อผู้โอนเสมือนว่าการอ้างถึงลูกหนี้ เป็นการอ้างถึงผู้โอน

ข้อ ๕๑ - การรับช่วงสิทธิ

            ๑. ภายใต้บังคับแห่งวรรค ๒ ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้กระทบต่อการได้มาซึ่งสิทธิเกี่ยวเนื่องและส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องโดยการรับช่วงสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญาภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

            ๒. ผู้ทรงส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง อาจทำความตกลงเป็นหนังสือเปลี่ยนแปลงบุริมสิทธิ์ระหว่างส่วนได้เสียใด ๆ ตามวรรคก่อนและส่วนได้เสียที่ขัดกัน แต่ผู้รับโอนส่วนได้เสียที่ถูกทำให้ด้อยลงจะไม่ผูกพันตามความตกลงที่ทำให้ส่วนได้เสียนั้นด้อยลง เว้นแต่ ณ เวลาโอนนั้น ได้มีการจดทะเบียนการทำให้ด้อยลงซึ่งเกี่ยวกับความตกลงนั้น

หมวด ๑๐
สิทธิหรือส่วนได้เสียที่อยู่ภายใต้บังคับ
คำประกาศโดยรัฐผู้ทำสัญญา

ข้อ ๕๒ - สิทธิที่มีบุริมสิทธิ์ โดยไม่ต้องจดทะเบียน


            ๑. ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศเป็นการทั่วไปหรือเฉพาะเจาะจงไว้ในคำประกาศที่มอบไว้กับผู้รับมอบ ว่า

                       (ก) ประเภทของสิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอม (นอกเหนือจากสิทธิหรือส่วนได้เสียที่ข้อ ๕๓ ใช้บังคับ) ซึ่งภายใต้กฎหมายของรัฐนั้นมีบุริมสิทธิ์เหนือส่วนได้เสียในวัตถุอากาศยาน เทียบเท่ากับของผู้ทรงส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่จดทะเบียน และซึ่งจะมีบุริมสิทธิ์เหนือว่าส่วนได้เสียระหว่างประเทศที่จดทะเบียน ไม่ว่าในหรือนอกกระบวนการล้มละลาย และ
                       (ข) ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้จะกระทบต่อสิทธิของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างรัฐบาล หรือเอกชนผู้ให้บริการสาธารณะ ที่จะกักหรือยึดวัตถุอากาศยานตามกฎหมายของรัฐนั้นเพื่อการชำระหนี้เงินที่ค้างชำระแก่หน่วยงาน องค์การ หรือผู้ให้บริการเช่นว่านั้น ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับบริการดังกล่าวในส่วนของวัตถุนั้นหรือวัตถุอากาศยานอื่น

            ๒. คำประกาศที่ทำขึ้นตามวรรคก่อน อาจระบุให้ครอบคลุมถึงประเภทที่ก่อให้เกิดขึ้นหลังจากการมอบคำประกาศนั้น

            ๓. สิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอมมีบุริมสิทธิ์เหนือส่วนได้เสียระหว่างประเทศ ถ้าและเพียงถ้ากรณีแรกเป็นประเภทที่อยู่ภายใต้คำประกาศที่มอบไว้ก่อนการจดทะเบียนส่วนได้เสียระหว่างประเทศ

            ๔. โดยไม่ต้องคำนึงถึงความในวรรคก่อน รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ว่า สิทธิหรือส่วนได้เสียในประเภทที่อยู่ภายใต้คำประกาศที่ทำขึ้นตามอนุวรรค (ก) ของวรรค ๑ จะมีบุริมสิทธิ์เหนือส่วนได้เสียที่จดทะเบียนก่อนวันที่มีการให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ

ข้อ ๕๓ - สิทธิหรือส่วนได้เสีย


            นอกความยินยอมที่สามารถจดทะเบียนได้ ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ รัฐผู้ทำสัญญาอาจทำบัญชีไว้ในคำประกาศที่มอบไว้กับผู้รับมอบพิธีสาร กำหนดประเภทของสิทธิหรือส่วนได้เสียนอกความยินยอม ซึ่งจะสามารถจดทะเบียนตามอนุสัญญานี้ในส่วนของวัตถุอากาศยาน เสมือนว่าสิทธิหรือส่วนได้เสียนั้นเป็นส่วนได้เสียระหว่างประเทศและต้องอยู่ในการกำกับดูแลตามนั้น คำประกาศดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนได้เป็นคราว ๆ ไป

หมวด ๑๑
เขตอำนาจศาล

ข้อ ๕๔ - การเลือกศาล


            ๑. ภายใต้บังคับของข้อ ๔๓ และ ๔๔ ศาลของรัฐผู้ทำสัญญาที่คู่กรณีเลือกสำหรับธุรกรรมนั้น มีเขตอำนาจในส่วนที่เกี่ยวกับข้อเรียกร้องใด ๆ ที่มีขึ้นตามอนุสัญญานี้ ไม่ว่าศาลที่เลือกนั้นจะมีความเกี่ยวพันกับคู่กรณีหรือธุรกรรมนั้นหรือไม่ก็ตาม เขตอำนาจศาลเช่นว่านี้จะมีเป็นการเฉพาะ เว้นแต่จะตกลงไว้เป็นอย่างอื่นระหว่างคู่กรณี

            ๒. ความตกลงใด ๆ เช่นว่านั้นต้องทำเป็นหนังสือหรือมิฉะนั้นก็ทำตามข้อกำหนดอย่างเป็นทางการของกฎหมายของศาลที่เลือก

ข้อ ๕๕ - เขตอำนาจศาลภายใต้ข้อ ๒๐


            ๑. ศาลของรัฐผู้ทำสัญญาที่คู่กรณีเลือกตามข้อ ๕๔ และศาลของรัฐผู้ทำสัญญาที่วัตถุอากาศยานนั้นตั้งอยู่หรืออากาศยานจดทะเบียนในอาณาเขตนั้น มีเขตอำนาจที่จะอนุญาตการบรรเทาตามข้อ ๒๐(๑)(ก), (ข), (ค) และข้อ ๒๐(๘) ในส่วนที่เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานหรืออากาศยานนั้น

            ๒. เขตอำนาจที่จะอนุญาตการบรรเทาตามข้อ ๒๐(๑)(ง) และ (จ) หรือการบรรเทาชั่วคราวอื่น ๆ โดยอำนาจของข้อ ๒๐(๘) อาจใช้ได้

                       (ก) โดยศาลที่คู่กรณีเลือก หรือ
                       (ข) โดยศาลของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งลูกหนี้ตั้งอยู่ในอาณา-เขตนั้น ซึ่งโดยเงื่อนไขของคำสั่งที่อนุญาตนั้น จะสามารถบังคับการบรรเทาได้เฉพาะในอาณาเขตของรัฐผู้ทำสัญญานั้นเท่านั้น

            ๓. ศาลมีเขตอำนาจตามวรรคก่อน แม้ว่าการวินิจฉัยสุดท้ายของข้อเรียกร้องที่อ้างถึงในข้อ ๒๐(๑) จะหรืออาจจะเกิดขึ้นในศาลของรัฐผู้ทำสัญญาอื่นหรือโดยอนุญาโตตุลาการ

ข้อ ๕๖ - เขตอำนาจศาลที่จะออกคำสั่ง ต่อผู้รับจดทะเบียน


            ๑. ศาลแห่งถิ่นอันเป็นที่ตั้งศูนย์กลางบริหารงานของผู้รับจดทะเบียน ย่อมมีเขตอำนาจเป็นการเฉพาะที่จะกำหนดค่าเสียหายหรือออกคำสั่งต่อผู้รับจดทะเบียน

            ๒. เมื่อบุคคลไม่ปฏิบัติตามคำขอที่ทำขึ้นตามข้อ ๓๘ และบุคคลนั้นได้สิ้นสภาพบุคคลหรือไม่สามารถพบตัวเพื่อความมุ่งประสงค์ของการออกคำสั่งต่อบุคคลนั้นซึ่งกำหนดให้บุคคลนั้นจัดให้มีการถอดการจดทะเบียน ศาลที่อ้างถึงในวรรคก่อน ย่อมมีเขตอำนาจเป็นการเฉพาะที่จะออกคำสั่งโดยตรงไปยังผู้รับจดทะเบียนโดยกำหนดให้ผู้รับจดทะเบียนถอดการจดทะเบียนนั้น เมื่อมีคำร้องจากลูกหนี้หรือลูกหนี้ที่ประสงค์

            ๓. เมื่อบุคคลไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลที่มีเขตอำนาจภายใต้อนุสัญญานี้ หรือในกรณีส่วนได้เสียภายในประเทศไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลแห่งเขตอำนาจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดให้บุคคลนั้นจัดให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือถอดการจดทะเบียน ศาลที่อ้างถึงในวรรค ๑ อาจอำนวยการให้ผู้รับจดทะเบียนดำเนินขั้นตอนดังกล่าวเพื่อให้คำสั่งนั้นมีผล

            ๔. เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในวรรคก่อน ๆ ศาลไม่อาจจะออกคำสั่ง หรือคำพิพากษา หรือคำบังคับ หรือหมายที่ผูกพันผู้รับจดทะเบียน

ข้อ ๕๗ - การสละความคุ้มกันทางอธิปไตย


            ๑. ภายใต้บังคับแห่งวรรค ๒ การสละความคุ้มกันทางอธิปไตยจากเขตอำนาจศาลที่ระบุไว้ในข้อ ๕๔ หรือข้อ ๕๕ ของอนุสัญญานี้ หรือที่เกี่ยวกับการบังคับสิทธิและส่วนได้เสียเกี่ยวกับวัตถุอากาศยานภายใต้อนุสัญญานี้ ย่อมมีผลผูกพัน และถ้าได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นสำหรับเขตอำนาจหรือการบังคับเช่นว่านั้น ย่อมมีผลเป็นการให้มีเขตอำนาจและอนุญาตให้มีการบังคับ แล้วแต่กรณี

            ๒. การสละตามวรรคก่อนต้องทำเป็นหนังสือและระบุรายละเอียดของวัตถุอากาศยาน

ข้อ ๕๘ - เขตอำนาจศาลในส่วนของ กระบวนการล้มละลาย


            บทบัญญัติแห่งหมวดนี้ไม่ใช้บังคับแก่กระบวนการล้มละลาย

หมวด ๑๒
ความสัมพันธ์กับอนุสัญญาอื่น

ข้อ ๕๙ - ความสัมพันธ์กับอนุสัญญา
สหประชาชาติว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้อง
ในการค้าระหว่างประเทศ


            อนุสัญญานี้จะมีผลบังคับเหนือกว่า อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้องในการค้าระหว่างประเทศ เปิดให้ลงนาม ที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๔ ในส่วนของการโอนสิทธิเรียกร้องซึ่งเป็นสิทธิเกี่ยวเนื่องที่เกี่ยวกับส่วนได้เสียระหว่างประเทศในวัตถุอากาศยาน

ข้อ ๖๐ - ความสัมพันธ์กับอนุสัญญา
ว่าด้วยการยอมรับนับถือระหว่างประเทศ
ซึ่งสิทธิในอากาศยาน


            สำหรับรัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นภาคี อนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือระหว่างประเทศซึ่งสิทธิในอากาศยาน ลงนาม ณ เมืองเจนีวา เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๑ ให้อนุสัญญานี้แทนที่อนุสัญญานั้นในส่วนที่เกี่ยวกับอากาศยาน ตามที่นิยามไว้ในอนุสัญญานี้ และที่เกี่ยวกับวัตถุอากาศยาน อย่างไรก็ดี อนุสัญญาเจนีวาจะไม่ถูกแทนที่ ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิและส่วนได้เสียที่อนุสัญญาฉบับปัจจุบันมิได้ครอบคลุมถึงหรือมิได้มีผลกระทบถึง

ข้อ ๖๑ - ความมสัมพันธ์กับอนุสัญญา
เพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ซึ่งกฎบางประการเกี่ยวกับการอายัดอากาศยาน


            ๑. สำหรับรัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นภาคี อนุสัญญาเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎบางประการเกี่ยวกับการอายัดอากาศยาน ลงนาม ณ กรุงโรม เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ให้อนุสัญญานี้แทนที่อนุสัญญานั้นในส่วนที่เกี่ยวกับอากาศยาน ตามที่นิยามไว้ในอนุสัญญานี้

            ๒. รัฐผู้ทำสัญญาที่เป็นภาคีอนุสัญญาข้างต้น อาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ว่า ตนจะไม่ใช้ข้อนี้

ข้อ ๖๒ - ความสัมพันธ์กับอนุสัญญายูนิดรัวท์ ว่าด้วยการเช่าทางการเงินระหว่างประเทศ


            ให้อนุสัญญานี้แทนที่ อนุสัญญายูนิดรัวท์ว่าด้วยการเช่าทางการเงินระหว่างประเทศ ลงนาม ณ เมืองออตตาวา เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ในส่วนที่เกี่ยวกับวัตถุอากาศยาน

หมวด ๑๓
บทบัญญัติสุดท้าย

ข้อ ๖๓ - การลงนาม การให้สัตยาบัน การยอมรับการเห็นชอบ หรือการภาคยานุวัติ


            (ดูข้อ ๔๗ ของอนุสัญญา และข้อยี่สิบหกของพิธีสาร)

ข้อ ๖๔ - องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค


            ๑. องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐอธิปไตยและมีความสามารถเหนือเรื่องบางเรื่องที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาและพิธีสาร อาจลงนาม ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติอนุสัญญาและพิธีสารได้เช่นกัน ในกรณีนั้น องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคจะมีสิทธิและพันธกรณีของรัฐผู้ทำสัญญา เพียงเท่าที่องค์การนั้นมีความสามารถเหนือเรื่องที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาและพิธีสาร ในกรณีที่เป็นประเด็นเรื่องจำนวนรัฐผู้ทำสัญญาในอนุสัญญาและพิธีสาร ห้ามมิให้นับองค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเป็นรัฐผู้ทำสัญญา นอกเหนือจากรัฐสมาชิกขององค์การนั้นที่เป็นรัฐผู้ทำสัญญา

            ๒. องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคต้องทำคำประกาศ ณ เวลาที่ลงนาม ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ส่งไปยังผู้รับมอบ โดยระบุถึงเรื่องความสามารถที่ตนได้รับโอนมาจากรัฐสมาชิก ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้บังคับของ อนุสัญญาและพิธีสาร องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคต้องแจ้งโดยพลันให้ผู้รับมอบทราบถึงการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรความสามารถรวมถึงการโอนความสามารถครั้งใหม่ ที่ระบุไว้ในคำประกาศภายใต้วรรคนี้

            ๓. การอ้างใด ๆ ถึง "รัฐผู้ทำสัญญา" รัฐหนึ่ง หรือ "รัฐผู้ทำสัญญาหลายรัฐ" หรือ "รัฐภาคี" หรือ "รัฐภาคีหลายรัฐ" ในอนุสัญญาและพิธีสาร ให้ใช้อย่างเท่าเทียมกันแก่องค์การบูรณการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เมื่อบริบทจำเป็นต้องแปลความเช่นนั้น

ข้อ ๖๕ - การเริ่มใช้บังคับ


            (ดูข้อ ๔๙ ของอนุสัญญา และข้อยี่สิบแปดของพิธีสาร)

ข้อ ๖๖ - ธุรกรรมภายในประเทศ


            ๑. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ว่า อนุสัญญานี้จะไม่ใช้บังคับแก่ธุรกรรมซึ่งเป็นธุรกรรมภายในประเทศในส่วนของรัฐนั้น เกี่ยวกับวัตถุอากาศยานทุกประเภทหรือแต่เพียงบางประเภท

            ๒. โดยไม่ต้องคำนึงถึงความในวรรคก่อน บทบัญญัติแห่งข้อ ๑๒(๓) และ ๑๓(๑), ๒๖, หมวด ๕, ข้อ ๔๒ และบทบัญญัติใด ๆ ของอนุสัญญานี้ที่เกี่ยวกับส่วนได้เสียที่จดทะเบียน ให้ใช้บังคับแก่ธุรกรรมภายในประเทศ

            ๓. เมื่อได้มีการจดทะเบียนคำบอกกล่าวส่วนได้เสียภายในประเทศไว้ในทะเบียนระหว่างประเทศ บุริมสิทธิ์ของผู้ทรงส่วนได้เสียนั้นตามข้อ ๒๙ จะไม่ถูกกระทบโดยข้อเท็จจริงว่า ส่วนได้เสียนั้นได้ตกแก่บุคคลอื่นโดยการโอนหรือรับช่วงสิทธิตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

ข้อ ๖๗ - พิธีสารในอนาคต


            (ดูข้อ ๕๑ ของอนุสัญญา)

ข้อ ๖๘ - หน่วยอาณาเขต


            (ดูข้อ ๕๑ ของอนุสัญญา และข้อ ๒๙ ของพิธีสาร)

ข้อ ๖๙ - การกำหนดศาล


            รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ถึง "ศาลแห่งหนึ่ง" หรือ "ศาลหลายแห่ง" ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๑ และหมวด ๑๑ ของอนุสัญญานี้

ข้อ ๗๐ - คำประกาศเกี่ยวกับการเยียวยา


            ๑. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ว่า ในขณะที่วัตถุอากาศยานที่มีหลักประกัน ตั้งอยู่ในหรือถูกควบคุมจากอาณาเขตของตน ผู้รับหลักประกันต้องไม่อนุญาตให้มีการเช่าวัตถุดังกล่าวในอาณาเขตนั้น

            ๒. รัฐผู้ทำสัญญาต้องประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ว่า การเยียวยาใด ๆ ที่มีอยู่แก่เจ้าหนี้ภายใต้บทบัญญัติใด ๆ ของอนุสัญญานี้ ซึ่งมิได้ระบุโดยชัดแจ้งให้ต้องร้องขอต่อศาล อาจใช้สิทธิได้ก็แต่โดยคำสั่งศาลเท่านั้น หรือไม่ก็ได้

ข้อ ๗๑ - คำประกาศเกี่ยวกับ บทบัญญัติบางเรื่อง


            ๑. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ว่า ตนจะใช้บังคับข้อ ๙, ๒๔ และ ๒๕ ของอนุสัญญานี้ ข้อหนึ่งหรือหลายข้อ

            ๒. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ว่า ตนจะใช้บังคับบทบัญญัติแห่งข้อ ๒๐(๒), (๓), (๕), (๗) และ (๙) ทั้งหมดหรือบางส่วน ถ้าได้ประกาศเช่นนั้นในส่วนของข้อ ๒๐(๒) รัฐดังกล่าวต้องระบุช่วงเวลาที่ข้อนั้นกำหนดให้มีด้วย รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศด้วยว่า ตนจะไม่ใช้บังคับบทบัญญัติแห่งข้อ ๒๑(๑), (๔), (๖) และ (๘) และข้อ ๕๕ ทั้งหมดหรือบางส่วน คำประกาศเช่นนั้นต้องระบุว่า ข้อดังกล่าวจะใช้บังคับภายใต้เงื่อนไขใดในกรณีที่จะใช้บังคับบางส่วน หรือมิฉะนั้นต้องระบุว่าจะใช้การบรรเทาความเสียหายชั่วคราวในรูปแบบอื่นใด

            ๓. รัฐผู้ทำสัญญาอาจประกาศ ณ เวลาที่ให้สัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติพิธีสาร ว่า ตนจะใช้บังคับทางเลือก ก ทั้งหมด หรือทางเลือก ข ทั้งหมดของข้อ ๒๓ และหากประกาศเช่นนั้น ต้องระบุประเภทของกระบวนการล้มละลาย ถ้ามี ซึ่งตนจะใช้บังคับทางเลือก ก และประเภทของกระบวนการล้มละลาย ถ้ามี ซึ่งตนจะใช้บังคับทางเลือก ข รัฐผู้ทำสัญญาที่ทำคำประกาศตามวรรคนี้ ต้องระบุช่วงเวลาที่ข้อ ๒๓ กำหนดให้มีด้วย

            ๔. ศาลของรัฐผู้ทำสัญญาต้องใช้บังคับข้อ ๒๓ ตามคำประกาศที่รัฐผู้ทำสัญญาซึ่งมีเขตอำนาจล้มละลายพื้นฐานได้ทำขึ้น

ข้อ ๗๒ - ข้อสงวนและคำประกาศ


            ๑. ห้ามมิให้ทำข้อสงวนต่ออนุสัญญานี้ แต่คำประกาศที่อนุญาตให้ทำได้ตามข้อ ๕๒, ๕๓, ๖๑, ๖๖, ๖๘, ๖๙, ๗๐, ๗๑, ๗๓, ๗๔ และ ๗๖ อาจทำขึ้นได้ตามบทบัญญัตินั้น ๆ

            ๒. คำประกาศหรือคำประกาศฉบับต่อมาใด ๆ หรือการถอนคำประกาศใด ๆ ที่ทำขึ้นตามอนุสัญญา ต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับมอบ

ข้อ ๗๓ - คำประกาศฉบับต่อมา


            ๑. ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ รัฐภาคีอาจทำคำประกาศฉบับต่อมา นอกเหนือจากคำประกาศที่ทำขึ้นตามข้อ ๗๖ หลังจากวันที่อนุสัญญาและพิธีสารเริ่มใช้บังคับสำหรับตน โดยการแจ้งให้ผู้รับมอบทราบถึงการนั้น

            ๒. คำประกาศฉบับต่อมาดังกล่าวต้องมีผลในวันแรกของเดือนที่ต่อจากการสิ้นสุดเวลาหกเดือน หลังจากวันที่ผู้รับมอบได้รับการแจ้งนั้น หากมีการระบุระยะเวลาเพื่อให้คำประกาศเริ่มมีผลช้ากว่านั้นไว้ในการแจ้งดังกล่าว คำประกาศจะเริ่มมีผลเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ช้ากว่าดังกล่าว หลังจากที่ผู้รับมอบได้รับการแจ้งนั้น

            ๓. โดยไม่ต้องคำนึงถึงความในวรรคก่อน อนุสัญญานี้ต้องใช้บังคับต่อไป เสมือนว่าไม่มีการทำคำประกาศฉบับต่อมาดังกล่าว สำหรับบรรดาสิทธิและส่วนได้เสียที่เกิดขึ้นก่อนวันที่คำประกาศฉบับต่อมาเช่นว่านั้นเริ่มมีผล

ข้อ ๗๔ - การถอนคำประกาศ


            ๑. รัฐภาคีใด ๆ ซึ่งทำคำประกาศภายใต้อนุสัญญานี้ นอกเหนือจากคำประกาศที่ทำขึ้นตามข้อ ๗๖ อาจถอนคำประกาศนั้น ณ เวลาใด ๆ โดยการแจ้งให้ผู้รับมอบทราบ การถอนเช่นว่านั้นจะมีผลในวันแรกของเดือนที่ต่อจากการสิ้นสุดเวลาหกเดือนหลังจากวันที่ผู้รับมอบได้รับการแจ้งนั้น

            ๒. โดยไม่ต้องคำนึงถึงความในวรรคก่อน อนุสัญญานี้ต้องใช้บังคับต่อไป เสมือนว่าไม่มีการทำการถอนคำประกาศดังกล่าว สำหรับบรรดาสิทธิและส่วนได้เสียที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การถอนเช่นว่านั้นเริ่มมีผล

ข้อ ๗๕ - การบอกเลิก


            ๑. รัฐภาคีใด ๆ อาจบอกเลิกอนุสัญญาหรือพิธีสารหรือทั้งสองฉบับ โดยการแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับมอบ

            ๒. การบอกเลิกเช่นว่านั้นจะเริ่มมีผลในวันแรกของเดือนที่ต่อจากการสิ้นสุดเวลาสิบสองเดือนหลังจาก วันที่ผู้รับมอบได้รับการแจ้งนั้น

            ๓. โดยไม่ต้องคำนึงถึงความในวรรคก่อน อนุสัญญานี้ต้องใช้บังคับต่อไป เสมือนว่าไม่มีการทำคำบอกเลิกดังกล่าว สำหรับบรรดาสิทธิและส่วนได้เสียที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การบอกเลิกเช่นว่านั้นเริ่มมีผล

ข้อ ๗๖ - บทบัญญัติเฉพาะกาล


            ๑. เว้นแต่รัฐผู้ทำสัญญาจะได้ประกาศไว้เป็นอย่างอื่น ไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ อนุสัญญาไม่ใช้บังคับแก่สิทธิหรือส่วนได้เสียที่มีอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งยังคงมีบุริมสิทธิ์ที่ใช้ได้ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ก่อนวันที่อนุสัญญาเริ่มมีผล

            ๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อ ๑ (ซซ) และของการกำหนดบุริมสิทธิ์ภายใต้อนุสัญญานี้

                       (ก) "วันที่อนุสัญญานี้เริ่มมีผล" หมายถึง (สำหรับลูกหนี้) เวลาที่อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับหรือเวลาที่รัฐซึ่งลูกหนี้ตั้งอยู่กลายเป็นรัฐผู้ทำสัญญา แล้วแต่ว่ากรณีใดจะช้ากว่า
                       (ข) ลูกหนี้ตั้งอยู่ในรัฐที่ตนมีศูนย์กลางบริหารงาน หรือ (ถ้าไม่มีศูนย์กลางบริหารงาน) สถานที่ประกอบธุรกิจหรือ (ถ้ามีสถานที่ประกอบธุรกิจหลายแห่ง) สถานที่ประกอบธุรกิจแห่งใหญ่ หรือ (ถ้าไม่มีสถานประกอบธุรกิจ) ถิ่นที่อยู่อาศัยของลูกหนี้

            ๓. รัฐผู้ทำสัญญาอาจระบุไว้ในคำประกาศของตนตามวรรค ๑ ถึงวันซึ่งไม่เร็วกว่าสามปีหลังจากวันที่คำประกาศเริ่มมีผล อันเป็นวันที่อนุสัญญาจะใช้ เพื่อความมุ่งประสงค์ในการกำหนดบุริมสิทธิ์ รวมถึงการคุ้มครองบุริมสิทธิ์ที่มีอยู่แล้ว บังคับแก่สิทธิหรือส่วนได้เสียที่เกิดขึ้นก่อนตามความตกลงที่ทำขึ้น ณ เวลาที่ลูกหนี้ได้ตั้งอยู่ในรัฐที่อ้างถึงในอนุวรรค (ข) ของวรรคก่อน แต่เพียงเท่าที่ขอบเขตและลักษณะที่ระบุไว้ในคำประกาศของตน

ข้อ ๗๗ - การประชุมทบทวน การแก้ไขเพิ่มเติม และเรื่องที่เกี่ยวข้อง


            ๑. ผู้รับมอบ เมื่อปรึกษาหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ต้องจัดเตรียมรายงานไว้ให้รัฐภาคี ปีละครั้งหรือภายในระยะเวลาอื่นที่อาจจำเป็นตามสภาพการณ์ เกี่ยวกับลักษณะการดำเนินการในทางปฏิบัติของระบบระหว่างประเทศที่วางไว้ในอนุสัญญานี้ ในการจัดเตรียมรายงานดังกล่าว ผู้รับมอบต้องคำนึงถึงรายงานของหน่วยงานกำกับดูแล เกี่ยวกับการทำงานของระบบทะเบียนระหว่างประเทศด้วย

            ๒. เมื่อมีคำร้องขอไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของรัฐภาคี ผู้รับมอบ เมื่อปรึกษาหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ต้องจัดการประชุมทบทวนเพื่อพิจารณา

                       (ก) การดำเนินการในทางปฏิบัติของอนุสัญญานี้และความมีประสิทธิผลของอนุสัญญานี้ในการอำนวยการทางการเงินที่อยู่บนพื้นฐานของสินทรัพย์และการเช่าวัตถุอากาศยานที่อยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่ง อนุสัญญานี้
                       (ข) การตีความของฝ่ายตุลาการ และการใช้บังคับบทบัญญัติแห่งอนุสัญญานี้และข้อบังคับ
                       (ค) การทำงานของระบบทะเบียนระหว่างประเทศ การปฏิบัติงานของผู้รับจดทะเบียน และการกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล โดยคำนึงถึงรายงานของหน่วยงานกำกับดูแลด้วย และ
                       (ง) ว่าจำเป็นต้องปรับปรุงอนุสัญญานี้หรือข้อตกลงเกี่ยวกับทะเบียนระหว่างประเทศ หรือไม่

            ๓. ภายใต้บังคับของวรรค ๔ การแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ต่ออนุสัญญาหรือพิธีสารต้องได้รับความเห็นชอบอย่างน้อยจากเสียงข้างมากสองในสามของรัฐภาคีที่มีส่วนในการประชุมที่อ้างถึงในวรรคก่อน และต้องเริ่มใช้บังคับสำหรับรัฐซึ่งได้ให้สัตยาบัน ยอมรับ หรือเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว เมื่อได้มีการให้สัตยาบัน ยอมรับ หรือเห็นชอบจากรัฐตามบทบัญญัติข้อ ๖๕ เกี่ยวกับการเริ่มใช้บังคับ

            ๔. เมื่อการแก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญาที่เสนอขึ้นมา มุ่งหมายจะใช้บังคับแก่ประเภทของอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งประเภท การแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้างมากอย่างน้อยสองในสามของรัฐภาคีของพิธีสารแต่ละฉบับซึ่งเข้าร่วมการประชุมที่อ้างถึงในวรรค ๒

ข้อ ๗๘ - ผู้รับมอบและภารกิจของผู้รับมอบ


            ๑. ตราสารสัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ต้องมอบไว้กับสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎหมายเอกชน (ยูนิดรัวท์) ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รับมอบ

            ๒. ผู้รับมอบต้อง

                       (ก) แจ้งให้บรรดารัฐผู้ทำสัญญาทราบถึง
                                  (๑) การลงนามหรือการมอบตราสารสัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ ครั้งใหม่แต่ละครั้ง พร้อมกับวันที่ลงนามหรือมอบตราสารนั้นด้วย
                                  (๒) วันที่เริ่มใช้บังคับอนุสัญญาและพิธีสาร
                                  (๓) คำประกาศแต่ละฉบับที่ทำขึ้นตามอนุสัญญานี้ พร้อมกับวันที่ทำคำประกาศนั้นด้วย
                                  (๔) การถอนหรือการแก้ไขเพิ่มเติมคำประกาศใด ๆ พร้อมกับวันที่ถอนหรือแก้ไขเพิ่มเติมนั้นด้วย และ
                                  (๕) การแจ้งการบอกเลิกอนุสัญญาและพิธีสาร พร้อมกับวันที่แจ้งและวันที่เริ่มมีผลด้วย

                       (ข) ส่งสำเนาที่รับรองว่าถูกต้องของอนุสัญญาและพิธีสารให้แก่บรรดารัฐผู้ทำสัญญา

                       (ค) จัดให้หน่วยงานกำกับดูแลและผู้รับจดทะเบียนได้รับสำเนาตราสารสัตยาบัน ยอมรับ เห็นชอบ หรือภาคยานุวัติ แต่ละฉบับ พร้อมด้วยวันที่มอบตราสารนั้นด้วย สำเนาคำประกาศหรือการถอนหรือการแก้ไขเพิ่มเติมคำประกาศแต่ละฉบับ และสำเนาการแจ้งการบอกเลิกแต่ละฉบับ พร้อมกับวันที่แจ้งการบอกเลิกนั้นด้วย เพื่อให้ข้อมูลที่อยู่ในตราสารเหล่านั้นแพร่หลายโดยง่ายและอย่างเต็มที่

                       (ง) ปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ ที่เป็นจารีตประเพณีสำหรับผู้รับมอบ

            เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้มีอำนาจเต็มที่มีนามข้างท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้อง ได้ลงนามอนุสัญญาและพิธีสาร


คำแปลชั่วคราว โดยกลุ่มนิติการ กรมการขนส่งทางอากาศ    Back
Home สารบาญ Chapter 1 English Version