Home สารบาญ Chapter 2 English Version พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒
แก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญา
เพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับ
การรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ
ลงนาม ณ กรุงวอร์ซอ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒
ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสาร
ทำ ณ กรุงเฮก เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๘๑
รัฐบาลผู้มีนามข้างท้ายนี้
พิจารณาเห็นว่า เป็นที่พึงปรารถนาที่จะแก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญาเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งกฎเกณฑ์ บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ ลงนาม ณ กรุงวอร์ซอเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารที่ทำ ณ กรุงเฮก เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๘
ได้ตกลงกัน ดังต่อไปนี้
หมวด ๑
ข้อแก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญาข้อ ๑
อนุสัญญาซึ่งบทบัญญัติของหมวดนี้ปรับปรุง คือ อนุสัญญาวอร์ซอ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘
ข้อ ๒
ให้ยกเลิกข้อ ๒๒ แห่งอนุสัญญา และใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๒๒ ๑. ในการรับขนบุคคล ความรับผิดของผู้ขนส่งสำหรับ คนโดยสารแต่ละคนจำกัดเพียงจำนวนเงิน ๑๖,๖๐๐ หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน ในกรณีที่อาจกำหนดค่าเสียหายเป็นการผ่อนชำระเงินตามกฎหมาย ของศาลซึ่งพิจารณาคดี มูลค่าต้นเงินที่เทียบเท่าการชำระเงินดังกล่าวต้องไม่เกินการจำกัดนี้ อย่างไรก็ดี ผู้ขนส่งและคนโดยสารอาจตกลงกันกำหนดการจำกัดความรับผิดให้สูงกว่านี้โดยสัญญาพิเศษก็ได้
๒. ก) ในการรับขนสัมภาระลงทะเบียนและของ ความรับผิดของผู้ขนส่งจำกัดเพียงจำนวนเงิน ๑๗ หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินต่อกิโลกรัม เว้นแต่ในขณะที่มอบหีบห่อให้แก่ ผู้ขนส่ง คนโดยสารหรือผู้ตราส่ง ได้ทำการแถลงพิเศษถึงผลประโยชน์เมื่อมีการส่งมอบที่ปลายทาง และได้ชำระเงินเพิ่มเติมแล้วถ้าจำเป็น แก่กรณี ในกรณีนั้นผู้ขนส่งจะรับผิดชำระเงินไม่เกินจำนวนที่ได้แถลงไว้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า จำนวนเงินนั้นมากกว่าผลประโยชน์ที่แท้จริงของคนโดยสารหรือของผู้ตราส่ง เมื่อมีการส่งมอบที่ปลายทาง
ข) ในกรณีที่มีการสูญหาย บุบสลาย หรือชักช้าแก่ส่วนหนึ่งส่วนใดของสัมภาระลงทะเบียน หรือของของหรือแก่สิ่งของใด ๆ ที่อยู่ในสัมภาระลงทะเบียนหรือในของนั้น น้ำหนักซึ่งจะใช้พิจารณากำหนด จำนวนเงินในการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่ง ให้คิดน้ำหนักทั้งหมดของหีบห่อหนึ่งหรือหลายหีบห่อ ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อการสูญหาย บุบสลาย หรือชักช้าแก่ส่วนหนึ่งส่วนใดของสัมภาระ ลงทะเบียนหรือของของหรือแก่สิ่งของใด ๆ ที่อยู่ในสัมภาระลงทะเบียนหรือในของนั้น กระทบต่อมูลค่า หีบห่ออื่น ๆ ซึ่งใช้ใบรับสัมภาระฉบับเดียวกันหรือใบตราส่งทางอากาศฉบับเดียวกัน ให้ใช้น้ำหนักทั้งหมด ของหีบห่อเช่นว่านั้นหีบห่อเดียวหรือหลายหีบห่อในการพิจารณากำหนดการจำกัดความรับผิด
๓. ในส่วนที่เกี่ยวกับสิ่งของ ซึ่งคนโดยสารฐดูแล,เองนั้น ความรับผิดของผู้ขนส่งจำกัดเพียง ๓๓๒ หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินต่อคนโดยสาร
๔. การจำกัดซึ่งกำหนดไว้ในข้อนี้จะไม่ห้ามศาลมิให้ชี้ขาดเพิ่มเติมตามกฎหมายของตนให้เสีย ค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นในการดำเนินคดีซึ่งโจทก์ต้องเสียไป ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน บทบัญญัติข้างต้นจะไม่ใช้บังคับ ถ้าจำนวนค่าเสียหายที่ศาลชี้ขาดโดยไม่รวมค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นในการดำเนินคดีนั้น ไม่เกินจำนวนเงินซึ่งผู้ขนส่งได้เคยเสนอเป็นหนังสือ ให้แก่ฝ่ายโจทก์ภายในระยะเวลาหกเดือนนับจากวันที่เกิดการอุบัติซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย หรือก่อนการเริ่มดำเนินคดี ถ้าการดำเนินคดีมีขึ้นภายหลัง
๕. จำนวนเงินที่ระบุไว้ด้วยถ้อยคำว่าสิทธิพิเศษถอนเงินในข้อนี้ ให้ถือว่าอ้างถึงสิทธิพิเศษถอนเงิน ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้นิยามไว้ ในกรณีที่มีการดำเนินคดี การปริวรรตจำนวนเงินดังกล่าว ให้เป็นเงินตราสกุลต่าง ๆ ต้องกระทำตามมูลค่าของเงินตราสกุลนั้นในอัตราสิทธิพิเศษถอนเงิน ณ วันพิพากษาคดี มูลค่าของเงินตราสกุลหนึ่งในอัตราสิทธิพิเศษถอนเงินของอัครภาคี ผู้ทำสัญญาที่เป็น สมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศต้องคำนวณตามวิธีการประเมินค่าที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ใช้และยังมีผลบังคับสำหรับการดำเนินการและการทำธุรกรรมของตนในวันพิพากษาคดี มูลค่าของเงินตรา สกุลหนึ่งในอัตราสิทธิพิเศษถอนเงินของอัครภาคีผู้ทำสัญญาที่มิใช่สมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ต้องคำนวณตามวิธีที่อัครภาคีผู้ทำสัญญานั้นกำหนด
อย่างไรก็ตาม รัฐที่มิใช่สมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศและตามกฎหมายของตนไม่อนุญาต ให้ใช้บทบัญญัติแห่งข้อ ๒๒ วรรค ๑, ๒ ก) และ ๓ ได้ อาจประกาศในเวลาที่ให้สัตยาบันหรือ ภาคยานุวัติ หรือในเวลาใด ๆ หลังจากนั้น ว่า การจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งในการดำเนินคดีในอาณาเขตของตน ให้กำหนดไว้ที่จำนวน ๒๕๐,๐๐๐ หน่วยเงินตราต่อคนโดยสารในกรณีของข้อ ๒๒ วรรค ๑, จำนวน ๒๕๐ หน่วยเงินตราต่อกิโลกรัมในกรณีของข้อ ๒๒ วรรค ๒ ก), และจำนวน ๕,๐๐๐ หน่วยเงินตราต่อคนโดยสาร ในกรณีของข้อ ๒๒ วรรค ๓ หน่วยเงินตรานี้เทียบเท่ากับทองคำหนักหกสิบห้ามิลลิกรัมครึ่ง โดยมีความ บริสุทธิ์ เก้าร้อยในหนึ่งพันส่วน จำนวนเงินเหล่านี้อาจปริวรรตเป็นเงินตราสกุลที่เกี่ยวข้องเป็นตัวเลขถ้วน ๆ ก็ได้ การปริวรรตจำนวนเหล่านี้ให้เป็นเงินตราสกุลใดต้องกระทำตามกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้อง"
หมวด ๒
ขอบข่ายการใช้
อนุสัญญาตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๓
อนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ และโดยพิธีสารนี้ ให้ใช้แก่การรับขน ระหว่างประเทศตามที่นิยามไว้ในข้อ ๑ ของอนุสัญญา โดยมีเงื่อนไขว่าถิ่นต้นทางและถิ่นปลายทางที่อ้างถึงในข้อนั้น ตั้งอยู่ในอาณาเขตของภาคีแห่งพิธีสารนี้สองภาคี หรืออยู่ภายในอาณาเขตของภาคีแห่งพิธีสารนี้ ภาคีเดียว โดยมีถิ่นหยุดพักที่ตกลงกันไว้อยู่ในอาณาเขตของอีกรัฐหนึ่ง
หมวด ๓
บทสุดท้ายข้อ ๔
ในระหว่างภาคีแห่งพิธีสารนี้ ให้แปลความและตีความอนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ และพิธีสารนี้เป็นตราสารฉบับเดียวกัน และให้เรียกว่า อนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘ และโดยพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ แห่งกรุงมอนตริออล พ.ศ. ๒๕๑๘
ข้อ ๕
พิธีสารนี้จะคงเปิดให้รัฐใด ๆ ลงนามได้จนถึงวันที่พิธีสารนี้มีผลใช้บังคับตามบทบัญญัติของข้อ ๗
ข้อ ๖
๑. พิธีสารนี้ต้องได้รับสัตยาบันจากรัฐผู้ลงนาม
๒. การให้สัตยาบันพิธีสารนี้โดยรัฐใด ๆ ที่มิใช่ภาคีแห่ง อนุสัญญาวอร์ซอ หรือรัฐใด ๆ ที่มิใช่ภาคีของอนุสัญญาวอร์ซอ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘ ย่อมมีผลเป็นการภาคยานุวัติอนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘ และโดยพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ แห่งกรุงมอนตริออล พ.ศ. ๒๕๑๘ ด้วย
๓. สัตยาบันสารต้องมอบไว้กับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์
ข้อ ๗
๑. ทันใดที่รัฐผู้ลงนามจำนวนสามสิบรัฐได้มอบสัตยาบันสารของพิธีสารนี้แล้ว ให้พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับระหว่าง รัฐเหล่านั้นในวันที่เก้าสิบหลังจากการมอบสัตยาบันสารฉบับที่สามสิบ สำหรับแต่ละรัฐที่ให้สัตยาบันหลังจากนั้น ให้พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับในวันที่เก้าสิบหลังจากการมอบสัตยาบันสารของรัฐนั้น
๒. ทันใดที่พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับ ให้รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ลงทะเบียนพิธีสารนี้กับสหประชาชาติ
ข้อ ๘
๑. หลังจากพิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับแล้ว จะเปิดให้รัฐที่มิใช่ ผู้ลงนามให้ภาคยานุวัติได้
๒. การภาคยานุวัติพิธีสารนี้โดยรัฐใด ๆ ที่มิใช่ภาคีของ อนุสัญญาวอร์ซอ หรือโดยรัฐใด ๆ ที่มิใช่ภาคีของอนุสัญญา วอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘ ย่อมมีผลเป็นการภาคยานุวัติอนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘ และโดยพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ แห่งกรุงมอนตริออล พ.ศ. ๒๕๑๘ ด้วย
๓. การภาคยานุวัติจะกระทำโดยการมอบภาคยานุวัติสารไว้กับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ และจะเริ่มมีผลในวันที่เก้าสิบหลังจากวันที่มอบภาคยานุวัติสารนั้น
ข้อ ๙
๑. ภาคีใด ๆ แห่งพิธีสารนี้อาจบอกเลิกพิธีสารได้ โดยการบอกกล่าวไปยังรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์
๒. การบอกเลิกจะเริ่มมีผลเมื่อครบหกเดือนหลังจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ได้รับหนังสือ บอกกล่าวการบอกเลิกนั้น
๓. ในระหว่างภาคีแห่งพิธีสารนี้ การบอกเลิกโดยภาคีใดแห่งอนุสัญญาวอร์ซอตามข้อ ๓๙ ของอนุสัญญานั้น หรือการบอกเลิกพิธีสารเฮกตามข้อ ๒๔ ของพิธีสารนั้น จะไม่ตีความในทางหนึ่งทางใดเป็นการบอกเลิกอนุสัญญา วอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘ และโดยพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ แห่งกรุงมอนตริออล พ.ศ. ๒๕๑๘
ข้อ ๑๐
ห้ามทำข้อสงวนต่อพิธีสารนี้ เว้นแต่รัฐอาจประกาศ ณ เวลาใด ๆ โดยการบอกกล่าวไปยังรัฐบาลสาธารณรัฐ ประชาชนโปแลนด์ ว่า อนุสัญญาตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารนี้จะไม่ใช้แก่การรับขนบุคคล ของ และสัมภาระ ให้แก่หน่วยราชการทหารของตนในอากาศยานที่จดทะเบียนในรัฐนั้น ซึ่งความจุทั้งหมดของอากาศยานได้สงวนไว้ โดยหรือในนามของหน่วยราชการทหารดังกล่าวแล้ว
ข้อ ๑๑
รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ต้องแจ้งโดยพลันแก่รัฐภาคีทั้งปวงแห่งอนุสัญญาวอร์ซอหรืออนุสัญญา ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมนั้น รัฐทั้งปวงผู้ลงนามหรือภาคยานุวัติพิธีสารฉบับนี้ ตลอดจนองค์การการบินพลเรือน ระหว่างประเทศให้ทราบถึงวันที่ลงนาม วันที่มอบสัตยาบันสารหรือภาคยานุวัติสารแต่ละฉบับ วันที่พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
ข้อ ๑๒
ในระหว่างภาคีแห่งพิธีสารนี้ซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาเพิ่มเติมอนุสัญญาวอร์ซอเพื่อการทำให้เป็น อันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนทางอากาศซึ่งปฏิบัติการโดยบุคคลอื่นนอกจากผู้ขนส่งตามสัญญา ลงนาม ณ กรุงกวาดาลาฮารา เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๔ ด้วย (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "อนุสัญญากวาดาลาฮารา") การอ้างถึง "อนุสัญญาวอร์ซอ" ในอนุสัญญากวาดาลาฮารา ให้รวมถึงการอ้างถึง อนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ณ กรุงเฮก พ.ศ. ๒๔๙๘ และโดยพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ แห่งกรุงมอนตริออล พ.ศ. ๒๕๑๘ ในกรณีที่การรับขนภายใต้ความตกลง ที่อ้างถึงในข้อ ๑ วรรค ข) ของอนุสัญญากวาดาลาฮารา อยู่ในบังคับของพิธีสารนี้
ข้อ ๑๓
พิธีสารนี้จะคงเปิดให้ลงนามที่สำนักงานใหญ่ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศจนถึงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และหลังจากนั้นจนกระทั่งพิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับตามข้อ ๗ ให้ลงนามที่กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐ โปแลนด์ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศต้องแจ้งโดยพลันแก่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ ให้ทราบถึงการลงนามใด ๆ และวันที่ลงนาม ในระหว่างที่พิธีสารนี้เปิดให้ลงนามที่สำนักงานใหญ่ขององค์การการบิน พลเรือนระหว่างประเทศ
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้มีอำนาจเต็มที่มีนามข้างท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้อง ได้ลงนามพิธีสารนี้
ทำ ณ กรุงมอนตริออล เมื่อวันที่ยี่สิบห้า เดือนกันยายนพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสิบแปด เป็นตัวบทหลักฐานสี่ฉบับ เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และสเปน ในกรณีที่มีการขัดแย้งกันตัวบทภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในอนุสัญญา วอร์ซอ ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ย่อมมีผลบังคับเหนือกว่า
๑ คำแปลสำนวนผู้รวบรวม พิธีสารฉบับนี้เริ่มใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ และจนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ มีภาคีทั้งหมด ๔๘ รัฐ ประเทศไทยมิได้เป็นภาคีพิธีสารฉบับนี้ Back
| Home | สารบาญ | Chapter 4 | English Version |