Home สารบาญ Chapter 2 English Version พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๑
แก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญา
เพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎเกณฑ์บางประการ
เกี่ยวกับการรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ
ลงนาม ณ กรุงวอร์ซอเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒๑รัฐบาลผู้มีนามข้างท้ายนี้
พิจารณาเห็นว่า เป็นที่พึงปรารถนาที่จะแก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญาเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ ลงนาม ณ กรุงวอร์ซอ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒
ได้ตกลงกัน ดังต่อไปนี้
หมวด ๑
ข้อแก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญาข้อ ๑
อนุสัญญาซึ่งบทบัญญัติของหมวดนี้ปรับปรุง คืออนุสัญญาวอร์ซอ พ.ศ. ๒๔๗๒
ข้อ ๒
ให้ยกเลิกข้อ ๒๒ แห่งอนุสัญญา และใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๒๒ ๑. ในการรับขนคนโดยสาร ความรับผิดของผู้ขนส่งสำหรับคนโดยสารแต่ละคนจำกัดเพียงจำนวนเงิน ๘,๓๐๐ หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน ในกรณีที่อาจกำหนดค่าเสียหายเป็นการผ่อนชำระเงินตามกฎหมาย ของศาลซึ่งพิจารณาคดี มูลค่าต้นเงินที่เทียบเท่าการชำระเงินดังกล่าวต้องไม่เกิน การจำกัดนี้ อย่างไรก็ดี ผู้ขนส่งและคนโดยสารอาจตกลงกันกำหนดการจำกัดความรับผิดให้สูงกว่านี้โดยสัญญาพิเศษก็ได้
๒. ในการรับขนสัมภาระลงทะเบียนและของ ความรับผิดของผู้ขนส่งจำกัดเพียงจำนวนเงิน ๑๗ หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินต่อกิโลกรัม เว้นแต่ในขณะที่มอบหีบห่อให้แก่ผู้ขนส่ง ผู้ตราส่งได้ทำการแถลงพิเศษ ถึงผลประโยชน์เมื่อมีการส่งมอบที่ปลายทาง และได้ชำระเงินเพิ่มเติมแล้วถ้าจำเป็นแก่กรณี ในกรณีนั้นผู้ขนส่ง จะรับผิดชำระเงินไม่เกินจำนวนที่ได้แถลงไว้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าจำนวนเงินนั้นมากกว่าผลประโยชน์ ที่แท้จริงของผู้ตราส่งเมื่อมีการส่งมอบที่ปลายทาง
๓. ในส่วนที่เกี่ยวกับสิ่งของซึ่งคนโดยสารดูแลเองนั้น ความรับผิดของผู้ขนส่งจำกัดเพียง ๓๓๒ หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินต่อคนโดยสาร
๔. จำนวนเงินที่ระบุไว้ด้วยถ้อยคำว่าสิทธิพิเศษถอนเงินในข้อนี้ ให้ถือว่า อ้างถึงสิทธิพิเศษถอนเงิน ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้นิยามไว้ ในกรณีที่มีการดำเนินคดี การปริวรรตจำนวนเงินดังกล่าว ให้เป็นเงินตราสกุลต่าง ๆ ต้องกระทำตามมูลค่าของเงินตราสกุลนั้นในอัตราสิทธิพิเศษถอนเงิน ณ วันพิพากษาคดี มูลค่าของเงินตราสกุลหนึ่งในอัตราสิทธิพิเศษถอนเงินของอัครภาคีผู้ทำสัญญา ที่เป็นสมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศต้องคำนวณตามวิธีการประเมินค่าที่กองทุนการเงินระหว่าง ประเทศใช้และยังมีผลบังคับสำหรับการดำเนินการและการทำธุรกรรมของตนในวันพิพากษาคดี มูลค่าของเงินตราสกุลหนึ่งในอัตราสิทธิพิเศษถอนเงินของอัครภาคีผู้ทำสัญญาที่มิใช่สมาชิกกองทุน การเงินระหว่างประเทศต้องคำนวณตามวิธีที่อัครภาคีผู้ทำสัญญานั้นกำหนด
อย่างไรก็ตาม รัฐที่มิใช่สมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศและตามกฎหมายของตนไม่อนุญาต ให้ใช้บทบัญญัติแห่งข้อ ๒๒ วรรค ๑, ๒ และ ๓ ได้ อาจประกาศในเวลาที่ให้สัตยาบันหรือ ภาคยานุวัติหรือในเวลาใด ๆ หลังจากนั้น ว่า การจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งในการดำเนินคดี ในอาณาเขตของตนให้กำหนดไว้ที่จำนวน ๑๒๕,๐๐๐ หน่วยเงินตราต่อคนโดยสารในกรณีของข้อ ๒๒ วรรค ๑ จำนวน ๒๕๐ หน่วยเงินตราต่อกิโลกรัมในกรณีของข้อ ๒๒ วรรค ๒ และจำนวน ๕,๐๐๐ หน่วยเงินตราต่อคนโดยสารในกรณีของข้อ ๒๒ วรรค ๓ หน่วยเงินตรานี้เทียบเท่ากับทองคำ หนักหกสิบห้ามิลลิกรัมครึ่ง โดยมีความบริสุทธิ์เก้าร้อยในหนึ่งพันส่วน จำนวนเงินเหล่านี้อาจปริวรรต เป็นเงินตราสกุลที่เกี่ยวข้องเป็นตัวเลขถ้วน ๆ ก็ได้ การปริวรรตจำนวนเหล่านี้ให้เป็นเงินตราสกุลใด ต้องกระทำตามกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้อง"
ข้อ ๓
อนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารนี้ ให้ใช้แก่การรับขนระหว่างประเทศตามที่นิยามไว้ในข้อ ๑ ของ อนุสัญญา โดยมีเงื่อนไขว่าถิ่นต้นทางและถิ่นปลายทางที่อ้างถึงในข้อนั้น ตั้งอยู่ในอาณาเขตของภาคีแห่งพิธีสารนี้สองภาคี หรืออยู่ภายในอาณาเขตของภาคีแห่งพิธีสารนี้ภาคีเดียวโดยมีถิ่นหยุดพักที่ตกลงกันไว้อยู่ในอาณาเขตของอีกรัฐหนึ่ง
หมวด
๓
บทสุดท้าย
ข้อ ๔
ในระหว่างภาคีแห่งพิธีสารนี้ ให้แปลความและตีความอนุสัญญาและพิธีสารเป็นตราสารฉบับเดียวกัน และให้เรียกว่า อนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๑ แห่งกรุงมอนตริออล พ.ศ. ๒๕๑๘
ข้อ ๕
พิธีสารนี้จะคงเปิดให้รัฐใด ๆ ลงนามได้จนถึงวันที่พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับตามบทบัญญัติของข้อ ๗
ข้อ ๖
๑. พิธีสารนี้ต้องได้รับสัตยาบันจากรัฐผู้ลงนาม
๒. การให้สัตยาบันพิธีสารนี้โดยรัฐใด ๆ ที่มิใช่ภาคีแห่ง อนุสัญญาวอร์ซอ ย่อมมีผลเป็นการภาคยานุวัติ อนุสัญญาตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารนี้ด้วย
๓. สัตยาบันสารต้องมอบไว้กับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์
ข้อ ๗
๑. ทันใดที่รัฐผู้ลงนามจำนวนสามสิบรัฐได้มอบสัตยาบันสารของพิธีสารนี้แล้ว ให้พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับระหว่างรัฐ เหล่านั้นในวันที่เก้าสิบหลังจากการมอบสัตยาบันสารฉบับที่สามสิบ สำหรับแต่ละรัฐที่ให้สัตยาบันหลังจากนั้น ให้พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับในวันที่เก้าสิบหลังจากการมอบสัตยาบันสารของรัฐนั้น
๒. ทันใดที่พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับ ให้รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ลงทะเบียนพิธีสารนี้กับสหประชาชาติ
ข้อ ๘
๑. หลังจากพิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับแล้ว จะเปิดให้รัฐที่มิใช่ ผู้ลงนามให้ภาคยานุวัติได้
๒. การภาคยานุวัติพิธีสารนี้โดยรัฐใด ๆ ที่มิใช่ภาคีของ อนุสัญญา ย่อมมีผลเป็นการภาคยานุวัติอนุสัญญา ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารนี้ด้วย
๓. การภาคยานุวัติจะกระทำโดยการมอบภาคยานุวัติสารไว้กับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ และจะเริ่มมีผลในวันที่เก้าสิบหลังจากวันที่มอบภาคยานุวัติสารนั้น
ข้อ ๙
๑. ภาคีใด ๆ แห่งพิธีสารนี้อาจบอกเลิกพิธีสารได้ โดยการบอกกล่าวไปยังรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์
๒. การบอกเลิกจะเริ่มมีผล,เมื่อครบหกเดือนหลังจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ได้รับการบอก กล่าวการบอกเลิกนั้น
๓. ในระหว่างภาคีแห่งพิธีสารนี้ การบอกเลิกอนุสัญญาโดยภาคีใดตามข้อ ๓๙ แห่งอนุสัญญาจะไม่ตีความในทางหนึ่ง ทางใด เป็นการบอกเลิกอนุสัญญาตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารนี้
ข้อ ๑๐
ห้ามทำข้อสงวนต่อพิธีสารนี้
ข้อ ๑๑
รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ต้องแจ้งโดยพลันแก่รัฐภาคีทั้งปวงแห่งอนุสัญญาวอร์ซอหรืออนุสัญญา ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมนั้น รัฐทั้งปวงผู้ลงนามหรือภาคยานุวัติพิธีสารฉบับนี้ ตลอดจนองค์การการบินพลเรือน ระหว่างประเทศให้ทราบถึงวันที่ลงนาม วันที่มอบสัตยาบันสารหรือภาคยานุวัติสารแต่ละฉบับ วันที่พิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
ข้อ ๑๒
ในระหว่างภาคีแห่งพิธีสารนี้ซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาเพิ่มเติมอนุสัญญาวอร์ซอเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนทางอากาศซึ่งปฏิบัติการโดยบุคคลอื่นนอกจากผู้ขนส่งตามสัญญา
ลงนาม ณ กรุงกวาดาลาฮารา เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๔ ด้วย (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "อนุสัญญา กวาดาลาฮารา") การอ้างถึง "อนุสัญญาวอร์ซอ" ในอนุสัญญากวาดาลาฮารา ให้รวมถึงการอ้างถึง อนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๑ แห่งกรุงมอนตริออล พ.ศ. ๒๕๑๘ ในกรณีที่การรับขน ภายใต้ความตกลงที่อ้างถึงในข้อ ๑ วรรค ข) ของอนุสัญญากวาดาลาฮารา อยู่ในบังคับของพิธีสารนี้
ข้อ ๑๓
พิธีสารนี้จะคงเปิดให้ลงนามที่สำนักงานใหญ่ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศจนถึงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และหลังจากนั้นจนกระทั่งพิธีสารนี้เริ่มใช้บังคับตามข้อ ๗ ให้ลงนามที่กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐ โปแลนด์ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศต้องแจ้งโดยพลันแก่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์ ให้ทราบถึงการลงนามใด ๆ และวันที่ลงนาม ในระหว่างที่พิธีสารนี้ เปิดให้ลงนามที่สำนักงานใหญ่ของ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้มีอำนาจเต็มที่มีนามข้างท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้อง ได้ลงนามพิธีสารน
ทำ ณ กรุงมอนตริออล เมื่อวันที่ยี่สิบห้า เดือนกันยายนพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสิบแปด เป็นตัวบทหลักฐานสี่ ฉบับ เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และสเปน ในกรณีที่มีการขัดแย้งกัน ตัวบทภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ใน อนุสัญญาวอร์ซอ ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ย่อมมีผลบังคับเหนือกว่า
| Home | สารบาญ | Chapter 4 | English Version |